ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

เกร็ดน่ารู้ คู่บ้าน


ไอเดียดีๆ ในการตกแต่งสีห้องน้ำ

สีสันของห้องน้ำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการตกแต่งห้องน้ำให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป สีต่าง ๆ ของห้องน้ำทำให้เกิดบรรยากาศ อารมณ์และความรู้สึกใดบ้าง ลองมาดูด้วยกัน   1. ห้องน้ำสีฟ้าหากคุณเป็นคนที่รักสายน้ำความสดชื่นและนึกถึงความชุ่มฉ่ำเย็นใจ สีฟ้าคือสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเลือกอกนำมาตกแต่งห้องน้ำ  เคล็ดลับในการตกแต่งห้องน้ำด้วยสีฟ้าก็คือ เราสามารถตกแต่งให้ทั้งห้องเป็นสีฟ้าได้แต่ควรจะเลือกสีฟ้าในหลายเฉดและหลายน้ำหนัก คือฟ้าอ่อน ฟ้าอมเทา ฟ้าเข้ม ฟ้าอมเขียวเป็นต้น การแต่งห้องน้ำสีฟ้าสามารถมีมุมมองและลูกเล่นเพิ่มเติมด้วยการใส่วัสดุตกแต่งมันวาวในโทนสีเงินเข้าไปช่วย หรือจะเป็นสีขาวและเทา จะทำให้ห้องน้ำของคุณมีมิติและมีน้ำหนักสีที่สวยมากกว่าเดิม 2. ห้องน้ำสีเขียวสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ห้องน้ำสีเขียวก็คือสีในดวงใจของคุณ ห้องน้ำสีเขียวจะให้ความรู้สึกที่เย็นตาเย็นใจและผ่อนคลายสดชื่น การตกแต่งห้องน้ำในโทนสีเขียวนั้นมีได้หลากหลาย หากต้องการให้ห้องน้ำเป็นสไตล์โมเดิร์น ลองเลือกสีเขียวมิ้นท์หรือเขียวอ่อน เขียวอมเหลือง ก็จะได้ห้องน้ำที่ทันสมัยและสดใส แต่หากต้องการห้องน้ำในแนวธรรมชาติสีเขียวเข้าหรือเขียวขี้ม้า เขียวใบไม้ก็จะสร้างบรรยากาศให้ห้องน้ำเป็นสไตล์ธรรมชาติขึ้นมาได้ โดยตกแต่งต้นไม้จริงเพิ่มเติมเข้าไปก็จะลงตัว  3. ห้องน้ำสีส้ม เหลือง และครีมห้องน้ำในโทนสีส้ม สีเหลืองและสีครีม จะให้ความรู้สึกสดใสและนุ่มนวล มีรสนิยม การเลือกสีในโทนนี้สามารถตกแต่งได้หลายสไตล์ หากชอบสไตล์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สีส้มออกน้ำตาลจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการห้องน้ำสีสดใส เหลืองเลม่อนจะทำให้ห้องน้ำของคุณเจิดจรัสซาบซ่าสดใสได้ ห้องน้ำสีครีมสามารถตกแต่งดอกไม้ให้ดูวินเทจนุ่มนวลชวนฝันทีเดียว  4. ห้องน้ำโทนสีเข้มมีคนไม่น้อยทีเดียวที่ชอบห้องน้ำที่ดูเคร่งขรึมในโทนสีเข้ม อย่างสีน้ำเงินเข้ม แดงเข้ม หรือแม้แต่สีดำ สีเหล่านี้จะทำให้ห้องน้ำดูไม่สกปรก แต่ก็อาจจะทำให้ห้องน้ำดูอับมืดได้ ควรช่วยเสริมด้วยกระจกเงาในบางมุมและมีลูกเล่นของแสงไฟเข้าช่วย โดยใช้ดวงไฟสีนวลตาเพื่อไม่ให้ดูห้องน้ำมีบรรยากาศร้อนแรงเกินไป                นอกจากสีของห้องน้ำที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นยังมีการออกแบบสีห้องน้ำในโทนอื่น ๆ อีก เช่นโทนสีหวาน ๆ ในสไตล์พาสเทล การใช้สีตัดกันเช่น ขาวแดง ขาวดำ เป็นต้น  หากเลือกสีของห้องน้ำได้อย่างลงตัวห้องน้ำธรรมดาดาก็ดูสวยงามน่าใช้โดดเด่นขึ้นมาได้

ไอเดียดัดแปลงของเก่าให้เป็นของแต่งบ้านเก๋ ๆ

ใครหลาย ๆ คนคงเคยสังเกตตามมุม ในตู้หรือในชั้น ตามห้องต่าง ๆ ของบ้านอาจจะมีของรก ๆ หรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางกองอยู่  แต่ของเหล่านั้นหากจะให้เอาไปทิ้งหรือเอาออกไปขายเป็นสินค้ามือสองก็รู้สึกเสียดาย แถมของบางอย่างก็เป็นของที่มีความรักความผูกพัน หรือมีความหลังอยู่ในนั้น ทำให้ยังอยากที่จะเก็บเอาไว้อยู่   อย่ากระนั้นเลย เรามาลองดัดแปลงสิ่งของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วเหล่านั้นให้กลายเป็นของแต่งบ้านกันเถอะ               ภาพจาก decorreport.com 1. วัสดุสิ่งของเหลือใช้นำมาทำโคมไฟได้เชื่อไหมว่า โคมไฟ นับเป็นของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้ได้ทุกโอกาสและสามารถตกแต่งได้ทุกมุมของทุกห้องในบ้านทีเดียว  หากเรามีวัสดุเหลือใช้ไม่ว่าอะไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถนำมาทำโคมไฟได้ทั้งหมด  เพราะหลักการง่าย ๆ ของการทำโคมไฟก็คือ ตัวโคม หรือพื้นที่ที่สามารถใส่หลอดไฟลงไปแล้วแสงไฟสามารถลอดผ่านออกมาได้  และส่วนที่ใช้สำหรับ วาง ห้อย เกี่ยว หรือแขวนแล้วแต่สะดวก   ดังนั้นหากเรามีวัสดุอะไรก็ตามที่สามารถนำมาทำให้เกิดเป็นช่องว่างตรงกลางได้ เราก็สามารถทำโคมไฟได้ ชุดไฟสำเร็จรูปที่มาพร้อมปลั๊ก สายไฟ และสวิซ ก็มีให้เลือกซื้อหาได้ตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปสะดวกสบาย  ขั้นตอนแรก นำวัสดุเหลือใช้ อาจจะเป็นกระดาษแข็ง กล่อง  ตุ๊กตาพลาสติก  หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช้ แต่ต้องแน่ใจว่าเมื่อถูกความร้อนเป็นเวลานานแล้วจะไม่ละลายหรือไหม้ได้   นำมาเป็นวัสดุหลัก ใช้ปืนกาวในการประสานให้เกิดรูปทรง และใส่อุปกรณ์ที่ใช้วาง ตั้ง หรือหากจะแขวนก็หาตะขอเกี่ยวสักชิ้น  เมื่อประกอบเสร็จก็นำชุดหลอดไฟสำเร็จมาติดตั้ง เท่านี้ก็พร้อมที่จะนำไปตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้แล้ว ภาพจาก forfur.com 2. กรอบรูปที่ไร้กฎเกณฑ์ของแต่งบ้านที่ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวาสดใสอย่างกรอบรูป หากจะสังเกตจะเห็นว่ากรอบรูปที่วางขายกันตามท้องตลาดมักมีราคาแพง ยิ่งหากเป็นกรอบรูปที่มีดีไซน์การตกแต่งสวย ๆ แปลก ๆ ยิ่งทีราคาสูง ทั้ง ๆ ที่วัสดุที่ใช้ไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับแพงที่ไอเดียและแนวคิดสร้างสรรค์  กรอบรูปสวย ๆ เราเองก็ทำได้ด้วยวัสดุเหลือใช้ในบ้าน เช่น  จานพลาสติกหรือเมลามีนที่ไม่ใช้แล้วเพียงแต่นำรูปมาติดแปะลงไป  กรอบลายของจานเหล่านั้นก็มีความสวยสดใสอยู่แล้ว อาจจะเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการเจาะห่วงที่ด้านบนหรือด้านข้างกรอบ แล้วร้อยห่วงจานกรอบรูปแต่ละใบเข้าด้วยกัน ติดตามผนังก็ให้ความสวยแปลกไปอีกแบบได้ 3. เนรมิตของรกให้กลายเป็นของสะสมมีค่าตามห้องเก็บของหรือตู้เราอาจจะพบกับของไม่ใช้แล้วที่มีจำนวนมาก ๆ เช่นตุ๊กตาสมัยเด็ก ๆ ของลูก ของเล่นที่แถมมากับอาหารฟาสฟู้ดส์ รถคันจิ๋ว ๆ ของเหล่านี้เราหากเราลองหาที่วางเก๋ ๆ อย่างตู้โชว์กระจก ชั้นวางเป็นช่อง ๆ แล้วนำของเหล่านี้มาจัดวางโชว์โดยจัดสีสันและตำแหน่งให้สวยลงตัว ของรก ๆ ก็กลายเป็นของโชว์สะสมแต่งบ้านสวยไปในทันทีภาพจาก forfur.com 4. ของตกแต่งที่มีชิ้นเดียวในโลกจากเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ของแต่งบ้านบางอย่างอาจจะเกิดได้จากวัสดุประเภทเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องไฟฟ้ารวมถึงของใช้ที่หักพังแล้วก็ได้ เช่นโต๊ะเก่า ๆ หากลองเอามาทาสีใหม่ ซื้อสติ๊กเกอร์มาตกแต่งหรือใครพอมีฝีมือศิลปะบ้าง นำมาทำเทคนิคเดโคพาธหรือคอลราจ ก็จะได้ของตกแต่งบ้านชิ้นใหม่จากของชิ้นเดิมที่มีชิ้นเดียวในโลกได้ บ้านที่รก ๆ ไปด้วยของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วก็จะกลายเป็นบ้านที่มีของแต่งบ้านสวย ๆ อยู่ในหลาย ๆ มุมของบ้านไว้อวดแขกที่มาเยือนไม่ยากเลย 

ไอเดียเจ๋งๆ แต่งห้องน้ำให้สวยน่าใช้

ห้องน้ำที่สวยและน่าใช้ก็ทำให้เกิดความสุขและเป็นสวรรค์ในบ้านก็ว่าได้ เพราะช่วงเวลาที่เราใช้ในห้องน้ำนับเป็นช่วงเวลาของความผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวที่สุดช่วงหนึ่งของวันเลยทีเดียว การตกแต่งและจัดห้องน้ำให้สวยน่าใช้นั้นไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝากกัน 1. แสงสว่างในห้องน้ำ                ห้องน้ำก็เป็นห้องที่ต้องให้ความสำคัญกับแสงสว่างและปลั๊กไฟเช่นกัน แสงสว่างในห้องน้ำที่เหมาะสมก็คือแสงสว่างที่นวลตา อาจใช้แสงที่มีสีเหลืองแทนการใช้แสงไฟนีออนสีขาว เพราะจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากกว่า และในห้องน้ำไม่ใช่จุดที่ต้องการใช้สายตามากนัก นอกจากใครที่ชอบอานหนังสือในห้องน้ำก็อาจจะจัดให้มีดวงไฟอีกชุดเพื่อเปิดเมื่อต้องการอ่านหนังสือในห้องน้ำ  จุดสำหรับติดตั้งปลั๊กไฟเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่เปียกจึงเกิดอันตรายได้ง่ายเมื่อใช้สวิตช์ไฟฟ้า และปลั๊กไฟ  สวิตช์ไฟควรอยู่ในจุดผนังบริเวณส่วนแห้งของห้องน้ำ หากห้องน้ำบ้านใดไม่มีการแยกพื้นที่เปียกและแห้งควรติดตั้งสวิตช์ไว้นอกห้องน้ำจะปลอดภัยกว่า 2. ขนาดของสุขภัณฑ์                ขนาดของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำส่วนใหญ่ เจ้าของห้องน้ำมักเลือกจากความชอบในรูปทรงความสวยขององดีไซน์ เคล็ดลับในการเลือกสุขภัณฑ์ให้ลงตัวก็คือ ควรพิจารณาจากการใช้สอยของคนในบ้าน เช่นหากบ้านมีคนที่มีรูปร่างใหญ่ก็ควรเลือกโถสุขภัณฑ์ให้มีขนาดใหญ่เพื่อจะได้ใช้งานสบาย นั่งสบาย หากมีเด็กด้วยก็เลือกซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับเด็กเช่น ฝารองนั่งชักโครกสำหรับเด็ก  ห้องน้ำที่มีขนาดห้องเล็ก ไม่ควรเลือกสุขภัณฑ์ที่มีดีไซน์มากหรือใหญ่เทอะทะจะทำให้ห้องน้ำดูแคบอึดอัดได้ 3. สีของห้องน้ำ                โดยทั่วไปแล้วสีของห้องน้ำที่ทำความสะอาดง่ายและนิยมก็คือสีอ่อน สีสว่าง เช่น สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน สีฟ้า แต่ถ้าหากใครที่ชอบโทนสีเข้มหรือสีสดใสฉูดฉาดก็สามารถเลือกแต่งห้องน้ำเป็นสีดังกล่าวได้ เพียงแต่เสริมกระจกและของตกแต่งที่มีพื้นผิวสะท้อนมันวาวเข้าไปห้องก็จะดูสว่างขึ้น ไม่ดูทึบมืดเกินไป หรือดีไซน์การก่อสร้างห้องน้ำสีเข้มให้มีหน้าต่างกว้าง ๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน 4. พื้นห้องน้ำสวยและใช้งานลงตัว                เคล็ดลับของพื้นห้องน้ำสำหรับใครเพิ่งเริ่มที่จะสร้างหรือปรับปรุงห้องน้ำ พื้นห้องน้ำที่ดีก็คือ พื้นจะต้องมีความลาดเล็กน้อยโดยให้มีส่วนที่ต่ำกว่าเอนไปทางท่อหรือรูระบายน้ำ และต้องเป็นความเอียงที่เรียบระนาบเสมอ เพื่อไม่ให้น้ำขังในจุดต่าง ๆ ของห้องน้ำ พื้นที่เอียงได้องศาที่ดีและเอียงไปในทางรูระบายนำอย่างดีจะทำให้น้ำระบายได้เร็วและไม่เกิดน้ำขังเป็นแอ่ง 

วิธีตกแต่งห้องน้ำสำหรับคนหลายวัยในบ้าน

ในบ้านที่มีสมาชิกในบ้านอยู่กันหลายคน ย่อมจะมีสมาชิกที่มีวัยและอายุที่แตกต่างกันออกไป ทั้งวัยเด็กเล็ก ๆ วัยเด็กโต วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ ห้องน้ำจึงเป็นอีกสถานที่ในบ้านที่ผู้คนในบ้านทุก ๆ คนต้องใช้ร่วมกัน ดังนั้นการจัดแต่งห้องน้ำที่ดีและเหมาะสมกับสมาชิกทุกวัยในบ้านจึงมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องงคำนึงถึงด้วยได้แก่                 ภาพจาก community.akanek.com 1. จัดพื้นที่ให้ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้านเพราะวัยที่แตกต่างกันของคนในบ้านจึงต้องการรายละเอียดในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำด้วย โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นเด็กและเป็นผู้สูงอายุในบ้าน ความปลอดภัยที่กล่าวถึงนี้ก็ได้แก่                  พื้นของห้องน้ำ ในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ พื้นห้องน้ำควรจะมีพื้นผิวของวัสดุปูที่ไม่ลื่น มีความฝืดมากกว่าห้องน้ำโดยทั่วไป และไม่ควรมีความลาดเอียงมากเกินไป ในกรณีของทั้งเด็กและผู้สูงอายุพื้นที่มีระดับแตกต่างกันมาก เช่นพื้นห้องน้ำต่ำกว่าตัวพื้นในบ้านมากเกินไปก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่ายเช่นกัน                อุปกรณ์เสริมสำหรับสมาชิกในบ้านในห้องน้ำก็สำคัญเช่นกัน ในผู้สูงอายุที่เดินไม่ค่อยสะดวก ควรมีราวจับสแตนเลสในจุดต่าง ๆ ติดตั้งในห้องน้ำ เช่น ราวติดผนังด้านที่ติดตั้งชักโครก  ราวติดผนังใกล้อ่างล้างหน้า และผนังในบริเวณที่ใช้อาบน้ำเป็นต้น  สำหรับเด็กเล็ก ๆ สิ่งที่ต้องมีก็คือฝารองชักโครกขนาดเล็กที่เหมาะกับเด็ก ๆ นอกจากจะทำให้นั่งชักโครกสะดวกแล้วยังปลอดภัยจากอุบัติเหตุอีกด้วย 2. ออกแบบให้เป็นห้องน้ำที่ใช้สะดวกสำหรับทุกคนขนาดของการติดตั้งอุปกรณ์และระยะห่างของอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องน้ำก็ควรพิจารณาให้สะดวกในการใช้สำหรับสมาชิกทุกคนในบ้านเช่นกัน หากมีสมาชิที่มีรูปร่างใหญ่ การจัดมุมอาบน้ำหรือมุมชักโครกที่คับแคบก็จะเกิดความไม่สะดวกในการใช้สอยห้องน้ำได้ ในขณะเดียวกันอ่างล้างมือที่สูงกว่าตัวเด็กเล็ก ๆ ก็ทำให้เด็ก ๆ ล้างมือได้ยาก อาจจัดให้มีก๊อกน้ำที่สะดวกสำหรับเกในจุดอื่นของห้องน้ำให้เด็ก ๆ ล้างมือ หรือมีเก้าอี้ที่จะปีนล้างมือได้สะดวกและปลอดภัยวางไว้ก็ได้                ภาพจาก rukbarn.com 3. มีจำนวนห้องน้ำที่เพียงพอสำหรับทุกคนในบ้านจำนวนห้องน้ำกับจำนวนสมาชิกในบ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน หากในบ้านมีสมาชิกหลายคนแต่มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว เมื่อช่วงเวลารีบเร่งเช่นช่วงเช้าตื่นนอนก็อาจทำให้ต้องเสียเวลารอต่อคิวใช้ห้องน้ำได้ เพราะฉะนั้นจำนวนห้องน้ำจึงต้องเหมาะสมกับจำนวนสมาชิกที่ต้องใช้ห้องน้ำ การแก้ไขหากเพิ่มจำนวนห้องน้ำไม่ได้เพราะพื้นที่และการออกแบบบ้านที่จำกัดก็คือ อาจจะจัดให้สุขาและส่วนอาบน้ำแยกห้องกัน และมีจุดล้างหน้าล้างมือที่เพิ่มขึ้นใจบริเวณอื่นของบ้านก็ช่วยได้ 4. ตำแหน่งของห้องน้ำบริเวณที่เป็นส่วนห้องน้ำของบ้านก็ต้องเหมาะสมกับการใช้งานของสมาชิกในบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรอยู่ในจุดที่ไม่ต้องเดินไกลเกินไปและไม่มีสิ่งกีดขวางหรือทางลื่นทางชันให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้ห้องน้ำในยามค่ำคืน                สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดในการออกแบบและจัดแต่งห้องน้ำสำหรับสมาชิกในบ้าน ให้ได้ใช้งานกันอย่างเหมาะสมและปลอดภัยนั่นเอง

เลือกโทนสีอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละห้อง

การเลือกโทนสีให้เหมาะสมในแต่ละห้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน เพราะโทนสีแต่ละห้องมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของคนที่อยู่ในห้อง วันนี้เรามีวิธีการเลือกโทนสีให้เหมาะสมในแต่ละห้องเพื่อคุณจะได้นำไปปรับใช้1. ต้องการความสบายตา ความเย็นใจ ต้องเลือก “สีเขียว”มีคนเคยบอกว่า หากคุณเมื่อยล้า เวลาจ้องอะไรนานๆ ให้มองไปที่สีเขียว ความเมื่อยล้านั้นจะบรรเทา เพราะสีเขียวเป็นสีที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น ผ่อนคลาย ช่วยลดความดันโลหิตอีกด้วยห้องที่เหมาะสมกับสีเขียว : ห้องนั่งเล่น และ ห้องนอน ภาพจาก www.drawhome.comภาพจาก www.drawhome.com ภาพจาก ideasforhomesdesigns.comภาพจาก ideasforhomesdesigns.com 2. สงบ ปลอดโปร่ง ด้วย “สีฟ้า”สีฟ้า เป็นสีที่ทำให้รู้สึกสดใส และ เย็นใจไปพร้อมๆกัน หากคุณต้องการความสงบทางจิตใจ และไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด อีกทั้งอิทธิพลของสีฟ้ายังช่วยเรื่องโรคปอดห้องที่เหมาะสมกับสีฟ้า : ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และ ห้องน้ำภาพจาก www.pinterest.com ภาพจาก www.pinterest.comภาพจาก  www.designrulz.com ภาพจาก www.theroomedit.comภาพจาก  www.homestratosphere.com ภาพจาก www.houzz.com 3. ร้อนแรง มีชีวิตชีวา ด้วย “สีแดง และ สีโทนร้อน”สีแดง หรือ สีโทนร้อง เช่น สีเหลือง สีส้ม สีม่วงแดง เป็นโทนสีร้อนที่ให้ชีวิตชีวา ด้วยเนื้อสีที่สด ทำให้คนที่อยู่ในห้องรู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวา อีกทั้งช่วยเพิ่มความเจริญอาหารห้องที่เหมาะสมกับสีแดง : ห้องนั่งเล่น และ ห้องรับประทานอาหารภาพจาก www.decoist.comภาพจาก  www.decoist.comภาพจาก  www.housetohome.co.ukภาพจาก www.thinkter.com 4. สุขุม และ หนักแน่น ด้วย “สีน้ำเงิน”สีน้ำเงิน เป็นสีโทนเย็น ที่ทำให้รู้สึกสุขุม หนักแน่น มีความเป็นผู้ใหญ่และทางการมากกว่าสีอื่นๆห้องที่เหมาะสมกับสีน้ำเงิน : ห้องทำงาน หรือ ห้องอ่านหนังสือTips : ควรมีสีอื่นมาตัดกับสีน้ำเงิน เช่น สีขาว เพื่อไม่ให้ห้องดูทึบเกินไป ภาพจาก  keenzy.us ภาพจาก  www.jimandpatsanders.com  5. ร่าเริง สดใสด้วย “สีเหลือง”สีเหลือง โทนสีสว่างที่ไม่ร้อนแรงจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกสดใสเวลาที่มอง ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้องอีกด้วยห้องที่เหมาะสมกับสีเหลือง : ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกภาพจาก www.home-designing.com ภาพจาก rilane.comภาพจาก rilane.com 6. วินเทจสไตล์ ด้วย “สีพาสเทล”สีพาสเทล คือการนำสีขาวเข้ามาผสม เพื่อลดความเข้ม และ ความสดของสีลง เช่น สีชมพูอ่อน สีม่วงอ่อน หรือ สีเขียวมิ้นต์ ให้ความรู้สึกชวนฝัน โรแมนติกห้องที่เหมาะสมกับสีพาเทล : ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และ ห้องรับแขก ภาพจาก rilane.com/bedroomภาพจาก rilane.com ภาพจาก rilane.comภาพจาก coloration.hobby-smart.comภาพจาก coloration.hobby-smart.com สีแต่ละสีให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน หากคุณเลือกโทนสีที่เหมาะสมก็ทำให้บ้านของคุณดูมีชีวิตชีวา และนอกจากเทคนิคการเลือกโทนสีห้องที่เรานำเสนอไปนั้น คุณอาจจะเพิ่มความสวยให้กับห้องด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือ วอลเปเปอร์ที่เข้ากับโทนสีห้องของคุณได้อีกด้วย

มารู้จักข้อดีข้อเสียของครัวปูนกันเถอะ

ครัวปูนเป็นครัวในแบบที่เรารู้จักกันดีเพราะเป็นที่นิยมใช้กันตามบ้านส่วนใหญ่ไม่แพ้ครัวบิ้วอินเลยสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะตกแต่งครัวด้วยเคาน์เตอร์ครัวแบบครัวปูน วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับครัวปูนมาให้ได้ทราบกันทั้งข้อดีในการใช้ครัวปูนและข้อเสียของครัวปูนมาฝาก          ก่อนอื่นเรามาทราบกันก่อนว่าครัวปูนนั้นคืออะไร ครัวปูนที่พูดกันติดปากก็คือการทำเคาน์เตอร์ด้วยวิธีการหล่อปูนตามแบบโครงสร้างที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งใช้วัสดุคือปูนและเหล็กเส้นบางส่วน นำมาทำเป็นโครงสร้างของเคาน์เตอร์ครัว โดนอาจใช้วิธีฉาบผิวให้เรียบเป็นการโชว์พื้นผิวปูนเปลือย และการตกแต่งหน้าเคาน์เตอร์และหน้าปูนด้วยกระเบื้อง จากนั้นก็ติดบานตู้ใต้เคาน์เตอร์ด้วยบายไม้หรือพีวีซี ข้อดีของครัวปูนก็คือ  1. ทนทานกว่าครัวในแบบบิ้วอิน          เพราะทำจากวัสดุปูนเป็นหลักทำให้ครัวปูนมีความทนทานในการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่คงทนกว่าครัวในแบบบิ้วอินที่ทำจากวัสดุที่บอบบางกว่า ทนน้ำไม่หลุดร่อนบวมหรือแตก หากเลือกวัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ที่ทนทานได้มาตรฐาน เช่นหินแกรนิต หินอ่อน หรือกระเบื้องชนิดต่าง ๆ    นอกจากนั้นยังทนความร้อนได้สูงมาก เหมาะกับการใช้ในครัวที่ต้องรองรับความร้อนหรือไฟ ไม่ต้องกลัวว่าผิวหน้าเคาน์เตอร์จะไหม้เสีย 2. ก่อสร้างง่าย ราคาไม่แพง          การก่อสร้างครัวปูนนั้นช่างทั่วไปสามารถทำได้และไม่ว่าแบบจะมีรูปทรงอย่างไร ทั้งตัวไอตรง ๆ รูปทรงตัวยู รูปทรงตัวแอล  หรือรูปทรงโค้งก็สามารถหล่อแบบปูนออกมาได้ตามที่ต้องการ และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายมาตรฐานทั่ว ๆ ไป 3. วัสดุตกแต่งมีให้เลือกมากหลากหลายสไตล์          วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการตกแต่งเคาน์เตอร์ปูนนั้นมีให้เลือกหลากหลายทั้งชนิดของวัสดุที่มีทั้งกระเบื้อง ไม้แท้ วัสดุสังเคราะห์ แกรนิต หรือแม้กระทั่งหินอ่อน ทั้งลวดลายและสีสันก็มีมาก การเรียงวงให้เกิดลวดลายต่าง ๆ ก็สามารถออกแบบได้ตามใจ 4. ทำความสะอาดง่าย          ครัวปูนนั้นทนทั้งน้ำและทนความร้อน ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย เมื่อต้องการทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็สามารถใช้น้ำล้างได้ทั้งหมด ใช้แปรงขัดและลงน้ำยาทำความสะอาดได้ตามชอบใจ ซึ่งต่างจากครัวแบบ บิ้วอินซึ่งวัสดุมักมีข้อจำกัดไม่สามารถทนชื้นและทนร้อนมาก การทำความสะอาดจึงต้องระวังเป็นพิเศษมากกว่าส่วนข้อเสียของครัวปูนก็มีดังนี้ 1. เกิดความอับชื้นภายในตู้ได้          ข้อเสียของครัวปูนซึ่งมักเกิดทั่วไปในครัวปูนส่วนใหญ่คือ ภายในตู้มักเดความอับชื้นเนื่องจากการคายความชื้นของเนื้อปูน ทำให้อับภายในตู้ได้ 2. ฟังชั่นภายในไม่มาก          ครัวปูนมีข้อจำกัดที่ฟังชั่นภายในให้ประโยชน์ใช้สอยที่จำกัด เพราะมักจะหล่อได้เพียงชั้นที่เพิ่มขึ้นมาต่างจากครัวบิ้วอินที่มีอุปกรณ์เสริมใช้งานได้สะดวกครบกว่า 3. ดูไม่ทันสมัย          รูปแบบของครัวปูนด้วยวัสดุที่เป็นปูนเมื่อเทียบกับครัวในแบบบิ้วอินจะดูไม่ทันสมัยเท่า เพราะมีรูปแบบเดียวต่างก็เพียงแต่รูปทรงการวางตัวของเคาน์เตอร์เท่านั้น           ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียที่นำมาให้ได้ทราบเพื่อเปรียบเทียบความชอบก่อนที่จะเลือกใช้ครัวปูนและครัวประเภทอื่นให้กับบ้าน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนั่นเอง  ภาพประกอบจาก banidea.com

เปรียบเทียบครัวทึบและครัวโปร่ง เลือกอย่างไรให้เหมาะ

ลักษณะห้องครัวที่เราใช้กันอยู่ตามบ้านในปัจจุบันนั้นหากจะสังเกตจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 ลักษณะก็คือ ครัวในแบบทึบและครัวแบบโปร่ง  สำหรับครัวในแบบทึบก็คือครัวที่เราเรียกกันติดปากว่าครัวฝรั่ง เป็นห้องที่มีผนังปิดทั้ง 4 ด้าน อาจจะมีประตูและหน้าต่างในบางด้านของห้องครัวก็ได้                 ส่วนครัวในแบบโปร่งก็คือครัวที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าครัวไทย คือเป็นครัวที่เปิดโล่งในแบบดั้งเดิม อาจจะมีการกรุผนังบางด้านด้วยไม้ระแนง ซึ่งในปัจจุบันก็กลับมาได้รับความนิยมกันมากขึ้นทีเดียว  ข้อดีของครัวแบบทึบหรือครัวฝรั่งเมื่อเปรียบเทียบกับครัวแบบโปร่งเปิดโล่งก็คือ 1. สามารถกันลมฝนได้ดี เมื่อต้องการเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว ยิ่งหากเป็นจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวที่มีค่าหรือพังเสียเมื่อโดนความชื้นและความร้อนได้ การเก็บในครัวแบบปิดย่อมจะรักษาอุปกรณ์เหล่านั้นได้ดีกว่าครัวแบบโปร่งที่ค่อนข้างเปิดโล่งกันลมฝนได้ไม่มิดชิด 2. ป้องกันสัตวเข้ามาในครัวได้มากกว่า ครัวแบบทึบจะสามารถป้องกันสิ่งของและอาหารจากสัตว์ได้ ทั้งหนูแมลงสาบ งู และแมลงประเภทต่าง ๆ เมื่ออยู่ในครัวปิดการที่สัตว์เหล่านี้จะเข้ามาหาเศษอาหารในครัวได้ก็ยากกว่าแบบครัวเปิด  3. มีความสวยงามและเป็นส่วนตัวกว่า ครัวแบบปิดทึบจะตกแต่งให้สวยงามได้ง่ายกว่า ทั้งการทาสีและการตกแต่งในส่วนอื่น ๆ  และการเป็นห้องปิดจึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ข้อเสียของครัวแบบทึบเมื่อเปรียบเทียบกับครัวโปร่งแบบเปิดโล่งก็คือ 1. ระบายอากาศได้ยากกว่า เพราะความที่ไม่เปิดโล่ง ช่องทางที่อากาศและควันจะระบายมีน้อยกว่าครัวเปิด  2. ไม่เหมาะในการทำอาหารแบบไทย เพราะนอกจากอากาศแล้วยังมีกลิ่นที่ไม่สามารถระบายไปได้ เมื่อทำอาหารที่มีกลิ่น 3. อึดอัดและคับแคบ  ครัวปิดในขนาดพื้นที่เท่ากันกับครัวแบบเปิดจะมีความอึดอัดคับแคบกว่าเพราะอยู่ในกรอบปิดสี่เหลี่ยม ไม่โปร่งโล่ง                ข้อดีของครัวเปิด ก็คือ การก่อสร้างใช้งบประมาณที่น้อยกว่า ในเรื่องของโครงสร้างก็เบาทำให้พื้นในส่วนที่ต่อเติมเป็นครัวไม่ทรุดและไม่ดึงโครงสร้างเดิม   อากาศและควันรวมถึงกลิ่นถ่ายเทได้ดีกว่า  เหมาะกับการประกอบอาหารแบบไทย ๆ แต่อาจขาดความปลอดภัยในเรื่องของสัตว์พวกหนู งู และแมลงต่าง ๆ อีกทั้งไม่เหมาะจะเก็บอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการดูแลสูง นอกจากจะออกแบบตู้หรืออุปกรณ์เก็บของมิดชิดปลอดภัยเพิ่มขึ้น   ในด้านของความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะครัวเปิดก็มีความสวยงามแบบไทย ๆ และเรียบง่ายได้เช่นกัน                 นอกจากความสวยงามและข้อดีข้อเสียที่ได้กล่าวมา ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้สอยของแต่ละบ้าน รวมถึงพื้นที่ของแต่ละบ้านด้วยว่าเอื้ออำนวยให้ทำครัวในแบบใด

เทคนิคง่ายๆ ในการสร้างธรรมชาติไว้ในบ้าน

ธรรมชาติที่สวยงามย่อมทำให้ผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติรู้สึกสดชื่น สดใส และผ่อนคลาย การสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติจึงเป็นการพักผ่อนวิธีหนึ่งที่ดี แต่บางครั้งสำหรับคนบางคนการหาเวลาเพื่อไปใกล้ชิดธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้บ่อย ๆ ยิ่งหากมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีบริเวณน้อย หรืออาศัยอยู่ตามตึกตามคอนโดมิเนียม การจะใกล้ชิดธรรมชาติก็ดูยิ่งจะเป็นเรื่องยาก                   ไอเดียดี ๆ ที่นำมาฝากกันเพื่อให้ใกล้ชิดธรรมชาติได้บ่อยขึ้น ก็คือการหยิบจับธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัวเรา ภายในบ้านและที่พักอาศัยของเรา ก็จะทำให้เราสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้ทุกวัน  ไม่ยากเลยเทคนิคเหล่านั้นได้แก่             ภาพจาก hatyaiok.com 1. เพิ่มสีเขียวให้กับบ้านว่ากันว่าสีเขียวเป็นสีที่ทำให้สบายตาเมื่อมอง เป็นสีที่สื่อถึงธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้า และเป็นสีที่เหมาะที่สุดสำหรับการพักสายตาจากการเพ่ง หรือทำงานมาอย่างหนัก ลองเปลี่ยนสีผนังหรือมุมต่าง ๆ ของบ้านบางมุมให้เป็นสีเขียว โดยเฉพาะมุมที่ใกล้กับโซนทำงาน เช่น ทาสีผนังใหม่ให้เป็นสีเขียวเย็นตา เปลี่ยนผ้าม่านให้เป็นลายพื้นเขียวหรือมีลวดลายเขียว   เป็นต้น 2. ภาพธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศผนังบ้านหรือหลังโต๊ะตู้ที่โล่ง ๆ อยู่ ในวันหยุดลองไปเดินหาซื้อภาพถ่าย ภาพเขียน ธรรมชาติสวย ๆ มาติดก็ดีไม่น้อย อาจจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ  ชายทะเล ภูเขา ป่า น้ำตก  หรือภาพ นก ต้นไม้ ดอกไม้ มาติดไว้ตามผนังบ้านโต๊ะ หรือมุมที่สามารถมองแล้วสบายใจผ่อนคลาย               ภาพจาก aqhome.co.th3. ต้นไม้ในบ้านห้องเล็ก ๆที่จืดชืดไว้ชีวิต หรือดูโมเดิร์นห่างไกลธรรมชาติ ลองหากระถางต้นไม้เล็ก ๆ มาวางไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน เช่นบนโต๊ะ บนชั้นวางของ มุมต่างๆ ของบ้าน ต้นไม้ที่ว่า ควรเป็นต้นไม้ที่ปลูกดูแลได้ง่าย เช่นพลูด่าง หรือต้นกระบองเพชร  นอกจากต้นไม้กระถางแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีสวนถาด สวนขวด ที่จำลองตกแต่งเป็นสวนขนาดจิ๋วสวยงามขายตามตลาด ลองซื้อมาจัดวางมุมต่าง ๆ ของบ้านเมื่อมองดูก็ผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติได้ทีเดียว 4. เสียงน้ำตกเสียงนกเสียง เป็นสิ่งที่ช่วยบรรยากาศให้ร่มรื่นได้เช่นกัน ลองหาซีดีที่มีการบรรเลงเสียงน้ำตก เสียงนก เสียงธรรมชาติที่มักมีขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านหนังสือ มาเปิดในวันเวลาที่ต้องการผ่อนคลายก็จะให้ความรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้    ภาพจาก dmodernart.com 5. ของตกแต่งอื่น ๆ ที่สื่อถึงธรรมชาติในส่วนตาง ๆ ของบ้านอาจจะลองหาของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ที่มีเรื่องราวของธรรมชาติมาวางประดับ หรือหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่าง ๆ ก็ลองซื้อมาไว้แต่งบ้าน เช่นกรอบรูป โมบาย เซรามิค โคมไฟ ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายใกล้ชิดธรรมชาติได้เช่นกัน 

เคล็ดลับแต่งห้องน้ำในคอนโดให้น่าใช้

สำหรับที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม เป็นที่อยู่อาศัยที่ความนิยมกันมากโดยในเมือง นับเป็นไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง  เมื่อพูดถึงพื้นที่และห้องต่าง ๆ ในคอนโด ห้องหนึ่งที่มักจะเกิดปัญหาสำหรับการตกแต่งก็คือห้องน้ำในคอนโดนั่นเอง  ไม่ว่าจะการตกแต่งให้สวยงามได้ยากเพราะพื้นที่ที่มักจะมีจำกัด และตำแหน่งของห้องน้ำในคอนโดซึ่งค่อนข้างบังคับในโครงสร้าง ให้เกิดความอับชื้นและอึดอัด  เจ้าของห้องน้ำในคอนโดจึงต้องรู้เคล็ดลับในการแต่งห้องน้ำเหล่านี้เสียก่อน  1. สำรวจจุดระบายอากาศ                ข้อแรกที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับห้องน้ำในคอนโดก็คือ จุดระบายอากาศ หากห้องน้ำในคอนโดของคุณอยู่ใกล้ระเบียงและมีหน้าต่างให้อากาศในห้องน้ำได้ถ่ายเทก็นับได้ว่าเป็นห้องน้ำคอนโดที่ดีมาก ๆ การตกแต่งอื่น ๆ และการใช้งานก็จะไม่ค่อยพบปัญหา แต่ถ้าห้องน้ำของคุณอยู่ด้านในตัวห้องของคอนโด ไม่มีหน้าต่างหรืออช่องระบายสู่ภายนอกอาคาร ต้องสำรวจว่ามีพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำไปสู่ภายนอกหรือไม่  ถ้าไม่มีก็ต้องจัดการติดตั้งเสียก่อน 2. แยกส่วนเปียกและแห้ง                ห้องน้ำในคอนโดมิเนียมควรเป็นห้องน้ำที่มีการจัดแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน  เพราะห้องน้ำมีแต่ส่วนที่เป็นส่วนเปียก จะทำให้ห้องอื่น ๆ พลอยเปียกไปด้วยได้ง่ายและเกิดความชื้นมากในบริเวณต่าง ๆ ในห้อง  วิธีแยกส่วนเปียกและแห้งในห้องน้ำทำได้หลายวิธี  เช่น ติดตั้งตู้อาบน้ำเพื่อแยกเป็นส่วนเปียกในการใช้อาบน้ำ หรือติดตั้งอ่างอาบน้ำถ้าห้องน้ำมีที่กว้างพอ  หรือถ้าต้องการประหยัดก็อาจใช้วิธีกั้นด้วยม่านพลาสติกหรือก่อบล็อกแก้วคั่นระหว่างบริเวณเปียกและบริเวณแห้งก็ได้3. เพิ่มมุมมองให้ดูโปร่งและกว้างห้องน้ำในคอนโดที่มีพื้นที่แคบ ตกแต่งให้ดูกว้างขึ้นได้ด้วยการใช้กระจกติดที่ผนัง หรือเลือกตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีสีมันวาวก็จะทำให้ห้องน้ำคอนโดเกิดมุมมองที่ดูกว้างและสว่างขึ้นได้4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยชั้นติดผนัง                ห้องในคอนโดมิเนียมมักมีขนาดที่จำกัด การเพิ่มชั้นวางของในห้องน้ำจะช่วยให้มีพื้นที่ในการเก็บอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ในห้องน้ำได้ เคล็ดลับอยู่ที่ชั้นที่ติดตั้งไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือกว้างจนเกินไป และควรติดให้สูงกว่าระดับสายตาจะทำให้ไม่ดูเกะกะและไม่อึดอัด 5. เลือกของตกแต่งทุกชิ้นให้มีประโยชน์ใช้สอย                การตกแต่งห้องน้ำให้ดูสวย อาจจะลองเลือกหาของตกแต่งน่ารัก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่อย่างที่ทราบว่าด้วยเนื้อที่ที่ไม่กว้างมากของห้องน้ำ การเลือกของตกแต่งที่มีประโยชน์ใช้สอยพร้อมกับความสวย ความ น่ารักช่วยสร้างบรรยากาศจึงเป็นไอเดียที่ดี เช่นแปรงถูหลังรูปการ์ตูนน่ารัก เมื่อนำมาแขวนในห้องน้ำก็ดูสวยและทำให้ห้องน้ำน่ารักขึ้นแล้วยังได้ประโยชน์ใช้ถูหลังอาบน้ำได้ด้วย ดีกว่าเลือกตุ๊กตารูปการ์ตูนมาวางไว้โดยใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นต้น

ข้อห้ามในการตกแต่งห้องครัว

การตกแต่งห้องครัวให้สวยนั้น มีความแตกต่างจากการตกแต่งห้องอื่น ๆ อยู่บ้าง เนื่องจากหองครัวเป็นห้องที่มีอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อใช้สำหรับการประกอบอาหารหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในโซนของน้ำคืออ่างล้างงจาก ก็อกน้ำ และในโซนของไฟเช่นเตาแก๊สและการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ข้อห้ามหรือข้อควรระวังในการตกแต่งครัวที่ควรรู้สำหรับคนที่กำลังคิดจะตกแต่งครัวในบ้านมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูไปด้วยกัน  1. พื้นครัวไม่ควรลาดเอียงหรือเล่นระดับการมีพื้นครัวที่ระดับพื้นไม่เรียบเสมอกันจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เพราะอย่าลืมว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำในครัวนั้นมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้ หากไม่ระวัง พื้นที่ไม่เท่ากันจะทำให้เสียการทรงตัวและลื่นล้มลงได้ง่าย ๆ หากในขณะที่ล้มถือมีดอยู่ก็อาจจะบาดร่างกายอันตรายถึงชีวิต หรือหากกำลังถือหม้อหรือกระทะอยู่ก็อาจจะทำให้ของในภาชนะนั้นหกราดรดตัวได้ ยิ่งหากเป็นของร้อนก็จะอันตรายมากทีเดียว 2. วัสดุปูพื้นครัวไม่ควรมันลื่นในกรณีและเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน พื้นครัวก็ไม่ควรจะมีพื้นผิวที่มันหรือลื่นได้ง่าย เพราะในหลาย ๆ ครั้งพื้นครัวมักต้องมีน้ำชื้นแฉะจากการล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือในการทำอาหารบางประเภทได้ เมื่อพื้นมีความลื่นก็จะยิ่งอันตรายทำให้อุบัติเหตุได้ง่ายมาก 3. จุดของสายไฟและสวิตช์ไม่ควรใกล้เตาไฟและน้ำเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากหากการวางจุดเดินสายไฟไม่ถูกออกแบบไว้ก่อนให้รอบคอบ โดยเฉพาะลักษณะเดินสายไฟลอย เพราะความร้อนอาจจะทำปฏิกิริยากับสายไฟและสวิตช์ทำให้ไฟไหม้ครัวได้ หรือแม้กระทั่งความชื้นอาจจะทำให้เกิดไฟช๊อตหรือยืนบนพื้นเปียก มือเปียกเผลอไปโดนสวิตช์หรือปลั๊กไฟเข้าก็เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เช่นกัน 4. แสงสว่างในครัวไม่ควรมืดไปครัวเป็นจุดที่ไม่เหมาะกับแสงไฟนวล ๆ หรือไฟสลัวเลย เนื่องจากการทำครัวหรือประกอบอาหารต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ และในการประกอบอาหารนั้นสีของอาหารก็สามารถบ่งบอกถึงช่วงเวลาสุกของอาหารนั้น ๆ ได้หากเรามองสีอาหารและรายลละเอียดได้อย่างไม่ชัดเจนอาหารที่ปรุงก็อาจจะไม่อร่อยเท่าที่ควร  5. ครัวไม่ควรอยู่ในมุมอับเนื่องจากครัวเป็นสถานที่ที่มีทั้งควัน ไฟ ความร้อน และความชื้น จึงไม่ควรตั้งอยู่ในมุมอับ โดยเฉพาะในจุดที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้น เมื่อประกอบอาหารควันที่เกิดขึ้นก็จะอบอวลอยู่ และในเวลาที่ตั้งเตาใช้ไฟและความร้อน ความร้อนของเตาก็จะระอุอยู่ได้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องจัดห้องครัวไว้ในมุมอับ ควรให้มีพัดลมระบายอากาศ  ลูกหมุนระบายอากาศติดหลังคา หรือเครื่องดูดควัน                 ข้อห้ามเหล่านี้หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะทำให้ห้องครัวหมดปัญหาและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ กลายเป็นครัวที่น่าใช้ปลอดภัยในที่สุด

ข้อควรรู้ในการเตรียมตัวก่อนการสร้างครัว

เมื่อคิดจะตกแต่งห้องครัวหรือมีห้องครัวใหม่ ก่อนที่จะไปมองหาชุดเคาน์เตอร์ครัวสวย ๆ มีข้อคิดเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนสร้างหรือตกแต่งห้องครัวที่ควรรู้ก่อน เพื่อจะได้เป็นเจ้าของครัวที่ถูกใจ คุ้มค่า คุ้มราคา และใช้สอยได้อย่างลงตัวดังนี้ 1. งบประมาณตกแต่งครัวงบประมาณที่เรามีและจัดสรรในการตกแต่งทำครัวในครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องกะเกณฑ์ตั้งงบให้เรียบร้อยเสียก่อน หากเราตั้งงบประมาณการณ์ไว้แล้ว ให้เราลดทอนงบลงมาแล้วเก็บเผื่อไว้ในส่วนนั้น 10% หรือมากกว่า  เพื่อเผื่องบประมาณที่บานปลายซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ไว้  2. สถานที่และความจำกัดของห้องครัวสำรวจห้องครัวที่ต้องการสร้างหรือตกแต่งว่ามีขนาดพื้นที่เท่าไหร่ มีหน้าต่างอยู่ตรงไหนและกี่บาน กว้างยาวเท่าไหร่ มีประตูอยู่ตรงจุดใดบ้าง และถ้าจะให้ดีควรสังเกตทิศทางของแสงแดดที่ส่องและทิศทางของลมด้วย เพื่อใช้ในการออกแบบจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของห้องครัวต่อไป  3. อุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จะจัดวางในครัวอุปกรณ์ที่กล่าวถึงในที่นี้รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ด้วย เช่นตู้เย็น ที่จะจัดวางไว้ในครัวมีหรือไม่และมีขนาดใหญ่แค่ไหน  บางบ้านอาจจะมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นเตาอบ เครื่องซักผ้า ให้ลองรวบรวมดูรวมถึงตู้ใส่ของที่ต้องการวางไว้ในครัว และกะปริมาณของชิ้นเล็ก ๆ เช่นจานชามและเครื่องครัวอื่น ๆ ว่าต้องใช้พื้นที่หรือตู้ในการจัดเก็บมากน้อยเท่าไร  4. สไตล์และสีสันที่ต้องการสไตล์ของครัวหรือเคาน์เตอร์ครัวที่เราต้องการนั้นเป็นอย่างไร เราต้องรู้ถึงความชอบของเราก่อน เช่นสีสัน วัสดุที่ใช้ทำเคาน์เตอร์เราต้องการรูปแบบใด เป็นครัวปูน ครัวบิ้วอิน หรือแบบเคาน์เตอร์ลอยตัว และทำด้วยวัสดุประเภทใดซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์ของครัวที่เราเลือกด้วย  ครัวที่จะจัดสร้างหรือตกแต่งนั้นเป็นครัวในรูปแบบครัวปิดหรือครัวฝรั่ง หรือเป็นแบบครัวเปิดโล่งอย่างครัวไทย  สิ่งเหล่านี้เราต้องตอบความต้องกรของตนเองให้ได้ก่อนที่จะไปพบกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก มัณฑนากร ช่างก่อสร้างรับเหมา หรือพนักงานให้คำปรึกษาแผนกเฟอร์นิเจอร์ครัวก็ตาม  5. ลักษณะของการใช้ครัวลักษณะของการใช้ครัวก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องพิจารณา  เช่น คนที่ใช้ครัวเป็นประจำมีกี่คน และใช้ครัวพร้อมกันหรือไม่ เพื่อคำนวณว่าครัวมีความกว้างและสะดวกพอหรือไม่ ความบ่อยในการใช้ครัว บางบ้านอาจจะใช้ครัวประกอบอาหารเกือบทุกมื้อในสัปดาห์ ในขณะที่บางบ้านใช้ครัวเฉพาะอุ่นอาหารและทำอาหารจริง ๆ เพียงบางมื้อ  ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างหรือตกแต่งห้องครัวออกมาได้ตรงใจได้อย่างแท้จริง  ภาพประกอบจาก ชุมชนคนรักบ้าน.com

เกร็ดน่ารู้สำหรับครัวบิ้ว-อิน

ครัวในแบบบิ้วอิน เป็นลักษณะของครัวที่ออกแบบมาให้ติดตั้งในพื้นที่ห้องครัวตามที่เจ้าของบ้านต้องการ รวมถึงประโยชน์ใช้สอยก็สามารถเลือกได้ตามใจ อีกทั้งรูปลักษณ์ของครัวยังมีให้เลือกมากและสวยถูกใจอีกด้วย ก่อนที่จะเป็นเจ้าของครัวในแบบบิ้วอิน ควรจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับครัวบิ้วอินเสียก่อน1 เลือกสไตล์และสีสันของครัวบิ้วอืนให้เหมาะกับบ้าน การเลือกสไตล์และสีสันของครัว นอกจากความชอบในส่วนตัวของสีสันและรูปแบบแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะกับบ้าน เมื่อติดตั้งมาแล้วจึงจะดูสวยและเข้ากันกลมกลืนกันด้วย  2 ฟังชั่นในการใช้สอยฟังชั่นภายในและภายนอกของอุปกรณ์ครัวแบบบิ้วอินเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ อุปกรณ์บางอย่างถ้าเราไม่ใส่ใจที่จะเลือกไว้ เมื่อถึงเวลาใช้งานจริงอาจจะทำให้ขาดส่วนที่จำเป็นต้องการใช้ไปได้ ในขณะเดียวกันหากมีอุปกรณ์บางตัวที่ติดตั้งมาแต่เราไม่จำเป็นและไม่มีโอกาสได้ใช้ ก็สิ้นเปลื้อง เสียพื้นที่ใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นและเสียโอกาสเปล่า ๆ ได้ ดังนั้นจึงต้องคิดให้ดีในการเลือกฟังชั่นต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย  3 วัสดุที่ใช้เราควรรู้ถึงวัสดุที่ใช้ในการทำครัวหรือเคาน์เตอร์และองค์ประกอบทั้งหมดของครัวบิ้วอินที่เรากำลังจะเลือกซื้อ ว่าเป็นวัสดุอะไรและมีข้อจำกัดมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เพราะวัสดุที่นำมาใช้แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันทั้งคุณสมบัติ และการรักษาการทำความสะอาดว่าจะคงทนมากน้อยเพียงใด มีข้อดีข้อเสียเช่นไร 4 รูปแบบที่เข้ากับครัวรูปแบบในที่นี้หมายถึง การวางแบบในการสั่งทำครัวบิ้วอินของเรา ก่อนอื่นเราต้องรู้ขนาดและรูปทรงของห้องครัวของเราเสียก่อนว่า มีขนาดพื้นที่เท่าไหร่ และแต่ละด้านมีความกว้างความยาวเท่าไหร่ และเราต้องการให้จัดทำครัวบิ้วอินในมุมใดของห้องครัว เคาน์เตอร์จะเป็นรูปทรงใด ซึ่งมีทั้งแบบตัวยู เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดพื้นที่กว้างมาก ๆ เคาน์เตอร์รูปตัวแอล เหมาะกับห้องครัวขนาดใหญ่ถึงขนาดกลาง เป็นแบบที่นิยมกันมากเพราะแบ่งฟังชั่นการใช้สอยได้ง่ายกว่าแบบตัวไอ   ส่วนเคาน์เตอร์ในแบบตัวไอ จะเหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่ไม่มาก เช่นครัวในคอนโดมิเนียมเป็นต้น                  นอกจากรูปทรงของเคาน์เตอร์แล้ว เราต้องรู้ด้วยว่าเราต้องการจะจัดวางตู้ใช้สอยทั้งตู้เคาท์เตอร์ล่างและตู้แขวนในเคาน์เตอร์บนอย่างไร ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งต่าง  ตามความถนัดและความเหมาะสมของผู้ใช้ ตำแหน่งของเตาแก๊ส ถังแก๊ส หรือเตาประเภทอื่น ๆ ตำแหน่งซิงค์ล้างจานเป็นต้น                 เมื่อเรารวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้เรียบร้อยและสามารถตัดสินใจในเรื่องของแบบครัวบิ้วอินและวัสดุต่าง ๆ รวมถึงสีที่ต้องการได้ ก็ถึงเวลาที่จะเลือกสั่งทำครัวบิ้วอินตามที่ต้องการได้เลย  ภาพประกอบจาก pinterest.com

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งห้องน้ำ

ห้องน้ำคือห้องธรรมดาห้องหนึ่งที่ทุกบ้านจะต้องมี เพราะห้องน้ำมีความจำเป็นในการใช้งานสำหรับคนทุก ๆ คนที่ขาดไม่ได้ทีเดียวเราจึงได้ เกร็ดน่ารู้สำหรับห้องน้ำที่น่าสนใจมาฝากคุณ  1. วัสดุประเภทหินอ่อนไม่เหมาะกับการใช้ในห้องน้ำ                คนมากมายที่เข้าใจผิดว่า หินอ่อนคือวัสดุปูพื้นและผนังหรูหราที่อยากนำมาใช้ปูห้องน้ำ เพราะคิดว่าคงจะทำให้ได้สัมผัสที่อ่อนละมุนและยังสวยงามด้วยลายของหินอ่อนและดูหรูหราด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่า หินอ่อนเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ แม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งชื่นชอบและนำหินอ่อนมาตกแต่งห้องน้ำก็ตาม นั่นก็เพราะว่า ในเนื้อของหินอ่อนมีลักษณะพรุน ทำให้ดูดซับเอาน้ำไว้ได้มาก ห้องน้ำจะเกิดความชื้นสูงและละหินอ่อนเมื่อเปียกน้ำก็แห้งยากและยังเปรอะรอยคราบต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย  2. แกรนิตทำให้พื้นห้องน้ำอันตรายได้                หินแกรนิตหริอกระเบื้องแกรนิต รวมทั้งแกรนิโต้ เป็นอีกวัสดุหนึ่งในการปูพื้นห้องน้ำที่นิยมกัน แต่พื้นแกรนิตก็มีให้เลือกหลากหลายพื้นผิว การเลือกพื้นแกรนิตหรือกระเบื้องแกรนิตโดยดูที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ห้องน้ำของคุณเป็นสถานที่อันตรายได้ เพราะแกรนิตส่วนใหญ่จะมีพื้นผิวแข็งและมัน เมื่อโดนเข้ากับน้ำจึงลื่นง่ายมาก ทำให้อันตรายและเกิดอุบัติเหตุได้  3. ขนาดของโถชักโครกเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ                โถชักโครกนั้นใครว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ เมื่อไปเลือกแบบของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำนั้น หลาย ๆ คนเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วโถชักโครกเป็นสิ่งที่ต้องลองนั่งดูก่อนจึงจะเลือกที่เหมาะและถูกใจได้ ขนาดของชักโครกนั้นไม่ใช่ว่ามีขนาดใหญ่มากจะยิ่งดีเสมอไป หรือดีไซน์สวยนั้นดี แต่ดีไซน์และขนาดบางครั้งอาจดูดีแต่เมื่อใช้งานนั่งแล้วไม่ลงตัว โถชักโครกที่ใหญ่ไปนั่งแล้วอาจจะลื่นหล่นได้ โถสวย ๆ อาจจะนั่งแล้วไม่สบายก็เป็นได้ โถที่เตี้ยเกินไปก็ทำให้นั่งแล้วเมื่อย ดังนั้นเรื่องของโถชักโครกจึงต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกทีเดียว 4. พื้นห้องน้ำใครว่าไม่สำคัญ                พื้นห้องน้ำนั้นเป็นส่วนสำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์ประกอบห้องน้ำไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ พื้นห้องน้ำที่มีความลื่นมากเกินไปจะทำให้หกล้มได้ง่าย ในขณะที่พื้นห้องน้ำที่ขรุขระเกินไปพื้นผิวสากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะเมื่อเราอาบน้ำผิวหนังมีความเปียกจะมีภาวะที่เปื่อยและอ่อนแอกว่ายามปกติ ถ้าครูดหรือสัมผัสเข้ากับพื้นที่ขรุขระเกินไปก็จะเกิดแผลหรือเจ็บได้ง่าย ดังนั้นพื้นจึงต้องมีสัมผัสที่พอดี ไม่ลื่นไปและไม่ขรุขระจนเกินไป  ขนาดของกระเบื้องที่ปูก็เช่นกัน หากแผ่นใหญ่เกินไปก็จะดูห้องน้ำแคบอึดอัด ในขณะที่ถ้ากระเบื้องมีขนาดเล็กเกินไปก็ทำความสะอาดลำบากเกิดคราบตามรอบต่อได้ง่ายเช่นกัน 

กระเบื้องห้องน้ำเลือกอย่างไรให้ตรงใจ

กระเบื้องห้องน้ำนับเป็นวัสดุที่สำคัญและจำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของห้องน้ำทีเดียว การเลือกวัสดุปูพื้นและผนังอย่างกระเบื้องห้องน้ำก็ต้องรู้จักในรายละเอียดของวัสดุและการออกแบบกระเบื้องที่มีขายอยู่ด้วย เพราะกระเบื้องแต่ละชนิด แต่ละขนาดและพื้นผิวที่มีความแตกต่างกันก็ให้ประโยชน์ใช้งานในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันด้วย   1. กระเบื้องโมเสก                มักจะมีขนาดเล็กและใช้วัสดุในการทำหลากหลายแต่ส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นเนื้อแก้วมากกว่าเซรามิก สวยงามและมีดีไซน์หลากหลาย แต่ข้อเสียของกระเบื้องโมเสกก็คือไม่ค่อยดูดซึมน้ำเท่าที่ควร การปูกระเบื้องโมเสกในห้องน้ำหากต้องการจะใช้ ควรใช้ตกแต่งในบางจุดของห้องน้ำ ซึ่งกระเบื้องโมเสกเหมาะจะนำมาตกแต่งผนังห้องน้ำมากกว่าพื้น เพราะขนาดที่เล็กและไม่ค่อยดูดซึมน้ำนั้นจะทำให้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้ยาก และละยังทำให้เกิดสัมผัสรอยต่อที่สากเท้ามากกว่า  ราคาของกระเบื้องโมเสกก็สูงกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 2. กระเบื้องเซรามิก                สำหรับกระเบื้องเซรามิกเป็นกระเบื้องที่เรามักจะเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และเป็นกระเบื้องชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ  กระเบื้องเซรามิกมีหลายพื้นผิวและหลายขนาดให้เลือก  ในการปูพื้นห้องน้ำมีข้อแนะนำก็คือ ควรใช้กระเบื้องเซรามิกที่มีพื้นผิวค่อนข้างด้านหรือกึ่งด้าน เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นได้ดี พื้นห้องน้ำเป็นส่วนที่มักจะชื้นและเปียกการเลือกใช้กระเบื้องจึงไม่ควรเลือกที่มีพื้นผิวลื่นจนเกินไป  กระเบื้องเซรามิกขนาดแผ่นใหญ่จะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีซอกหรือรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องมาก แต่ในห้องน้ำที่มีขนาดเล็กการเลือกกระเบื้องให้มีขนาดไม่ใหญ่มากก็จะทำให้พื้นห้องน้ำดูกว้างขึ้นได้  3. กระเบื้องดินเผา                กระเบื้องดินเผาเป็นกระเบื้องที่นิยมใช้กันมานาน แต่มักจะใช้ในจุดอื่น ๆ ของบ้านเช่นหลังคาหรือชานบ้าน  แต่สามารถนำมาใช้กับห้องน้ำได้ และจะเหมาะอย่างยิ่งกับห้องน้ำที่มีการตกแต่งในสไตล์ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกละเมียดละไมและความเป็นพื้นบ้าน แต่ข้อเสียก็คือดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ยากกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ และยังไม่ทนทานเท่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 4. กระเบื้องแก้ว                กระเบื้องแก้วมีความวาวใสและทำจากแก้วสำหรับการนำมาตกแต่งห้องน้ำก็จะทำให้ห้องน้ำสวยมีสีสันทันสมัย ให้ความรู้สึกโปร่งตาและความรู้สึกของสายน้ำที่สดชื่นได้ดี แต่กระเบื้องแก้วค่อนข้างมีราคาที่สูงและมีลักษณะเป็นชิ้นเล็ก ๆ คล้ายกับกระเบื้องโมเสก ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาตกแต่งในส่วนของผนังห้องน้ำมากกว่าพื้นห้องน้ำ                  เมื่อได้ทราบถึงชนิดต่าง ๆ ของกระเบื้องแล้วก็คงทำให้สามารถเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับห้องน้ำของคุณได้ง่ายขึ้น นอกจากชนิดของกระเบื้องแล้ว การเลือกกระเบื้องห้องน้ำยังต้องคำนึงถึง สีสัน ลวดลาย ขนาดและพื้นผิวของกระเบื้องที่จะต้องใช้ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน  ภาพประกอบจาก babbaan.in

6 สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ก่อนปรับห้องน้ำใหม่

การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ภายในบ้านนับว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครก็ทำด้วยกันทั้งนั้น เพราะการที่จะมีบ้านสักหลังได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายและเมื่อได้มีบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยของตัวเองแล้วใครๆ ก็อยากที่จะตกแต่งหรือปรับปรุงให้ทุกๆ พื้นที่ของบ้านดูดีด้วยกันทั้งสิ้น ภาพจาก pixabay.com ห้องน้ำเองก็นับว่าเป็นพื้นที่ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของบ้านที่มักจะได้รับการปรับปรุงใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่การจะปรับปรุงห้องน้ำให้เป็นสไตล์ที่ตัวเองต้องการได้นั้น ก็มีสิ่งที่จะต้องคำนึงและพิจารณาถึงกันด้วยนะคะ ลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง ภาพจาก  pixabay.com 1. เรื่องของงบประมาณ   งบประมาณคงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่างเรื่องของการปรับปรุงห้องน้ำใหม่หากไม่มีเงินหรือไม่มีงบประมาณก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ เราจึงต้องจำลองคำนวณงบประมาณคร่าวๆ ออกมาก่อน จากราคาอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ ค่าจ้างช่าง และควรมีเงินส่วนเกินเหลือเผื่อไว้อีกนิดหน่อยด้วย เผื่อจำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายอะไรบางอย่างเพิ่มเติมเกินจากที่วางแผนเอาไว้ 2. พื้นที่ของห้องน้ำ  ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาถึง เพราะเราต้องรู้ว่าขนาดของห้องน้ำที่มีอยู่นั้นสามารถปรับปรุงห้องน้ำให้เป็นในรูปแบบใดได้บ้าง พื้นที่ใช้สอยมีอยู่เท่าไหร่ เมื่อเรารู้แล้วถึงจะนำมาออกแบบคร่าวๆ เพื่อการปรับปรุงห้องน้ำได้ตรงตามแบบที่เราต้องการ ภาพจาก pixabay.com 3. แบบห้องน้ำที่ต้องการ    เมื่อรู้พื้นที่แล้วต่อมาก็เป็นเรื่องของแบบห้องน้ำที่ต้องการว่าอยากให้ห้องน้ำนั้นออกมาในลักษณะใด ตรงนี้อาจจะใช้การออกแบบเองหรือถ้าหากไม่ถนัดก็สามารถจ้างช่างหรือคนที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำได้เช่นกัน 4. อุปกรณ์ที่จะต้องใช้   จะไปสอดคล้องกับเรื่องงบประมาณพอดี เพราะเมื่อออกแบบมาแล้วเราก็จะต้องรู้ว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่เราต้องซื้อ จากนั้นค่อยตรวจสอบงบประมาณว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าหากไม่เพียงพอก็อาจจะต้องซื้อรุ่นที่ถูกกว่าหรือดัดแปลงรูปแบบอื่นแทน ภาพจาก pixabay.com 5. ช่างทำห้องน้ำ   ตรงนี้นับว่าเป็นจุดสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงกันเป็นพิเศษเลยทีเดียว เพราะต่อให้ออกแบบมาดีแค่ไหน แต่ถ้าช่างที่เลือกมา ทำงานได้ไม่ดี ก็คงจะน่าเสียดาย นอกจากนี้เราควรจะเลือกช่างที่มีประสบการณ์และรับผิดชอบด้วย เพื่อให้สไตล์ของห้องน้ำที่วางแผนไว้สำเร็จได้ตามต้องการ ภาพจาก pixabay.com 6. ระยะเวลาในการทำงาน   นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงเช่นกัน ยิ่งถ้าบ้านมีห้องน้ำห้องเดียวก็ยิ่งต้องคำนวณเวลาเสร็จให้เรียบร้อย เพราะเป็นห้องที่เรามีความจำเป็นต้องใช้เป็นอันดับต้นๆเตรียมการเพียงเท่านี้ก็สามารถลงมือจัดการตกแต่งห้องน้ำในสไตล์ที่เราต้องการกันได้แล้วล่ะค่ะ ไปลุยกันเลย! 

เลือกช่างตกแต่งห้องน้ำอย่างไรให้เป๊ะ ปัง!

สำหรับการตกแต่งห้องน้ำนั้นนอกจากเรื่องของงบประมาณ การออกแบบ และพื้นที่แล้ว ความสำคัญอีกอย่างที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญนั่นคือช่างนั่นเองค่ะ การออกแบบที่คุณวาดฝันไว้จะออกมาเป็นรูปร่างได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับช่างที่เข้ามารับหน้าที่ในการตกแต่งห้องน้ำนั้นว่าทำงานได้ดีแค่ไหน ใช่มั้ยล่ะคะ..? ภาพจาก  pixabay.com เพราะหากว่าช่างที่เลือกมาทำงานของคุณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ห้องน้ำของคุณก็จะออกมาสวยงามตามความคาดหวังแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเจอช่างที่ทำผลงานได้ออกมาตรงกันข้ามก็คงทำให้คุณปวดหัวน่าดู การเลือกช่างตกแต่งห้องน้ำจึงมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆ เลย วันนี้ลองมาดูกันว่า มีวิธีเลือกช่างยังไงกันบ้างที่จะไม่ทำให้ผิดหวังภาพจาก pixabay.com 1.เลือกช่างที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ในการตกแต่งห้องน้ำ    เพราะประสบการณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ผลงานออกมาตรงใจ ดังนั้นการที่เราจะทราบว่าช่างคนไหนมีประสบการณ์ ก็ต้องมีการพบปะพูดคุยกันสักเล็กน้อย เพื่อดูลักษณะท่าที และพิจารณารวมๆเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า ช่างคนนี้เชื่อใจได้หรือไม่ 2. ราคาเหมาะสมและรับได้   เรื่องราคาก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่เราจะจ้างช่างมาตกแต่งห้องน้ำ เนื่องจากเรทราคาของแต่ละเจ้าก็ จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก็ควรเลือกดูให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ เพราะการคิดราคาแพงไม่ได้หมายความว่างานจะออกมาตรงใจเสมอไป ภาพจาก pixabay.com 3. ควรเป็นช่างที่สามารถพูดคุยกันได้ง่าย  เรื่องของการออกแบบและการตกแต่งนั้นเป็นไอเดียเฉพาะตัว ช่างที่ดีควรมีความใส่ใจ คอยมาเช็คหน้างานอยู่ตลอดเวลาและติดตามผลเพื่อนำมาปรึกษากับเราอยู่เสมอ ไม่ใช่คิดแต่ว่าทำงานให้เสร็จตามคำสั่งที่ได้รับ  4.ไม่มีประวัติในการทิ้งงาน   เรื่องการทิ้งงานถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการเลือกช่างมาทำงานเลยก็ว่าได้ หากได้ช่างที่เก่งแต่ติสท์แตกบ่อยๆ กับช่างที่เก่งน้อยหน่อยแต่รับผิดชอบ เราก็จะสามารถประหยัดเวลา ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิด จ้างช่างใหม่ๆเพื่อเริ่มโปรเจคใหม่ๆ เห็นด้วยมั้ยคะ ? ภาพจาก pixabay.com ภาพจาก pixabay.com 5. สามารถหาอุปกรณ์ในราคายุติธรรมให้กับเราได้    เพราะช่างหลายคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ ดังนั้นหากได้ช่างที่ดีและพร้อมจะแนะนำร้านขายอุปกรณ์ห้องน้ำที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมให้กับเราได้ ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณให้กับเราได้มากอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ อุปกรณ์การตกแต่งจะมีความสำคัญ แต่ก็อย่าลืมเรื่องของช่างที่รับผิดชอบงานกันด้วยนะคะ เพื่อห้องน้ำที่ตรงใจและได้คุณภาพตามที่เราต้องการ 

เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำให้สวยปิ๊งด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการตกแต่งห้องน้ำ อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โต ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ต้องมีการวางแผนชนิดที่ใช้เวลานาน ต้องจ้างช่างในการออกแบบและตกแต่งห้องน้ำ ทว่าจริงๆ แล้วห้องน้ำธรรมดาๆ ของทุกบ้านก็สามารถที่จะตกแต่งด้วยวิธีการง่ายๆ ให้ดูสวยปิ๊งสะดุดตาและไม่เหมือนใครได้ เพียงแค่ต้องรู้จักใช้ไอเดียดีๆ ในการที่จะตกแต่งห้องน้ำให้สวยงาม ลองมาดูกันค่ะ ภาพจาก cugala.com 1.      ทำชั้นวางขวดครีมอาบน้ำหรือขวดยาสระผมด้วยตัวเอง     ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้มีความยากเย็นอะไรเลยค่ะ เพียงแค่ดีไอวายของเหลือใช้ในบ้าน เช่น ไม้ หรือพลาสติก แล้วจัดทำในลักษณะเหมือนชั้นวางของ หลังจากนั้นก็ติดกับผนังห้องน้ำ เท่านี้ก็สามารถที่จะมีชั้นวางของในห้องน้ำง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้ว 2.      เพิ่มความสวยงามให้กับกระจก    สำหรับบางบ้านที่ติดกระจกไว้ที่ผนังเฉยๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาประดับตกแต่งเลย อาจจะใช้การเล่นสีสันด้วยการหาไม้มาทาสีหรือวาดรูปให้สวยงามจากนั้นก็ติดไปรอบกระจกดังกล่าว เท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างสีสันให้กับห้องน้ำง่ายๆ ด้วยงบประมาณที่มีแล้วล่ะค่ะ ภาพจาก www.topdreamer.com 3.      เพิ่มลูกเล่นโดยใช้แถบแม่เหล็ก    สำหรับสาวๆที่ชอบใช้ของกระจุกกระจิกและดึงดูดแม่เหล็กได้ เช่น กิ๊ฟท์ติดผม, กรรไกรตัดเล็บ ฯลฯ อาจจะนำแถบแม่เหล็กมาติดไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว ยังหยิบใช้งานได้ง่ายและสะดวก อีกด้วย ส่วนใครคิดว่าวิธีนี้อาจแลดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ก็อาจเพิ่มของตกแต่งตามจินตนาการได้ตามใจค่ะ  ภาพจาก sprwmn.blogspot.com 4.      ตะกร้าหลากสีสันสร้างประโยชน์     ตระกร้าใบเล็กๆน้อยๆที่ขายตามตลาดนี่หล่ะค่ะ ลองเอามาแขวนติดไว้ในห้องน้ำเพื่อใส่ของใช้ต่างๆได้ค่ะ เลือกสีที่ชอบ ดีไซน์ที่ใช่ แล้วแขวนโลดค่า ภาพจาก  imgur.com 5.      สร้างจุดเด่นให้กับห้องน้ำ     คำว่าสร้างจุดเด่นคือเมื่อคนเดินเข้าห้องน้ำมานี่คือสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องเห็น โดยอาจจะเลือกเอานาฬิกาลายแปลกๆ สวยๆ มาติดเอาไว้ หรือภาพวาด ภาพต่อจิ๊กซอว์ สวยๆ มาติดเอาไว้ภายในห้องน้ำ เพื่อให้พื้นที่ตรงนั้นดูโดดเด่น สวยงาม น่าใช้มากขึ้นนั่นเองค่ะ  ภาพจาก  ths.gardenweb.com เพราะการตกแต่งห้องน้ำนั้น นอกจากจะต้องคำนึงด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว การตกแต่งให้ดูสวยงาม น่าใช้ สะอาดสอ้าน ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ไม่จำเป็นต้องแพง แค่รู้จักใช้ไอดี แล้วจัดงบให้เหมาะสม เพียงแค่นี้ห้องน้ำธรรมดา ก็สามารถสวยงามน่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ

5 เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็กอย่างสร้างสรรค์

เชื่อว่าหลายๆ บ้านไม่ได้มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากนัก การคิดที่จะตกแต่งห้องใดสักห้องหนึ่งจึงต้องพยายามคิดอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในส่วนอื่นๆ ในส่วนห้องน้ำก็มาในลักษณะเดียวกัน หลายๆ คนมีแนวคิดที่ว่าห้องน้ำไม่จำเป็นจะต้องมีขนาดใหญ่มากก็ได้เนื่องจากแค่เอาไว้อาบน้ำและเข้าห้องน้ำเท่านั้น ทว่าหากเราทำห้องน้ำให้ดูน่าเข้าเวลาใช้งานเราก็จะรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย แม้ว่าห้องน้ำที่บ้านจะมีขนาดเล็กแต่ว่าเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการตกแต่งที่จะทำให้ห้องน้ำดูมีขนาดใหญ่มากขึ้นและถูกสุขอนามัยด้วยในเวลาเดียวกัน ภาพจาก pixabay.com 1. เลือกเอาเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น     บางคนเวลาใช้งานในห้องน้ำก็มักจะหยิบสิ่งของต่างๆ นานาเข้าไปใช้งานเต็มไปหมด แต่พอตอนทำภารกิจเสร็จกลับเดินออกมาตัวเปล่านั่นจึงเป็นประเด็นที่ว่าทำไมห้องน้ำถึงดูแคบลง การที่ห้องน้ำขนาดเล็กจะดูใหญ่ขึ้นได้นั้นสิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำจะต้องมีไม่มากจนเกินไป เพราะการมีอุปกรณ์มากๆ จะทำให้ห้องน้ำดูแคบลงไปถนัดตาและทำให้พื้นที่เล็กยิ่งดูเล็กมากขึ้นไปอีก ภาพจาก pixabay.com 2. พยายามจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้ชิดฝาผนังมากที่สุด    ไม่ว่าจะเป็นชักโครก อ่างล้างหน้า ฝักบัว พยายามจัดวางให้อยู่ชิดฝาผนังมากที่สุดเพื่อที่ว่าเวลาใช้งานแล้วจะได้มีพื้นที่เหลือสำหรับการใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ อย่าจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้มันเกะกะหรือเอาไว้ตรงกลางห้องน้ำ ภาพจาก  pixabay.com 3. ใช้แสงช่วยในการทำให้ดูสว่างมากขึ้น      เวลาที่ห้องน้ำดูสว่างจะทำให้เรารู้สึกว่ามีความกว้างมากขึ้นด้วย โดยอาจจะเลือกทำหน้าต่างไว้มุมใดมุมหนึ่งที่แสงเข้าถึง เพื่อให้เวลาที่แสงส่องเข้ามาแล้วจะทำให้ห้องน้ำของเราดูมีพื้นที่ในการใช้งานมากกว่าเดิม ภาพจาก pixabay.com 4. ใช้การจัดวางของบนชั้นสูง      อาจจะทำเป็นแท่นเอาไว้สำหรับวางของหรือว่าทำเป็นตู้ติดผนังเอาไว้ก็สามารถที่จะทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานภายในห้องน้ำมากขึ้น เพราะเมื่อสิ่งของต่างๆถูกเก็บเอาไว้ตามชั้นวางของหรือแท่นวางของต่างๆก็จะทำให้ดูมีพื้นที่กว้างขึ้นนั่นเอง ภาพจาก pixabay.com 5. ใช้สีภายในห้องน้ำเป็นตัวช่วย        การเลือกใช้สีสว่างๆ ในการทาภายในห้องน้ำจะช่วยให้เกิดความรู้สึกโปร่ง โล่งสบาย และไม่รู้สึกว่าอึดอัดคับแคบจนเกินไป      ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดและสามารถดูแลเรื่องความสะอาดได้ง่าย เพื่อให้ใช้งานสะดวกสบายอย่างที่ต้องการ 

ถึงงบจะน้อยแต่ก็แต่งห้องน้ำให้สวยได้ไม่ยาก!!

เงินถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำอะไรก็ตาม การตกแต่งห้องน้ำก็เช่นเดียวกันต้องใช้เงิน ยิ่งถ้ามีเงินเยอะก็สามารถที่จะตกแต่งในสไตล์ที่ตัวเองต้องการได้ทั้งหมด แต่ในทางกลับกันหากคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังที่จะสร้างห้องน้ำในฝันขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องมีการดัดแปลงหรือใช้อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เกินงบประมาณอย่างที่ตั้งใจ ภาพจาก pixabay.com ดังนั้น วันนี้เราจะมาแชร์วิธีให้สำหรับหลายๆ คนที่มีงบจำกัด ลองมาดูกันว่าจะมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะทำให้ห้องน้ำส่วนตัวของเราออกมาดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงๆ อีกต่อไป 1. เลือกใช้กระเบื้องหินหรือปูนเปลือยแทน        แน่นอนว่ากระเบื้องคือสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการตกแต่งห้องน้ำ เพราะว่ายิ่งได้กระเบื้องลายสวยมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ห้องน้ำออกมาสวยงามมากเท่านั้น ทว่าถ้าหากเราไม่มีงบประมาณในการซื้อกระเบื้องลายสวยๆ มากพอก็สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องหินได้ เพราะกระเบื้องหินมีราคาถูกกว่าหรือสำหรับบางคนไม่ต้องการที่จะปูกระเบื้องก็อาจจะใช้เป็นปูนเปลือย ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ใช้ได้กับทั้งพื้นห้องน้ำและผนังห้องน้ำเลยทีเดียว เรียกว่าประหยัดงบประมาณไปได้เยอะเลยทีเดียว  ภาพจาก pixabay.com 2. ดีไอวายของใช้ทำมือทำมือ     แทนที่จะเสียเงินซื้อของใหม่ ก็ทำเองซะเลย นอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้ดีไซน์ถูกใจ เช่น ซื้อไม้เก่าๆมาทำโต๊ะกินข้าว ทำตู้ติดไปกับผนังให้ดูเก๋ไก๋เป็นสไตล์ของตัวเองไปอีกแบบ หรืออย่างม่านห้องน้ำ อาจจะใช้งานประยุกต์ฝีมือของตัวเองด้วยการเย็บพลาสติกให้ติดกับคานและตกแต่งให้สวยงามก็ช่วยประหยัดงบประมาณได้ด้วยเช่นเดียวกัน 3. ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่ราคาไม่แพง  ไม่ว่าจะเป็นภายอ่างล่างหน้า, ฝักบัว หรือแม้แต่ชักโครกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป เพราะทุกวันนี้สินค้ามีหลากหลายยี่ห้อและราคาก็มีความแตกต่างกันออกไป เราก็สามารถที่จะเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพและงบประมาณของเรา ภาพจาก pixabay.com 4. เลือกใช้ตะปูหรือราวแขวนเสื้อธรรมดาแทนที่ราวแขวนเสื้อราคาแพง   ถ้าคิดจะประหยัดแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ราวแขวนที่มีดีไซน์และราคาแพง เพราะแค่ตะปูตัวเดียวก็สามารถที่จะแขวนผ้าได้แล้ว หรืออาจจะซื้อเป็นราวแขวนเสื้อพลาสติกทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน คำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักก็เพียงพอแล้ว ภาพจาก pixabay.com 5. ซื้อแต่อุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น     เพราะว่าอุปกรณ์บางอย่างในห้องน้ำก็ไม่ได้มีคได้มีความจำเป็นมากสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นกระจกบานใหญ่ๆ หรือชั้นวางชองที่มีลิ้นชักหลายๆ อันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อมาใช้งาน เพียงแค่ใช้แต่ของที่จำเป็นก็สามารถประหยัดงบประมาณไปได้หลายบาทแล้วล่ะค่ะ ภาพจากpixabay.com เป็นยังไงบ้างคะ ลดนั่นนิด นี่หน่อย คำนึงถึงการใช้งานให้มากที่สุด แค่นี้ก็สามารถประหยัดงบในการแต่งห้องน้ำไปได้มากแล้วล่ะค่ะ  

5 ข้อควรรู้กับการตกแต่งห้องน้ำที่ไม่เหมาะสม

“ห้องน้ำ” ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของบ้าน ที่เราทุกคนจำเป็นต้องใช้เพื่อปลดทุกข์และทำความสะอาดร่างกาย ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำให้ดูดีดูน่าใช้ และตัดสินใจว่าจะสร้างไว้ตรงตำแหน่งไหน จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะถ้าหากตกแต่งห้องน้ำไม่เหมาะสม ก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น วันนี้ลองมาดูกันค่ะ ว่ามีการตกแต่งห้องน้ำแบบใดบ้างที่ไม่เหมาะสมและเราควรหลีกเลี่ยง ภาพจาก pixabay.com 1. ตกแต่งในลักษณะที่มืด ทึบ หรือดูอึดอัดไม่สบายตาเพราะในความเป็นจริงก็คือ คงไม่อยากมีใครที่จะเข้าห้องน้ำประเภทมืด ทึบ หรือดูอึดอัดเพราะว่าเมื่อเข้าไปแล้วทำให้ไม่รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว และไม่อยากใช้เวลาอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน ที่สำคัญความมืด ทึบ และอึดอัดนี้ยังเป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ดังนั้น ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรจะทำห้องน้ำให้มีช่องว่างพอให้แสงสว่างเข้าถึงบ้าง อีกทั้งยังช่วยให้ไม่เปลืองไฟเวลาเข้าห้องน้ำในเวลากลางวันอีกด้วย ภาพจาก pixabay.com 2. อย่าสร้างชักโครกให้เป็นจุดเด่นในห้องน้ำเพราะชักโครกนั้นเป็นที่ปลดทุกข์สุดสำคัญและเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมากที่สุด หากว่าทำชักโครกให้เป็นจุดเด่นนอกจากเวลาเข้าจะรู้สึกแปลกๆและเกะกะแล้ว ยังอาจส่งผลในเรื่องของสุขอนามัยด้วย ทางที่ดีควรทำให้ชนิดผนังห้องน้ำด้านใดด้านหนึ่งไปเลยจะดีกว่า 3. อย่าสร้างห้องน้ำในจุดที่เป็นศูนย์รวมของบ้านเพราะห้องน้ำ เวลาที่ไม่ได้ล้างบ่อยๆ หรือเวลาที่มีน้ำขังนานๆ มักจะส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา หากว่าสร้างไว้ในบริเวณที่เป็นศูนย์รวมของบ้านอาจทำให้บริเวณนั้นมีกลิ่นที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และที่สำคัญเวลามีคนมาเยี่ยมเยียนบ้านคงจะรู้สึกแปลกๆเพราะเจอห้องน้ำอยู่กลางบ้านหรือมองเห็นห้องน้ำในบริเวณที่นั่งคุยกันอยู่ ภาพจาก pixabay.com 4. ไม่จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่อาบน้ำและห้องน้ำแยกจากกันสำหรับบ้านที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างห้องน้ำกับที่อาบน้ำไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นจะต้องแยกว่าตรงนี้เป็นที่อาบน้ำตรงนี้เป็นห้องน้ำเสมอไป จะได้ประหยัดพื้นที่และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ภาพจาก pixabay.com 5. ไม่คำนึงถึงการปล่อยน้ำทิ้งเพราะห้องน้ำสำหรับหลายๆ คน คือสถานที่ที่รวมทุกอย่างในการทำความสะอาดและการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำ ปลดทุกข์ ซักผ้า ล้างจาน เพราะฉะนั้นหากไม่คำนึงถึงท่อน้ำทิ้งหรือการปล่อยน้ำทิ้งที่ดีอาจทำให้เกิดความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น ออกมาจากภายในห้องได้ หรืออาจเกิดน้ำขังจนกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดีตามมา ภาพจาก pixabay.com ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงทั้ง 5 ข้อนี้ได้ห้องน้ำบ้านเราของเราก็จะถูกสุขอนามัย น่าใช้ ต้อนรับแขกได้ไม่อายใครแล้วหล่ะค่ะ  

การเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป

ตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป ในปัจจุบันมีรูปแบบที่หลากหลายให้คุณได้เลือกซื้อ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อควรจะต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อไม่ให้การซื้อตู้เสื้อผ้าครั้งนี้ไม่พลาด! วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณ ภาพจาก  s-media-cache-ak0.pinimg.com1. กำหนดขนาดของตู้และพื้นที่ห้องภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ต้องดูขนาดของเนื้อที่ห้องและกำหนดขนาดของตู้เสื้อผ้าก่อนว่าควรมีขนาดเท่าใดจึงจะเหมาะสม ในปัจจุบันนี้มีห้างเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่มีบริการออกแบบห้องและเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับเนื้อที่และสไตล์ของห้องด้วย คุณสามารถขอคำปรึกษาจากห้างเฟอร์นิเจอร์ที่คุณเข้าไปรับบริการได้2. เลือกหน้าบานของตู้ ว่าควรเป็นหน้าบานแบบใดภาพจาก www.koligas.gr สำหรับพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวางเพียงพอกับการตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ สามารถเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าชนิดบานเปิดได้ แต่หากเองการประหยัดพื้นที่ หรือมีพื้นที่ในการติดตั้งตู้เสื้อผ้าไม่มากนัก ก็ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อนหรือบานสไลด์ อาจจะเลือกที่มีกระจกเงาติดตั้งที่บานของตู้เสื้อผ้า เพราะจะช่วยให้ห้องดูกว้างขวาง มีมิติขึ้น ทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์ของกระจกเงาในการดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายของเราได้อีกด้วย3. เลือกโทนสีของตู้เสื้อผ้าภาพจาก ak1.ostkcdn.comควรเลือกโทนสีของตู้เสื้อผ้าให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นภายในห้อง หรือสีของผนังห้อง เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน4. ดูวัสดุและโครงสร้างตู้ภาพจาก img.homeportfolio.com เรื่องของวัสดุและโครงสร้างของตู้ก็เป็นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาด้วย สำหรับตู้เสื้อผ้าที่ผลิตจากไม้สังเคราะห์ Particle Board (PB) และ Medium Density Fiber Board (MDF) เป็นที่นิยมมาก เพราะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และมีให้เลือกหลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่ที่ราคาถูกมาก ๆ แต่ไม่คงทน ไม่ทนความชื้น เปราะหักง่าย และมักโดนปลวกมอด หรือเชื้อราโจมตีบ่อย ๆ จนถึงตู้ที่ผลิตจากไม้สังเคราะห์ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน อบด้วยความร้อนสูงกว่า 200 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อไม้ไม่เหลือความชื้น แข็งแรงทนทาน ด้วยเส้นใยที่ประสานกัน ไม่เป็นขุย ไม่ยุ่ยง่าย ช่วยให้ยึดจับน็อตสกรูแน่น ไม่คลายตัว หรือไม้จริงที่มีข้อดีด้านความสวยงาม ทนทาน ในราคาค่อนข้างสูงกว่าวัสดุชนิดอื่น จาก 4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป เราอยากให้คุณพิจารณาทุกข้อให้สำคัญ เพื่อให้ได้ตู้ที่ดีที่สุดมาใช้งาน อีกทั้งยังคุ้มค่า คุ้มราคาอีกด้วย  ขอบคุณแหล่งข้อมูล baansanruk.blogspot.com

การเลือกซื้อโซฟาให้คุ้มค่า ใช้นาน และคงทน

โซฟา เฟอร์นิเจอร์ชิ้นออกหน้าออกตาของหลายๆบ้าน เพราะเป็นไอเท็มชิ้นสำคัญที่ให้แขกนั่งเวลามาเยี่ยมเยียนที่บ้าน หรือเป็นมุมที่สมาชิกทุกคนจะมานั่งดูโทรทัศน์ หรือ พูดคุยกัน วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อโซฟาให้คุ้มค่าและใช้ได้นานมาให้คุณได้รู้ก่อนที่จะไปซื้อ ภาพจาก ucare.timepad.ru 1. รูปทรงของโซฟาคุณต้องพิจารณาคือดูรูปทรงและแบบของห้องที่คุณจะนำโซฟาไปตั้ง พิจารณาคอนเซ็ปต์โดยรวมที่คุณต้องการ อย่างเช่นถ้าห้องของคุณมีพื้นที่เล็กๆ แคบๆ คุณควรเลือกโซฟาแบบที่มีขาเพื่อลวงตาทำให้ห้องดูมีพื้นที่มากกว่าที่เห็น แต่หากห้องของคุณมีขนาดใหญ่ความยืดหยุ่นในการเลือกโซฟานั้นย่อมมีมากกว่าอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วย2. ขนาดคุณต้องพิจารณาขนาดว่ามันเหมาะสมกับห้องของคุณมากน้อยแค่ไหน และต้องใช้พื้นที่ขนาดไหนในการวางมัน  ภาพจาก suitelife.comblog 3. โครงโซฟาคุณต้องพิจารณาเรื่องโครงของโซฟาว่าแบบไหนทนทานกว่ากัน เช่น โซฟาที่ทำจากไม้เนื้อแข็งจะทำให้ทนทานกว่า และต้องพิจารณาถึงข้อต่อของโซฟา กรอบโลหะ ด้วย4. เบาะ และ สปริงเป็นอีกส่วนที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญพอๆ กับโครงสร้างโซฟา เพราะอย่างสปริงนั้นอาจมีคุณภาพที่หลากหลาย ในโซฟาราคาถูกมันอาจจะไม่ได้มีสปริงในจำนวนที่เหมาะสมอยู่ภายใน ซึ่งมันมีผลมากต่อการนั่ง การนอนที่สะดวกสบาย รวมไปถึงความทนทาน เช่นเดียวกับเบาะที่เราต้องให้ความสำคัญพอๆ กับการเลือกที่นอน โดยเบาะที่นั่งนั้นควรเหมาะกับสรีระของคุณในขณะที่คุณนั่ง และมันควรคืนรูปเมื่อคุณลุกขึ้น  ภาพจาก nebula.wsimg.com 5. ด้านหลัง และความสูงของที่วางแขนความสูงเฉลี่ยด้านหลังของโซฟาคือ 92 เซนติเมตร ถ้าคุณเลือกเก้าอี้ยาวแล้วด้านหลังสูงมันจะดีมากถ้าคุณวางเก้าอี้ยาวตัวนั้นติดกับผนัง แต่ถ้าเลือกโซฟาที่เอนพนักพิงให้นอนได้ อย่าลืมเลือกโซฟาแบบที่มีที่วางแขนท่อนล่างด้วย เพราะเวลานอนคุณจะได้นอนได้อย่างสบายตัว6.ผ้าการเลือกโซฟาจากผ้า ต้องดูการใช้งานด้วย ถ้าคุณเป็นคนที่มักใช้เวลานานๆ อยู่กับโซฟา โซฟาทำจากหนังก็มีความทนทาน แต่ถ้าเลือกผ้าฝ้ายมันก็ช่วยคลายร้อนในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ถ้าบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวอยากแนะนำให้เลือกเป็นผ้าโดยอาจเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์เนื่องจากมันยากต่อการเกิดรอยและการขาด  ภาพจาก creaturecomforts.squarespace.com 7.ราคาคุณภาพและความประณีตมักเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ดังนั้นคุณลองไปเดินดูของที่ลดราคา คุณอาจจะได้โซฟาคุณภาพดีในราคาที่ลดลง ซึ่งดีกว่าคุณไปเลือกโซฟาราคาถูกอย่างแน่นอน8.ความสะดวกสบาย ต้องลองนั่ง ลองนอน ลงบนโซฟาที่คุณจะซื้อจากนั้นตัดสินใจจากความสะดวกสบายที่คุณได้รับ ถ้าคุณต้องการซื้อโซฟาไปนอนด้วยคุณก็ควรทดลองนอน โซฟาที่ดีนั้นก็ต้องเป็นส่วนผสมของสุนทรีกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว จากเทคนิคการเลือกซื้อโซฟาที่เราได้นำเสนอไปหวังว่าคุณจะได้รับทริคดีๆเพื่อนำไปเลือกซื้อโซฟาที่ดีที่สุด ถูกใจสมาชิกคนในบ้าน  ขอบคุณแหล่งข้อมูล home.sanook.com

การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้าน

ห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ เป็นอีกห้องหนึ่งที่หลายบ้านนิยมทำขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับอ่านหนังสือเตรียมสอบของลูกน้อย หรือ สำหรับเคลียร์เอกสารตอนที่แบกงานจากที่ทำงานมาทำที่บ้าน และการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านก็จำเป็น เพราะนอกจากความสวยงามของโต๊ะแล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ต้องพิจารณาว่าโต๊ะทำงานที่เราจะนำมาใช้นั้น จะใช้ทำงานประเภทใด วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านให้คุณ ภาพจาก www.melodyhome.comประเภทของโต๊ะทำงาน 1.โต๊ะลามิเนทภาพจาก img.archiexpo.com ลามิเนท ก็คือพลาสติกสำเร็จรูปที่แปลงให้เป็นแนวไม้ค่ะ วัสดุชนิดนี้ทำได้หลายรูปแบบ จะทำให้ดูเป็นไม้ธรรมดาก็ได้ หรือจะแต่งเติมเป็นสีสันต่าง ๆ ก็ได้ ทั้งยังควบคุมราคาให้อยู่ให้งบประมาณได้ด้วย เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ราคาจะอยู่ในระดับกลาง การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะลามิเนท ดูจากชนิดของลามิเนท ถ้าลามิเนทมีความหนาจะยิ่งดี เพราะจะทนต่อรอยด่าง รอยขีดข่วน รอยบวมน้ำ และรอยอื่น ๆ ได้ดีกว่าลามิเนทแบบบาง 2. โต๊ะเหล็ก ภาพจาก img.archiexpo.com การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะเหล็กสิ่งแรกที่บ่งชี้ได้ถึงคุณภาพของโต๊ะก็คือความหนาของแผ่นเหล็กโดยประเมินได้จากความรู้สึกถึงความแข็งแรงของการประกอบ และน้ำหนักโดยรวมของโต๊ะ อีกจุดหนึ่งที่ควรสังเกตก็คือลักษณะลิ้นชักเวลาปิด โดยโต๊ะเหล็กที่ประกอบไม่ดี จะมีช่องว่างระหว่างลิ้นชักกับโต๊ะ 3. โต๊ะไม้ภาพจาก media.gettyimages.com โต๊ะที่ผลิตจากไม้จะดูดี มั่นคง หรูหราที่สุด ทนทานที่สุด และทนทานที่สุดเช่นกัน แต่วัสดุจำพวกไม้ก็มักจะพบปัญหาการบวมของพื้นผิวเมื่อถูกน้ำ มีร่องรอยจากการขีดข่วน หรือเมื่อถูกความร้อนได้ง่าย และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้คงสภาพน่าใช้งานอยู่เสมอ ทำให้โต๊ะส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ ผลิตจากวัสดุประเภทอื่นมากขึ้น การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะไม้ตรวจสอบจากลิ้นชักโดยโต๊ะที่มีคุณภาพสูงจะประกอบลิ้นชักด้วยสลักลิ้นเชื่อมต่อ แทนที่จะใช้ตัวเย็บหรือกาว และด้านล่างของลิ้นชักควรจะทำด้วยไม้อัดมากกว่าแผ่นพลาสติกเมลานิน การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านสิ่งสำคัญคือการใช้งาน คือจะนำไปใช้งานอะไร และ วัสดุที่เลือกซื้อต้องคงทน หากเลือกซื้อมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาเพื่อให้อยู่กับเราไปนานๆ เพื่อให้เกิดความประหยัดและความคุ้มค่า

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมในแต่ละห้อง

ผ้าม่าน เป็นทั้งของตกแต่งบ้าน และ ไว้สำหรับปิดกันแดด รวมไปถึงให้บ้านของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับแต่ละห้องที่บทความของเราจะนำเสนอในวันนี้ จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณเลือกซื้อผ้าม่านได้ง่ายขึ้นทั้งรูปแบบ เนื้อผ้า และสี 1.ห้องรับแขกภาพจาก st.hzcdn.com ภาพจาก homedecorcatalogs.info ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยสำหรับทุกคนในบ้าน และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน การตกแต่งห้องรับแขกเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้าน การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องรับแขก ถ้าห้องรับแขกของคุณมีพื้นที่กว้าง และ สูงโปร่ง ควรใช้ผ้าม่านที่มีสีโทนเข้ม และสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายได้ เพราะขนาดห้องกว้างการมีผ้าม่านสีเข้มไม่ได้ทำให้ห้องแคบลง ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก แต่ไม่ต้องการให้ม่านทึบจนเกินไป คุณอาจจะเสริมผ้าโปร่งอีกชั้น โดยสีผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นสีขาวหรือออฟไวท์ เพราะถ้าใช้สีเข้มหรือสีเดียวกับตัวผ้าม่านจะดูไม่เหมาะ (สีออฟไวท์จะช่วยลดแสงทำให้เกิดความนุ่มนวลสบายตา ให้นึกสีของหลอดไฟ ระหว่างเดย์ไลท์ กับวอมไวท์) 2. ห้องนอนภาพจาก www.budgetblinds.com ภาพจาก www.easyblinds.co.nz การเลือกผ้าม่าน ห้องนอน ก็เป็นอีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านห้องนอนนอกจากการกันแสง ปิดบังสายตา รักษาความเป็นส่วนตัว ความสำคัญอีกอย่าง ผ้าม่านยังช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ  การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องนอน สามารถเลือกสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบผ้าม่านหรือเลือกสี ให้เลือกสีที่เราชอบเป็นอันดับแรก สีที่ถูกโฉลกกับเรา ด้วยห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว สามารถสร้างความเป็นตัวและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ ควรเป็นแนวสีที่ดู สดชื่น สดใส น่าสนใจ และผ่อนคลาย ไม่ควรใช้สีเข้มมากนัก สีทีควรใช้คือ สีเบจ ชมพู โอโรส ฟ้า ขาว น้ำตาลอ่อน หรือเหลืองอ่อนๆ และควรคำนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ ผนังห้องหรือส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย  3. ห้องหนังสือ ห้องทำงานภาพจาก designxzo.com ภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ห้องทำงาน ห้องหนังสือเป็นห้องที่ตองใช้สมาธิขณะที่ใช้งานในห้อง การเลือกซื้อผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันสายตาจากภายนอกได้ การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องหนังสือ ห้องทำงาน ควรเป็นผ้าพื้นสีเท่านั้น แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็กๆ ไม่เด่นสุดตา สีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน รูปแบบผ้าม่านควรเป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือม่านตาไก่  เพราะบรรยากาศห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบเพื่อความคิดหรือสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงาน  4. ห้องอาหารภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ภาพจาก www.calltheblindspot.com ห้องที่เป็นที่รวมตัวของสมาชิกในบ้านที่จะมารับประทานอาหาร เป็นห้องที่สร้างความสุขการเลือกโทนสีผ้าม่านก็สามารถใช้สีที่สดใส หรือสีที่สมาชิกในบ้านชอบได้ แต่ที่สำคัญคือต้องเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆอีกด้วย  5. ห้องครัว ภาพจาก theinspiredroom.net ภาพจาก witwipe.com ควรทำเป็นม่านโปร่ง หรือผ้าโปร่งแสง ด้วยห้องครัวเป็นหัองที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดี รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่ง รางแป๊บกลมเล็ก ติดตั้งเปิดบังส่วนที่จำเป็น อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา แต่ต้องไม่ไกล้ความร้อนจากเตา  ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร โดยเฉพาะไอน้ำมัน จะจับและสะสม จะยากต่อการทำความสะอาด จากเทคนิคการเลือกซื้อผ้าม่านที่เราแนะนำคุณไปจากบทความขั้นต้น คุณสามารถนำไปปรับใช้โดยยึดตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เพื่อให้บ้านของคุณสวยงามตรงกับความต้องการของคุณ ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.cacurtain.com

บทความที่แนะนำ

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา มักจะได้สตาร์ทเงินกันที่ 10,000 – 15,000 บาท แม้ว่ายอดเงินจะไม่ถึง 20,000 ก็อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปว่าจะมีโอกาสได้กู้บ้านเหมือนคนอื่นหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน  1. คำนวณหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้าน ภาพจาก www.makemoneyinlife.com           ใช้หลักการคำนวณในการหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้านดู มีหลักการคำนวณอยู่ว่า ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น  เช่นคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท จะทำให้คุณสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้ที่ประมาณ 15,000 x 40%  ก็ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งหมายถึงหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ก็จะสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท และที่สำคัญคือคุณต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ  เพราะหากมีหนี้สินอื่น ๆ เช่นมีการผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็อาจทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง ซึ่งอาจจะเหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น 2. หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่สามารถกู้ได้ภาพจาก www.cedarsquarehomes.com           หลังจากคุณลองคำนวณจำนวนเงินที่คุณสามารถผ่อนในแต่ละเดือนได้แล้ว ก็ลองมองหาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้จากการคำนวณในข้อที่ 1 เช่นถ้าคุณจะเลือกผ่อนชำระในระยะเวลา 30 ปี  ก็จะสามารถกู้ได้ประมาณ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันยังมีโครงการบ้านที่มีราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการ เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือบ้านในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่อีกมาก หรือ อาจจะเลือกเป็นบ้านมือสองก็ได้เช่นกัน                                                            3. ทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี ภาพจาก www.canadianmortgagetrends.com           ก่อนที่จะทำการกู้บ้าน คุณไม่ควรมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีจากจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ บัตรผ่อนชำระต่างๆ เพราะ เมื่อคุณไปยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้วทางธนาคารก็จะไปตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณ และถ้าณเห็นว่ามีรายชื่อคุณใน Blacklist ก็อาจทำให้คุณทำเรื่องกู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น เพราะธนาคารก็ไม่มั่นใจว่าคุณเองจะจ่ายค่างวดให้ได้หรือไม่ และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากคุณ เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ทางธนาคารก็เกรงว่าคุณจะมีเงินไม่พอสำหรับส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านก็ไม่พอ ทางที่ดีควรทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี อย่างการชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา  และไม่ผิดนัดจ่ายหนี้ หรือไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมากเกินไป หรือทางที่ดีที่สุดคือไม่ก่อหนี้เลยน่าจะดีกว่า   4. หาผู้กู้ร่วมภาพจาก earlysalary.com           ถ้าหากบ้านที่คุณจะกู้เกินวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้ คุณอาจจะต้องหาตัวช่วยเป็นผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้นเพื่อให้การกู้ของคุณมีโอกาสผ่านมากขึ้นโดยความหมายของผู้กู้ร่วม หมายถึงการเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั่นเอง ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบหนี้ที่เป็นส่วนเท่า ๆ กัน เพียงเว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในบางธนาคารก็อาจจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ที่อยู่ในฐานะที่เป็นพี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน หรือพ่อแม่กู้ร่วมกับบุตร หรือสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ถ้าหากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องยื่นแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบอย่างทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือหากมีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ จากเคล็ดลับการทำเรื่องสินเชื่อกู้บ้านให้กับพนักงานเงินเดือนน้อยๆได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง และมีความสุขในการเริ่มต้นครอบครัวเล็กๆของคุณได้อย่างสมบูรณ์  ขอบคุณแหล่งข้อมูล  moneyhub.in.th 

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเล คือ สิ่งสำคัญเป็นอันดับต้นๆของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะถ้าทำเลไม่ดี หรือ ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า หรือ ผู้ซื้อแล้ว โอกาสจะสร้างกำไรหรือแม้กระทั่งขายออกก็คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้เรามีทำเลต้องห้าม ที่ไม่แนะนำให้ลงทุนซื้อเก็บไว้มาให้คุณศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน 1. ทำเลบ้านที่อยู่บนทางสามแพร่ง ภาพจาก takanahara.deviantart.com ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและจีน ถือเป็นทำเลอันตรายและอัปมงคลที่นักลงทุนอสังหาฯควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ณ บริเวณดังกล่าวด้วย 2. ทำเลอยู่ตรงข้ามกับวัดศาลเจ้าและสถานที่ไม่เป็นมงคล ภาพจาก www.tripadvisor.com ทำเลอสังหาฯ เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่า การอยู่ใกล้วัดและศาลเจ้าทำมาค้าขายไม่รุ่งเรือง เนื่องจากวัดมีงานศพอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าที่มักมีเสียงดังอึกทึก หรือทำเลที่อยู่ติดกับสถานที่ไม่เป็นมงคล เช่นป่าช้า หรือสุสาน ซึ่งมีปัญหาด้านวิวทิวทัศน์ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ น่ากลัว  3. อยู่ติดกับโรงแรมม่านรูดและสถานอาบอบนวดภาพจาก en.japantravel.com เนื่องจากเชื่อกันว่าอยู่ใกล้กับทำเลอโคจร ส่งผลให้ทำเลนั้นไม่น่าอยู่ และหากมองในหลักความเป็นจริง สถานที่ที่อยู่ใกล้กับโรงแรมม่านรูด หรือ สถานอาบอบนวด ก็ทำให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้ๆถูกมองไม่ดี และอาจจะเป็นอันตรายได้4. ที่ดินที่ติดริมน้ำ และ ถูกน้ำเซาะตลิ่งภาพจาก commons.wikimedia.org ที่ดินลักษณะนี้มีโอกาสพังทลายและสูญหายได้ หากสร้างสิ่งก่อสร้างก็จะไม่มั่นคง เพราะถูกน้ำเซาะ นอกจากนั้นอาจมีผลทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินเสี่ยงต่ออันตราย 5. ที่ดินที่มีรูปร่างผิดปกติและมีลักษณะไม่ดี ภาพจาก kolkata.locanto.in เช่น เป็นที่สามเหลี่ยมชายธง ที่ดินที่มีด้านหน้าแคบและมีส่วนลึกมาก หรือที่ดินที่มีรูปทรงผิดปกติในรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินพื้นนั้นไม่ได้6. ใกล้สิ่งรบกวนซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงภาพจาก raredelights.com เช่น  ที่ดินอยู่ใกล้กับทางขึ้นลงของเครื่องบิน หรือทางรถไฟ ส่งผลให้คนที่อยู่อาศัยแถวนั้นได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง  และส่งผลให้สุขภาพไม่ดี เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ7. ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า ภาพจาก www.siamfishing.com ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า จะเป็นทำเลที่ถมแล้วไม่แน่นดินพรุ ทำให้มีปัญหาดินขาดความมั่นคงได้ในอนาคต และหากจะสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินนั้นแล้วก็จะไม่แข็งแรง เป็นอันตรายอีกด้วย 8. ทำเลอยู่ในแนวเวนคืน ภาพจาก www.martinreillymotors.com ทำเลในลักษณะนี้มีโอกาสถูกทางราชการมาเวนคืนหรือยึดคืนได้ตลอด9. บ้านที่มีทำเลอยู่ติดกับโรงพยาบาล ภาพจาก zombie.wikia.com ทำเลลักษณะนี้อยู่แล้วจะขาดความสุขกายสบายใจ เนื่องจากจะพบเห็นผู้ป่วยหรือคนเจ็บเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา และพลอยทำให้คนที่อยู่อาศัยไม่สบายไปด้วย10. ทำเลที่มีบ้านประกาศขายติดกันหลายหลัง ภาพจาก modernize.com ถือเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าทำเลบริเวณนั้นไม่น่าอยู่ หรือมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เคยเกิดเหตุหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน11. บ้านที่อยู่ติดหรืออยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ควรอยู่ใกล้ ภาพจาก www.immersionadventures.com เช่น ร้านขายโลงศพ ร้านซ่อมรถ ร้านขายสัตว์ปีก ร้านทำประตูเหล็กดัดและมุ้งลวด เพราะทำเลเหล่านี้มักมีปัญหาเรื่องมลภาวะด้านต่างๆตามมา ทำเลที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้าม หากได้ทำเลดีก็เหมือนได้ทองมีค่า เพื่อทำกำไรให้งอกเงย ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ การเลือกทำเลเป็นขั้นตอนที่ต้องพิถีพิถันมากที่สุด  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.trebs.ac.th

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

การแต่งบ้านด้วยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น และทำให้บ้านอยู่สบายลงตัวขึ้นด้วย ส่วนไม่ว่าใครจะแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ใด ๆ ทั้งโมเดิร์น แอนทีค วินเทจ คันทรี่ ไอริช คลาสสิค สไตล์ไทย ๆ หรือจะเป็นสไตล์ใดก็ตาม ต่างก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของเจ้าของบ้าน หากเราได้แต่งบ้านตามสไตล์ที่เราชอบบ้านก็เป็นเหมือนสวรรค์เล็ก ๆ นั่นเอง                   นอกจากการแต่งบ้านจะทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว การแต่งบ้านโดยอิงศาสตร์ของฮวงจุ้ย ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้เกิดความสุข ความรุ่งเรืองร่ำรวย สุขภาพดี ของคนในบ้านได้อีกด้วย ศาสตร์ของฮวงจุ้ยที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงศาสตร์เก่าแก่ที่มีมานานหรือเป็นสิ่งงมงาย เมื่อได้ศึกษาหลักการฮวงจุ้ยแท้จริง จะเห็นได้ว่าหลักฮวงจุ้ยเป็นการผสมผสานความเข้าใจถึงหลักวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม  ธรรมชาติ และรายละเอียดของชีวิตรวมถึงการใช้ชีวิต ที่ได้สั่งสมวิเคราะห์ผ่านยุคสมัยมากว่าพันปี               ในบางครั้งบ้านบางหลังเมื่อตกแต่งเข้าอยู่แล้ว มองโดยภาพรวมอาจจะสวยงามและน่าอยู่ แต่เมื่อสมาชิกในบ้านอาศัยอยู่ในบ้านไประยะเวลาหนึ่ง กลับเกิดปัญหา เช่นความเจ็บป่วยไข้ สุขภาพอ่อนแอ อารมณ์ขุ่นมัว  ชีวิตมีอุปสรรคปัญหา สิ่งเหล่านี้ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วเชื่อว่ามาจากการตกแต่งและจัดบ้านโดยไม่ทราบถึงหลักข้อห้ามบางประการของฮวงจุ้ยนั่นเอง  หลักข้อห้ามเหล่านั้นโดยกว้าง ๆ ก็ได้แก่   1. ห้ามสร้างรั้วรอบลานโล่งหน้าบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านเกิดโรคขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับดวงตา 2. บ้านที่มีขนาดเล็ก ไม่ควรทำประตูบ้านขนาดใหญ่เกินไป จะส่งผลให้คนในบ้านมีปากเสียงเสมอ และประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองก้าวหน้า 3. หลังคาถ้าไม่สูงโปร่ง ไม่ควรแก้ไขด้วยการเจาะโล่ง แต่ควรใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องใสเข้าแทน 4. กำแพงบ้านควรรักษาให้ดูใหม่สะอาดเสมอ และควรติดไฟสว่างในกลางคืนจะทำให้คนที่อาศัยอยู่รุ่งเรืองและปลอดภัย 5. ไม่ควรสร้างห้องใต้ดินไว้กลางบ้าน หรือสร้างให้เล่นระดับเป็นหลุมกลางบ้าน เพราะความชื้นจะทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยได้ 6. ไม่ควรต่อเติมหรือทุบบ้านให้มีรูปทรงเว้าแหว่ง เพราะจะเกิดคดีหรือปัญหาใหญ่กับลูก ๆ ในบ้านได้ 7. ถ้าบ้านอยู่ในจุดที่มีสะพานพุ่งตรงเข้าหาตัวบ้าน ไม่ควรปล่อยให้จุดนั้นโล่ง ควรปลูกต้นไม้กันสายตาให้ทึบ   8. ถ้าบริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ยืนตายต้น ให้รีบโค่นออก มิฉะนั้นจะพบกับความยากจน 9. ไม่ควรตกแต่งกระจกไว้ตรงหัวนอน เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ 10. ห้ามวางเตียงนอนตรงกับประตูหรือวางให้ตำแหน่งและเท้าตรงกับประตูไม่ควรมีหิ้งหรือชั้นบริเวณหัวนอน  จะทำให้เป็นโรคประสาท สมอง และความเครียดได้             การตกแต่งบ้านให้สวยงามโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้การตกแต่งบ้านเกิดผลดีต่อสมาชิกในบ้านได้อย่างดีอีกด้วย  ภาพจาก sinsaehwang.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท
www.yimsu.com/property
Yimsu Property

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน