ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

ข่าวอสังหาฯ


ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งปีหลัง'57 เปิดตัวใหม่ส่งสัญญาณเป็นบวก

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์สำรวจภาคสนามตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2557 พบว่า การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 พ.ค.ปีนี้ มี 147 โครงการ รวมจำนวนทั้งหมด 37,492 หน่วย ชะลอตัวเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็น บ้านจัดสรร เปิดตัวใหม่ 92 โครงการรวมจำนวน 13,868 หน่วยชะลอตัว 10-15%ในจำนวนดังกล่าวมียอดขายแล้ว 3,177 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนขาย 23% เหลือขาย 10,691 หน่วย ส่วนคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ 55 โครงการ รวมจำนวน23,624 หน่วย ชะลอตัว 40% ในจำนวนดังกล่าว มียอดขายแล้ว11,107 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนขายประมาณ 40% เหลือขาย12,517 หน่วยสำหรับผลการสำรวจที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ปัจจุบันยังมีหน่วยเหลือขาย 6 หน่วยขึ้นไป ณ สิ้นปี 2556 พบว่า มีโครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างขาย 911 โครงการ รวมจำนวน186,200 หน่วย ขายได้แล้ว 61% ปัจจุบันเหลือขาย 72,200 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 298,000 ล้านบาทแบ่งเป็น บ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท 25% บ้าน 2-3 ล้านบาท 19% บ้าน 3-5 ล้านบาท 34% และบ้านเกินกว่า 5 ล้านบาท 22% ส่วนพื้นที่ที่มีหน่วยบ้านจัดสรรเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อ.ลำลูกกาบางพลี บางบัวทอง และคลองหลวงด้านคอนโดมิเนียมมี 405 โครงการ รวมจำนวน191,900 หน่วย ขายได้แล้ว 74% เหลือขาย 49,400 หน่วยคิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 145,122 ล้านบาท แบ่งเป็น ห้องชุดไม่เกิน 2 ล้านบาท48% ห้องชุด 2-3 ล้านบาท 22%และห้องชุด 3-5 ล้านบาท 17%ส่วนที่เหลือเป็นห้องชุดราคาเกินกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องชุด 1 ห้องนอน มากถึง 67%รองลงมาเป็นห้องชุดแบบสตูดิโอ17% และแบบ 2 ห้องนอน 14%ส่วนที่เหลือเป็นแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไปทั้งนี้ จากการสำรวจภาวะตลาดดังกล่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันสรุปได้ว่าแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในครึ่งปีหลังจะคึกคักมากกว่าครึ่งปีแรกทั้งในเชิงการเปิดตัวโครงการใหม่และการแข่งขันหลังจากที่การรัฐประหารทำให้บรรยากาศทางการเมืองดูคลี่คลาย จึงเชื่อว่าผู้ประกอบการจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นโดยคาดการณ์ว่าการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งปี2557 นี้ จะอยู่ที่ประมาณ 1.05 แสนหน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 4 หมื่นหน่วยใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และคอนโดมิเนียม 6.5 หมื่นหน่วยลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน8.5 หมื่นหน่วย ขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ ศูนย์อสังหาริมทรัพย์

เกียรตินาคินชูที่ดินน่าลงทุนดีเดย์ประมูล เอ็นพีเอ 27พ.ค.

แบงก์เกียรตินาคิน คัด "เอ็นพีเอ"  ที่โดดเด่น พร้อมโอน เปิดประมูล 27  พ.ค.นี้ ระบุการลงทุนในที่ดินยังน่าสนใจ เผย 3 ปีราคาเฉลี่ยพุ่ง 21% ด้าน "แบงก์ธนชาต" เพิ่มทางเลือกลงทุน ออกบัตรเงินฝาก 14 เดือน ดอกเบี้ยสูง 3.06% ต่อปี  นางสุวรรณี วัธนเวคิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน รอขาย ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดแคมเปญ "ออมที่ มีแต่ได้" ภายใต้แนวคิดที่ว่าก้าวสู่ความมั่งคั่งกับทรัพย์สินรอขาย ที่ทุกรายการเป็นทรัพย์พร้อมโอน ซึ่งการลงทุนในทรัพย์สิน รอขาย (เอ็นพีเอ) เช่น สิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน ถือเป็นการลงทุนที่สร้างความมั่งคั่งได้ ในอนาคต เนื่องจากราคาของเอ็นพีเอ โดยเฉพาะเอ็นพีเอที่เป็นประเภทสิ่งปลูกสร้างราคาจะต่ำกว่าอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่ง โดยทั่วไปราว 15-30%นอกจากนี้ แนวโน้มที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ การลงทุนในที่ดิน เนื่องจาก ที่ดินทำเลดีๆ มีแนวโน้มหายากมากขึ้น และนับวันราคาที่ดินมีแต่จะปรับตัว เพิ่มขึ้น จากการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินโดยกรมธนารักษ์ รอบบัญชีปี 2555-2558 พบว่า ราคาขายที่ดินในตลาดเพิ่ม สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาที่ดินทั่วประเทศเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 21.34%สำหรับแคมเปญ "ออมที่ มีแต่ได้" นี้ ธนาคารจะมีการจัดกิจกรรมเป็นระยะๆ ซึ่งจะคัดเอ็นพีเอเด่น พร้อมโอน โดย          เฉพาะที่ดิน ออกมาให้ผู้สนใจได้เข้าร่วมประมูล ซึ่งครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 27 พ.ค. 2557 นี้ ผู้สนใจขอรับซองประมูลที่ ธนาคารได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 26 พ.ค.2557 และทำการประมูลวันที่ 27 พ.ค. 2557 ที่ธนาคารเกียรตินาคินสาขาอโศกส่วนตัวอย่างทรัพย์ที่น่าสนใจ โดยเป็นที่ดินสำหรับการลงทุนในการประกอบธุรกิจ อาทิ ที่ดินเปล่าเนื้อที่ 68-1-70 ไร่ อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครปฐม (รหัสทรัพย์ L10144) ราคาประมูลเริ่มต้ม 40 ล้านบาท จากราคาปกติ 62 ล้านบาท ต่อมาคือ ที่ดินเปล่าเนื้อที่ 3-1-84.9 ไร่ อยู่ที่ดอนเมือง กรุงเทพฯ (รหัสทรัพย์  L10087) ราคาประมูลเริ่มต้น 59.55 ล้านบาท จากราคาปกติ 69.454 ล้านบาท เป็นต้นด้าน นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ต้องการออมเงิน ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วงดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ระดับต่ำ ธนาคารฯ จึงได้ออกผลิตภัณฑ์บัตรเงินฝากพิเศษ 14 เดือน ดอกเบี้ยสูง  3.06% ต่อปี โดยดอกเบี้ยจะสูงกว่าเงินฝากประจำ ระยะเวลาฝากเดียวกัน รับฝากขั้นต่ำ 1 ล้านบาทต่อรายการฝาก เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น สามารถเลือกรับดอกเบี้ยทุกเดือนหรือเมื่อครบกำหนด  และเมื่อ ครบกำหนดจะโอนเงินต้นเข้าบัญชี เงินฝากออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งผูกไว้กับบัญชีบัตร เงินฝากดังกล่าวขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ ศูนย์อมูลอสังหาริมทรัพย์

ทุนสิ่งทออัลไบร์ท โฮลดิ้งส์เปิดศึกคอนโดมิเนียมทำเลวงเวียนใหญ่สู้บิ๊กอสังหาฯ

   นายสมชัย อำนวยพรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลไบร์ท โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า หลังจากเข้ามาบุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยการประเดิมพัฒนาโครงการแรก ภายใต้แบรนด์ "ไบร์ท สุขุมวิท 24" ตั้งแต่เมื่อปี 2552 ล่าสุดได้กลับมาเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่อีกครั้งบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสวงเวียนใหญ่ ภายใต้ชื่อ"ไบร์ท วงเวียนใหญ่" บนพื้นที่ดินกว่า 3 ไร่ เป็นอาคารความสูง 46 ชั้น จำนวน 475 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 3,100 ล้านบาท ราคาขายประมาณ 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.)   ทั้งนี้ การกลับมาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง เพราะเป็นจังหวะที่ได้ที่ดินบนทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าและใกล้เมืองอีกทั้งยังเชื่อว่าคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าที่ใกล้เมืองยังไปได้ แต่ผู้ประกอบการต้องมีสายป่านยาว โดยเฉพาะภายใต้ภาวะที่การเมืองไม่นิ่ง ทำให้ยอดขายอาจชะลอตัวแต่กลุ่มอัลไบร์ทฯ มีเงินทุนสำรองจากกำไรในการขายโครงการไบร์ท สุขุมวิท 24 จึงพร้อมที่จะเปิดตัว และเดินหน้าก่อสร้างตามแผน สำหรับโครงการดังกล่าวบริษัทเริ่มทดลองเปิดตัวขายตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 20%   สำหรับทำเลถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปรถไฟฟ้า สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสาทรและเยาวราชได้สะดวก ทำให้ที่ผ่านมาคอนโดมิเนียมย่านนี้ยังได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเป็นชุมชนคนจีนเก่าแก่ที่เคยอยู่อาศัยและทำการค้าในย่านเยาวราช แม้ปัจจุบันจะมีบ้านหรูอยู่ชานเมืองอยู่แล้ว แต่เริ่มกลับเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อสะดวกในการเดินทาง   นายสมชัย กล่าวว่า จากการสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมที่ใกล้รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ซึ่งเพิ่งเปิดขายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นโครงการของรายใหญ่ เช่นโครงการเดอะ รูม วงเวียนใหญ่ เปิดขายเมื่อต้นปีที่แล้วราคาขายเริ่มต้นประมาณ1.15 แสนบาทต่อ ตร.ม. ปัจจุบันราคาขยับขึ้นไปถึง 1.2-1.6 แสนบาทต่อ ตร.ม. เช่นเดียวกับโครงการของค่ายแสนสิริที่เมื่อปีที่แล้วเปิดตัวนายน์ บาย แสนสิริ ในราคาเริ่มต้น 1.2 แสนบาทต่อ ตร.ม. ปัจจุบันขยับขึ้นไป 1.3-1.4 แสนบาทต่อ ตร.ม.   ด้านโครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายไตรมาสแรกของปีนี้ นิกซ์ บายแสนสิริ ราคาขายเริ่มต้น 9.2 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ปัจจุบันห้องชุดที่อยู่ระหว่างขายน่าจะขยับแตะหลักแสนบาทต่อ ตร.ม. แล้ว โดยการสู้ศึกกับรายใหญ่ในย่านนี้ทำให้อัลไบร์ทฯ ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการชูจุดขายตกแต่งพร้อมอยู่ขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ ศูนย์อมูลอสังหาริมทรัพย์

โอนกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโดไตรมาสแรกหดตัว6%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ระบุโอนบ้าน-คอนโดไตรมาส 1 หดตัว 6%ขณะที่ยอดจดทะเบียนเพิ่ม 2%          รายงานข่าวจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไตรมาสแรกของปี 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น 37,559 หน่วย ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มียอดโอน39,851 หน่วย และลดลง 29% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2556 ที่มียอดโอน52,593 หน่วย          ทั้งนี้ คอนโดมิเนียมมีการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสแรก ปี 2557 จำนวน15,947 หน่วย เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 2556 ที่มียอดโอน 15,682 หน่วย แต่ลดลง 34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2556 ที่มียอดโอน24,235 หน่วย          ขณะที่บ้านเดี่ยวมียอดโอน 6,419 หน่วย ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดโอน 7,091 หน่วยและลดลง 23% เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี 2556 ที่มียอดโอน 8,353 หน่วย ส่วนทาวน์เฮาส์มียอดโอน 11,086 หน่วย ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดโอน 12,491 หน่วย และลดลง 27% เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี2556 ที่มียอดโอน 15,185 หน่วย          สำหรับบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาสแรกของปี 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น 18,623 หน่วยเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนจำนวน 18,181 หน่วย แต่ลดลงถึง 46%เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี 2556 ที่มีบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งสิ้น 34,712 หน่วย โดยในจำนวนดังกล่าว แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวสร้างเสร็จจดทะเบียนจำนวน7,382 หน่วย เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2%เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี 2556 ส่วนทาวน์เฮาส์สร้างเสร็จจดทะเบียนในไตรมาสแรก ปี 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น3,011 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 32%เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี 2556          ด้านคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จจดทะเบียนในไตรมาสแรก ปี 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,694 หน่วย ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีคอนโดมิเนียมจดทะเบียน 6,271 หน่วย และลดลงถึง 71% เมื่อเทียบกับไตรมาส4 ปี2556 ที่มีคอนโดมิเนียมจดทะเบียนจำนวน19,426 หน่วย ขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ ศูนย์อมูลอสังหาริมทรัพย์

การเมืองร้อนเปิดโครงการบ้าน-คอนโด 4 เดือน หด 30% เผยผู้ประกอบการเริ่มขยับลงทุน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์เปิดเผยว่า จำนวนโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 4 เดือนแรก(ม.ค.-เม.ย. 2557) มีจำนวนทั้งหมด 115 โครงการ รวม 2.9 หมื่นยูนิตแบ่งเป็น บ้านจัดสรรจำนวน 72 โครงการ ประมาณ 1.1 หมื่นยูนิตและคอนโดมิเนียมจำนวน 43 โครงการ ประมาณ 1.8 หมื่นยูนิตลดลงจาก4 เดือนแรกของปีที่แล้วที่มีโครงการเปิดใหม่รวม 4.3 หมื่นหน่วยกว่า 30%          ด้าน นายสุรเชษฐ์ กองชีพ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่เพื่อรอให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลาย แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการหลายรายไม่รอให้สถานการณ์การเมืองจบแล้ว หลังจากที่ยืดเยื้อมากว่า 6 เดือนแล้ว และยังไม่มีสัญญาณว่าจะจบเมื่อไรและจบอย่างไร โดยจะเห็นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มเปิดโครงการใหม่กันมากขึ้น          นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ที่เป็นลูกค้าของบริษัทก็ตัดสินใจจะไม่รอให้การเมืองจบเช่นกัน โดยได้เตรียมจะเปิดตัวบุกตลาดอสังหาฯ เป็นครั้งแรกในช่วงไตรมาส 2 นี้ โดยจะพัฒนาโครงการบ้านหรูที่เขาใหญ่บนพื้นที่หลายร้อยไร่ แบ่งการพัฒนาเป็นเฟส เฟสแรกจำนวน20 ยูนิต เนื้อที่กว่า 100 ตารางวาต่อยูนิตราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท ขายเป็นที่ดินจัดสรรและมีแบบบ้านให้เลือกสั่งสร้าง          ทั้งนี้ ลูกค้ารายดังกล่าวเดิมมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการในช่วงไตรมาสแรก แต่ตัดสินใจเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะปัจจัยทางการเมือง แต่การรอเวลาถือเป็นการเสียโอกาส และหากรออย่างไม่มีกำหนดจะยิ่งเสียโอกาสทางการขาย โดยเฉพาะในตลาดที่ประเมินแล้วว่ายังมีความต้องการอยู่ จึงเลือกที่จะเปิดโครงการใหม่ๆ ออกมา แต่ส่วนใหญ่ยังระมัดระวังกับการใช้สื่อในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์          นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับบรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยช่วงนี้ ส่วนใหญ่ยังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยทางการเมือง และส่วนหนึ่งผู้สนใจซื้อคอนโดมิเนียมกังวลเรื่องขอสินเชื่อไม่ผ่านมากขึ้น หลังจากมีกระแสข่าวธนาคารเพิ่มความเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อจึงเกรงว่าหากขอสินเชื่อผ่านแล้วจะถูกยึดเงินดาวน์ ขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ แล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

บทความที่แนะนำ

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา มักจะได้สตาร์ทเงินกันที่ 10,000 – 15,000 บาท แม้ว่ายอดเงินจะไม่ถึง 20,000 ก็อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปว่าจะมีโอกาสได้กู้บ้านเหมือนคนอื่นหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน  1. คำนวณหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้าน ภาพจาก www.makemoneyinlife.com           ใช้หลักการคำนวณในการหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้านดู มีหลักการคำนวณอยู่ว่า ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น  เช่นคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท จะทำให้คุณสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้ที่ประมาณ 15,000 x 40%  ก็ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งหมายถึงหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ก็จะสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท และที่สำคัญคือคุณต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ  เพราะหากมีหนี้สินอื่น ๆ เช่นมีการผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็อาจทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง ซึ่งอาจจะเหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น 2. หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่สามารถกู้ได้ภาพจาก www.cedarsquarehomes.com           หลังจากคุณลองคำนวณจำนวนเงินที่คุณสามารถผ่อนในแต่ละเดือนได้แล้ว ก็ลองมองหาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้จากการคำนวณในข้อที่ 1 เช่นถ้าคุณจะเลือกผ่อนชำระในระยะเวลา 30 ปี  ก็จะสามารถกู้ได้ประมาณ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันยังมีโครงการบ้านที่มีราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการ เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือบ้านในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่อีกมาก หรือ อาจจะเลือกเป็นบ้านมือสองก็ได้เช่นกัน                                                            3. ทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี ภาพจาก www.canadianmortgagetrends.com           ก่อนที่จะทำการกู้บ้าน คุณไม่ควรมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีจากจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ บัตรผ่อนชำระต่างๆ เพราะ เมื่อคุณไปยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้วทางธนาคารก็จะไปตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณ และถ้าณเห็นว่ามีรายชื่อคุณใน Blacklist ก็อาจทำให้คุณทำเรื่องกู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น เพราะธนาคารก็ไม่มั่นใจว่าคุณเองจะจ่ายค่างวดให้ได้หรือไม่ และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากคุณ เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ทางธนาคารก็เกรงว่าคุณจะมีเงินไม่พอสำหรับส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านก็ไม่พอ ทางที่ดีควรทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี อย่างการชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา  และไม่ผิดนัดจ่ายหนี้ หรือไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมากเกินไป หรือทางที่ดีที่สุดคือไม่ก่อหนี้เลยน่าจะดีกว่า   4. หาผู้กู้ร่วมภาพจาก earlysalary.com           ถ้าหากบ้านที่คุณจะกู้เกินวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้ คุณอาจจะต้องหาตัวช่วยเป็นผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้นเพื่อให้การกู้ของคุณมีโอกาสผ่านมากขึ้นโดยความหมายของผู้กู้ร่วม หมายถึงการเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั่นเอง ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบหนี้ที่เป็นส่วนเท่า ๆ กัน เพียงเว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในบางธนาคารก็อาจจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ที่อยู่ในฐานะที่เป็นพี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน หรือพ่อแม่กู้ร่วมกับบุตร หรือสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ถ้าหากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องยื่นแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบอย่างทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือหากมีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ จากเคล็ดลับการทำเรื่องสินเชื่อกู้บ้านให้กับพนักงานเงินเดือนน้อยๆได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง และมีความสุขในการเริ่มต้นครอบครัวเล็กๆของคุณได้อย่างสมบูรณ์  ขอบคุณแหล่งข้อมูล  moneyhub.in.th 

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเล คือ สิ่งสำคัญเป็นอันดับต้นๆของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะถ้าทำเลไม่ดี หรือ ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า หรือ ผู้ซื้อแล้ว โอกาสจะสร้างกำไรหรือแม้กระทั่งขายออกก็คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้เรามีทำเลต้องห้าม ที่ไม่แนะนำให้ลงทุนซื้อเก็บไว้มาให้คุณศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน 1. ทำเลบ้านที่อยู่บนทางสามแพร่ง ภาพจาก takanahara.deviantart.com ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและจีน ถือเป็นทำเลอันตรายและอัปมงคลที่นักลงทุนอสังหาฯควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ณ บริเวณดังกล่าวด้วย 2. ทำเลอยู่ตรงข้ามกับวัดศาลเจ้าและสถานที่ไม่เป็นมงคล ภาพจาก www.tripadvisor.com ทำเลอสังหาฯ เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่า การอยู่ใกล้วัดและศาลเจ้าทำมาค้าขายไม่รุ่งเรือง เนื่องจากวัดมีงานศพอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าที่มักมีเสียงดังอึกทึก หรือทำเลที่อยู่ติดกับสถานที่ไม่เป็นมงคล เช่นป่าช้า หรือสุสาน ซึ่งมีปัญหาด้านวิวทิวทัศน์ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ น่ากลัว  3. อยู่ติดกับโรงแรมม่านรูดและสถานอาบอบนวดภาพจาก en.japantravel.com เนื่องจากเชื่อกันว่าอยู่ใกล้กับทำเลอโคจร ส่งผลให้ทำเลนั้นไม่น่าอยู่ และหากมองในหลักความเป็นจริง สถานที่ที่อยู่ใกล้กับโรงแรมม่านรูด หรือ สถานอาบอบนวด ก็ทำให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้ๆถูกมองไม่ดี และอาจจะเป็นอันตรายได้4. ที่ดินที่ติดริมน้ำ และ ถูกน้ำเซาะตลิ่งภาพจาก commons.wikimedia.org ที่ดินลักษณะนี้มีโอกาสพังทลายและสูญหายได้ หากสร้างสิ่งก่อสร้างก็จะไม่มั่นคง เพราะถูกน้ำเซาะ นอกจากนั้นอาจมีผลทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินเสี่ยงต่ออันตราย 5. ที่ดินที่มีรูปร่างผิดปกติและมีลักษณะไม่ดี ภาพจาก kolkata.locanto.in เช่น เป็นที่สามเหลี่ยมชายธง ที่ดินที่มีด้านหน้าแคบและมีส่วนลึกมาก หรือที่ดินที่มีรูปทรงผิดปกติในรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินพื้นนั้นไม่ได้6. ใกล้สิ่งรบกวนซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงภาพจาก raredelights.com เช่น  ที่ดินอยู่ใกล้กับทางขึ้นลงของเครื่องบิน หรือทางรถไฟ ส่งผลให้คนที่อยู่อาศัยแถวนั้นได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง  และส่งผลให้สุขภาพไม่ดี เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ7. ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า ภาพจาก www.siamfishing.com ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า จะเป็นทำเลที่ถมแล้วไม่แน่นดินพรุ ทำให้มีปัญหาดินขาดความมั่นคงได้ในอนาคต และหากจะสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินนั้นแล้วก็จะไม่แข็งแรง เป็นอันตรายอีกด้วย 8. ทำเลอยู่ในแนวเวนคืน ภาพจาก www.martinreillymotors.com ทำเลในลักษณะนี้มีโอกาสถูกทางราชการมาเวนคืนหรือยึดคืนได้ตลอด9. บ้านที่มีทำเลอยู่ติดกับโรงพยาบาล ภาพจาก zombie.wikia.com ทำเลลักษณะนี้อยู่แล้วจะขาดความสุขกายสบายใจ เนื่องจากจะพบเห็นผู้ป่วยหรือคนเจ็บเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา และพลอยทำให้คนที่อยู่อาศัยไม่สบายไปด้วย10. ทำเลที่มีบ้านประกาศขายติดกันหลายหลัง ภาพจาก modernize.com ถือเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าทำเลบริเวณนั้นไม่น่าอยู่ หรือมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เคยเกิดเหตุหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน11. บ้านที่อยู่ติดหรืออยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ควรอยู่ใกล้ ภาพจาก www.immersionadventures.com เช่น ร้านขายโลงศพ ร้านซ่อมรถ ร้านขายสัตว์ปีก ร้านทำประตูเหล็กดัดและมุ้งลวด เพราะทำเลเหล่านี้มักมีปัญหาเรื่องมลภาวะด้านต่างๆตามมา ทำเลที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้าม หากได้ทำเลดีก็เหมือนได้ทองมีค่า เพื่อทำกำไรให้งอกเงย ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ การเลือกทำเลเป็นขั้นตอนที่ต้องพิถีพิถันมากที่สุด  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.trebs.ac.th

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

การแต่งบ้านด้วยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น และทำให้บ้านอยู่สบายลงตัวขึ้นด้วย ส่วนไม่ว่าใครจะแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ใด ๆ ทั้งโมเดิร์น แอนทีค วินเทจ คันทรี่ ไอริช คลาสสิค สไตล์ไทย ๆ หรือจะเป็นสไตล์ใดก็ตาม ต่างก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของเจ้าของบ้าน หากเราได้แต่งบ้านตามสไตล์ที่เราชอบบ้านก็เป็นเหมือนสวรรค์เล็ก ๆ นั่นเอง                   นอกจากการแต่งบ้านจะทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว การแต่งบ้านโดยอิงศาสตร์ของฮวงจุ้ย ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้เกิดความสุข ความรุ่งเรืองร่ำรวย สุขภาพดี ของคนในบ้านได้อีกด้วย ศาสตร์ของฮวงจุ้ยที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงศาสตร์เก่าแก่ที่มีมานานหรือเป็นสิ่งงมงาย เมื่อได้ศึกษาหลักการฮวงจุ้ยแท้จริง จะเห็นได้ว่าหลักฮวงจุ้ยเป็นการผสมผสานความเข้าใจถึงหลักวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม  ธรรมชาติ และรายละเอียดของชีวิตรวมถึงการใช้ชีวิต ที่ได้สั่งสมวิเคราะห์ผ่านยุคสมัยมากว่าพันปี               ในบางครั้งบ้านบางหลังเมื่อตกแต่งเข้าอยู่แล้ว มองโดยภาพรวมอาจจะสวยงามและน่าอยู่ แต่เมื่อสมาชิกในบ้านอาศัยอยู่ในบ้านไประยะเวลาหนึ่ง กลับเกิดปัญหา เช่นความเจ็บป่วยไข้ สุขภาพอ่อนแอ อารมณ์ขุ่นมัว  ชีวิตมีอุปสรรคปัญหา สิ่งเหล่านี้ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วเชื่อว่ามาจากการตกแต่งและจัดบ้านโดยไม่ทราบถึงหลักข้อห้ามบางประการของฮวงจุ้ยนั่นเอง  หลักข้อห้ามเหล่านั้นโดยกว้าง ๆ ก็ได้แก่   1. ห้ามสร้างรั้วรอบลานโล่งหน้าบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านเกิดโรคขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับดวงตา 2. บ้านที่มีขนาดเล็ก ไม่ควรทำประตูบ้านขนาดใหญ่เกินไป จะส่งผลให้คนในบ้านมีปากเสียงเสมอ และประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองก้าวหน้า 3. หลังคาถ้าไม่สูงโปร่ง ไม่ควรแก้ไขด้วยการเจาะโล่ง แต่ควรใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องใสเข้าแทน 4. กำแพงบ้านควรรักษาให้ดูใหม่สะอาดเสมอ และควรติดไฟสว่างในกลางคืนจะทำให้คนที่อาศัยอยู่รุ่งเรืองและปลอดภัย 5. ไม่ควรสร้างห้องใต้ดินไว้กลางบ้าน หรือสร้างให้เล่นระดับเป็นหลุมกลางบ้าน เพราะความชื้นจะทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยได้ 6. ไม่ควรต่อเติมหรือทุบบ้านให้มีรูปทรงเว้าแหว่ง เพราะจะเกิดคดีหรือปัญหาใหญ่กับลูก ๆ ในบ้านได้ 7. ถ้าบ้านอยู่ในจุดที่มีสะพานพุ่งตรงเข้าหาตัวบ้าน ไม่ควรปล่อยให้จุดนั้นโล่ง ควรปลูกต้นไม้กันสายตาให้ทึบ   8. ถ้าบริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ยืนตายต้น ให้รีบโค่นออก มิฉะนั้นจะพบกับความยากจน 9. ไม่ควรตกแต่งกระจกไว้ตรงหัวนอน เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ 10. ห้ามวางเตียงนอนตรงกับประตูหรือวางให้ตำแหน่งและเท้าตรงกับประตูไม่ควรมีหิ้งหรือชั้นบริเวณหัวนอน  จะทำให้เป็นโรคประสาท สมอง และความเครียดได้             การตกแต่งบ้านให้สวยงามโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้การตกแต่งบ้านเกิดผลดีต่อสมาชิกในบ้านได้อย่างดีอีกด้วย  ภาพจาก sinsaehwang.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท
www.yimsu.com/property
Yimsu Property

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน