ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

เกร็ดน่ารู้ คู่บ้าน


5 ข้อควรรู้กับการตกแต่งห้องน้ำที่ไม่เหมาะสม

“ห้องน้ำ” ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของบ้าน ที่เราทุกคนจำเป็นต้องใช้เพื่อปลดทุกข์และทำความสะอาดร่างกาย ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำให้ดูดีดูน่าใช้ และตัดสินใจว่าจะสร้างไว้ตรงตำแหน่งไหน จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะถ้าหากตกแต่งห้องน้ำไม่เหมาะสม ก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น วันนี้ลองมาดูกันค่ะ ว่ามีการตกแต่งห้องน้ำแบบใดบ้างที่ไม่เหมาะสมและเราควรหลีกเลี่ยง ภาพจาก pixabay.com 1. ตกแต่งในลักษณะที่มืด ทึบ หรือดูอึดอัดไม่สบายตาเพราะในความเป็นจริงก็คือ คงไม่อยากมีใครที่จะเข้าห้องน้ำประเภทมืด ทึบ หรือดูอึดอัดเพราะว่าเมื่อเข้าไปแล้วทำให้ไม่รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว และไม่อยากใช้เวลาอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน ที่สำคัญความมืด ทึบ และอึดอัดนี้ยังเป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ดังนั้น ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรจะทำห้องน้ำให้มีช่องว่างพอให้แสงสว่างเข้าถึงบ้าง อีกทั้งยังช่วยให้ไม่เปลืองไฟเวลาเข้าห้องน้ำในเวลากลางวันอีกด้วย ภาพจาก pixabay.com 2. อย่าสร้างชักโครกให้เป็นจุดเด่นในห้องน้ำเพราะชักโครกนั้นเป็นที่ปลดทุกข์สุดสำคัญและเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมากที่สุด หากว่าทำชักโครกให้เป็นจุดเด่นนอกจากเวลาเข้าจะรู้สึกแปลกๆและเกะกะแล้ว ยังอาจส่งผลในเรื่องของสุขอนามัยด้วย ทางที่ดีควรทำให้ชนิดผนังห้องน้ำด้านใดด้านหนึ่งไปเลยจะดีกว่า 3. อย่าสร้างห้องน้ำในจุดที่เป็นศูนย์รวมของบ้านเพราะห้องน้ำ เวลาที่ไม่ได้ล้างบ่อยๆ หรือเวลาที่มีน้ำขังนานๆ มักจะส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา หากว่าสร้างไว้ในบริเวณที่เป็นศูนย์รวมของบ้านอาจทำให้บริเวณนั้นมีกลิ่นที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และที่สำคัญเวลามีคนมาเยี่ยมเยียนบ้านคงจะรู้สึกแปลกๆเพราะเจอห้องน้ำอยู่กลางบ้านหรือมองเห็นห้องน้ำในบริเวณที่นั่งคุยกันอยู่ ภาพจาก pixabay.com 4. ไม่จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่อาบน้ำและห้องน้ำแยกจากกันสำหรับบ้านที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างห้องน้ำกับที่อาบน้ำไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นจะต้องแยกว่าตรงนี้เป็นที่อาบน้ำตรงนี้เป็นห้องน้ำเสมอไป จะได้ประหยัดพื้นที่และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ภาพจาก pixabay.com 5. ไม่คำนึงถึงการปล่อยน้ำทิ้งเพราะห้องน้ำสำหรับหลายๆ คน คือสถานที่ที่รวมทุกอย่างในการทำความสะอาดและการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำ ปลดทุกข์ ซักผ้า ล้างจาน เพราะฉะนั้นหากไม่คำนึงถึงท่อน้ำทิ้งหรือการปล่อยน้ำทิ้งที่ดีอาจทำให้เกิดความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น ออกมาจากภายในห้องได้ หรืออาจเกิดน้ำขังจนกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดีตามมา ภาพจาก pixabay.com ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงทั้ง 5 ข้อนี้ได้ห้องน้ำบ้านเราของเราก็จะถูกสุขอนามัย น่าใช้ ต้อนรับแขกได้ไม่อายใครแล้วหล่ะค่ะ  

ถึงงบจะน้อยแต่ก็แต่งห้องน้ำให้สวยได้ไม่ยาก!!

เงินถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำอะไรก็ตาม การตกแต่งห้องน้ำก็เช่นเดียวกันต้องใช้เงิน ยิ่งถ้ามีเงินเยอะก็สามารถที่จะตกแต่งในสไตล์ที่ตัวเองต้องการได้ทั้งหมด แต่ในทางกลับกันหากคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังที่จะสร้างห้องน้ำในฝันขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องมีการดัดแปลงหรือใช้อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เกินงบประมาณอย่างที่ตั้งใจ ภาพจาก pixabay.com ดังนั้น วันนี้เราจะมาแชร์วิธีให้สำหรับหลายๆ คนที่มีงบจำกัด ลองมาดูกันว่าจะมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะทำให้ห้องน้ำส่วนตัวของเราออกมาดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงๆ อีกต่อไป 1. เลือกใช้กระเบื้องหินหรือปูนเปลือยแทน        แน่นอนว่ากระเบื้องคือสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการตกแต่งห้องน้ำ เพราะว่ายิ่งได้กระเบื้องลายสวยมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ห้องน้ำออกมาสวยงามมากเท่านั้น ทว่าถ้าหากเราไม่มีงบประมาณในการซื้อกระเบื้องลายสวยๆ มากพอก็สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องหินได้ เพราะกระเบื้องหินมีราคาถูกกว่าหรือสำหรับบางคนไม่ต้องการที่จะปูกระเบื้องก็อาจจะใช้เป็นปูนเปลือย ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ใช้ได้กับทั้งพื้นห้องน้ำและผนังห้องน้ำเลยทีเดียว เรียกว่าประหยัดงบประมาณไปได้เยอะเลยทีเดียว  ภาพจาก pixabay.com 2. ดีไอวายของใช้ทำมือทำมือ     แทนที่จะเสียเงินซื้อของใหม่ ก็ทำเองซะเลย นอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้ดีไซน์ถูกใจ เช่น ซื้อไม้เก่าๆมาทำโต๊ะกินข้าว ทำตู้ติดไปกับผนังให้ดูเก๋ไก๋เป็นสไตล์ของตัวเองไปอีกแบบ หรืออย่างม่านห้องน้ำ อาจจะใช้งานประยุกต์ฝีมือของตัวเองด้วยการเย็บพลาสติกให้ติดกับคานและตกแต่งให้สวยงามก็ช่วยประหยัดงบประมาณได้ด้วยเช่นเดียวกัน 3. ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่ราคาไม่แพง  ไม่ว่าจะเป็นภายอ่างล่างหน้า, ฝักบัว หรือแม้แต่ชักโครกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป เพราะทุกวันนี้สินค้ามีหลากหลายยี่ห้อและราคาก็มีความแตกต่างกันออกไป เราก็สามารถที่จะเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพและงบประมาณของเรา ภาพจาก pixabay.com 4. เลือกใช้ตะปูหรือราวแขวนเสื้อธรรมดาแทนที่ราวแขวนเสื้อราคาแพง   ถ้าคิดจะประหยัดแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ราวแขวนที่มีดีไซน์และราคาแพง เพราะแค่ตะปูตัวเดียวก็สามารถที่จะแขวนผ้าได้แล้ว หรืออาจจะซื้อเป็นราวแขวนเสื้อพลาสติกทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน คำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักก็เพียงพอแล้ว ภาพจาก pixabay.com 5. ซื้อแต่อุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น     เพราะว่าอุปกรณ์บางอย่างในห้องน้ำก็ไม่ได้มีคได้มีความจำเป็นมากสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นกระจกบานใหญ่ๆ หรือชั้นวางชองที่มีลิ้นชักหลายๆ อันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อมาใช้งาน เพียงแค่ใช้แต่ของที่จำเป็นก็สามารถประหยัดงบประมาณไปได้หลายบาทแล้วล่ะค่ะ ภาพจากpixabay.com เป็นยังไงบ้างคะ ลดนั่นนิด นี่หน่อย คำนึงถึงการใช้งานให้มากที่สุด แค่นี้ก็สามารถประหยัดงบในการแต่งห้องน้ำไปได้มากแล้วล่ะค่ะ  

การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้าน

ห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ เป็นอีกห้องหนึ่งที่หลายบ้านนิยมทำขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับอ่านหนังสือเตรียมสอบของลูกน้อย หรือ สำหรับเคลียร์เอกสารตอนที่แบกงานจากที่ทำงานมาทำที่บ้าน และการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านก็จำเป็น เพราะนอกจากความสวยงามของโต๊ะแล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ต้องพิจารณาว่าโต๊ะทำงานที่เราจะนำมาใช้นั้น จะใช้ทำงานประเภทใด วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านให้คุณ ภาพจาก www.melodyhome.comประเภทของโต๊ะทำงาน 1.โต๊ะลามิเนทภาพจาก img.archiexpo.com ลามิเนท ก็คือพลาสติกสำเร็จรูปที่แปลงให้เป็นแนวไม้ค่ะ วัสดุชนิดนี้ทำได้หลายรูปแบบ จะทำให้ดูเป็นไม้ธรรมดาก็ได้ หรือจะแต่งเติมเป็นสีสันต่าง ๆ ก็ได้ ทั้งยังควบคุมราคาให้อยู่ให้งบประมาณได้ด้วย เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ราคาจะอยู่ในระดับกลาง การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะลามิเนท ดูจากชนิดของลามิเนท ถ้าลามิเนทมีความหนาจะยิ่งดี เพราะจะทนต่อรอยด่าง รอยขีดข่วน รอยบวมน้ำ และรอยอื่น ๆ ได้ดีกว่าลามิเนทแบบบาง 2. โต๊ะเหล็ก ภาพจาก img.archiexpo.com การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะเหล็กสิ่งแรกที่บ่งชี้ได้ถึงคุณภาพของโต๊ะก็คือความหนาของแผ่นเหล็กโดยประเมินได้จากความรู้สึกถึงความแข็งแรงของการประกอบ และน้ำหนักโดยรวมของโต๊ะ อีกจุดหนึ่งที่ควรสังเกตก็คือลักษณะลิ้นชักเวลาปิด โดยโต๊ะเหล็กที่ประกอบไม่ดี จะมีช่องว่างระหว่างลิ้นชักกับโต๊ะ 3. โต๊ะไม้ภาพจาก media.gettyimages.com โต๊ะที่ผลิตจากไม้จะดูดี มั่นคง หรูหราที่สุด ทนทานที่สุด และทนทานที่สุดเช่นกัน แต่วัสดุจำพวกไม้ก็มักจะพบปัญหาการบวมของพื้นผิวเมื่อถูกน้ำ มีร่องรอยจากการขีดข่วน หรือเมื่อถูกความร้อนได้ง่าย และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้คงสภาพน่าใช้งานอยู่เสมอ ทำให้โต๊ะส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ ผลิตจากวัสดุประเภทอื่นมากขึ้น การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะไม้ตรวจสอบจากลิ้นชักโดยโต๊ะที่มีคุณภาพสูงจะประกอบลิ้นชักด้วยสลักลิ้นเชื่อมต่อ แทนที่จะใช้ตัวเย็บหรือกาว และด้านล่างของลิ้นชักควรจะทำด้วยไม้อัดมากกว่าแผ่นพลาสติกเมลานิน การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านสิ่งสำคัญคือการใช้งาน คือจะนำไปใช้งานอะไร และ วัสดุที่เลือกซื้อต้องคงทน หากเลือกซื้อมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาเพื่อให้อยู่กับเราไปนานๆ เพื่อให้เกิดความประหยัดและความคุ้มค่า

เคล็ดลับแต่งห้องน้ำในคอนโดให้น่าใช้

สำหรับที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม เป็นที่อยู่อาศัยที่ความนิยมกันมากโดยในเมือง นับเป็นไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง  เมื่อพูดถึงพื้นที่และห้องต่าง ๆ ในคอนโด ห้องหนึ่งที่มักจะเกิดปัญหาสำหรับการตกแต่งก็คือห้องน้ำในคอนโดนั่นเอง  ไม่ว่าจะการตกแต่งให้สวยงามได้ยากเพราะพื้นที่ที่มักจะมีจำกัด และตำแหน่งของห้องน้ำในคอนโดซึ่งค่อนข้างบังคับในโครงสร้าง ให้เกิดความอับชื้นและอึดอัด  เจ้าของห้องน้ำในคอนโดจึงต้องรู้เคล็ดลับในการแต่งห้องน้ำเหล่านี้เสียก่อน  1. สำรวจจุดระบายอากาศ                ข้อแรกที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับห้องน้ำในคอนโดก็คือ จุดระบายอากาศ หากห้องน้ำในคอนโดของคุณอยู่ใกล้ระเบียงและมีหน้าต่างให้อากาศในห้องน้ำได้ถ่ายเทก็นับได้ว่าเป็นห้องน้ำคอนโดที่ดีมาก ๆ การตกแต่งอื่น ๆ และการใช้งานก็จะไม่ค่อยพบปัญหา แต่ถ้าห้องน้ำของคุณอยู่ด้านในตัวห้องของคอนโด ไม่มีหน้าต่างหรืออช่องระบายสู่ภายนอกอาคาร ต้องสำรวจว่ามีพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำไปสู่ภายนอกหรือไม่  ถ้าไม่มีก็ต้องจัดการติดตั้งเสียก่อน 2. แยกส่วนเปียกและแห้ง                ห้องน้ำในคอนโดมิเนียมควรเป็นห้องน้ำที่มีการจัดแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน  เพราะห้องน้ำมีแต่ส่วนที่เป็นส่วนเปียก จะทำให้ห้องอื่น ๆ พลอยเปียกไปด้วยได้ง่ายและเกิดความชื้นมากในบริเวณต่าง ๆ ในห้อง  วิธีแยกส่วนเปียกและแห้งในห้องน้ำทำได้หลายวิธี  เช่น ติดตั้งตู้อาบน้ำเพื่อแยกเป็นส่วนเปียกในการใช้อาบน้ำ หรือติดตั้งอ่างอาบน้ำถ้าห้องน้ำมีที่กว้างพอ  หรือถ้าต้องการประหยัดก็อาจใช้วิธีกั้นด้วยม่านพลาสติกหรือก่อบล็อกแก้วคั่นระหว่างบริเวณเปียกและบริเวณแห้งก็ได้3. เพิ่มมุมมองให้ดูโปร่งและกว้างห้องน้ำในคอนโดที่มีพื้นที่แคบ ตกแต่งให้ดูกว้างขึ้นได้ด้วยการใช้กระจกติดที่ผนัง หรือเลือกตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีสีมันวาวก็จะทำให้ห้องน้ำคอนโดเกิดมุมมองที่ดูกว้างและสว่างขึ้นได้4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยชั้นติดผนัง                ห้องในคอนโดมิเนียมมักมีขนาดที่จำกัด การเพิ่มชั้นวางของในห้องน้ำจะช่วยให้มีพื้นที่ในการเก็บอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ในห้องน้ำได้ เคล็ดลับอยู่ที่ชั้นที่ติดตั้งไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือกว้างจนเกินไป และควรติดให้สูงกว่าระดับสายตาจะทำให้ไม่ดูเกะกะและไม่อึดอัด 5. เลือกของตกแต่งทุกชิ้นให้มีประโยชน์ใช้สอย                การตกแต่งห้องน้ำให้ดูสวย อาจจะลองเลือกหาของตกแต่งน่ารัก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่อย่างที่ทราบว่าด้วยเนื้อที่ที่ไม่กว้างมากของห้องน้ำ การเลือกของตกแต่งที่มีประโยชน์ใช้สอยพร้อมกับความสวย ความ น่ารักช่วยสร้างบรรยากาศจึงเป็นไอเดียที่ดี เช่นแปรงถูหลังรูปการ์ตูนน่ารัก เมื่อนำมาแขวนในห้องน้ำก็ดูสวยและทำให้ห้องน้ำน่ารักขึ้นแล้วยังได้ประโยชน์ใช้ถูหลังอาบน้ำได้ด้วย ดีกว่าเลือกตุ๊กตารูปการ์ตูนมาวางไว้โดยใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นต้น

ข้อควรรู้ในการเตรียมตัวก่อนการสร้างครัว

เมื่อคิดจะตกแต่งห้องครัวหรือมีห้องครัวใหม่ ก่อนที่จะไปมองหาชุดเคาน์เตอร์ครัวสวย ๆ มีข้อคิดเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนสร้างหรือตกแต่งห้องครัวที่ควรรู้ก่อน เพื่อจะได้เป็นเจ้าของครัวที่ถูกใจ คุ้มค่า คุ้มราคา และใช้สอยได้อย่างลงตัวดังนี้ 1. งบประมาณตกแต่งครัวงบประมาณที่เรามีและจัดสรรในการตกแต่งทำครัวในครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องกะเกณฑ์ตั้งงบให้เรียบร้อยเสียก่อน หากเราตั้งงบประมาณการณ์ไว้แล้ว ให้เราลดทอนงบลงมาแล้วเก็บเผื่อไว้ในส่วนนั้น 10% หรือมากกว่า  เพื่อเผื่องบประมาณที่บานปลายซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ไว้  2. สถานที่และความจำกัดของห้องครัวสำรวจห้องครัวที่ต้องการสร้างหรือตกแต่งว่ามีขนาดพื้นที่เท่าไหร่ มีหน้าต่างอยู่ตรงไหนและกี่บาน กว้างยาวเท่าไหร่ มีประตูอยู่ตรงจุดใดบ้าง และถ้าจะให้ดีควรสังเกตทิศทางของแสงแดดที่ส่องและทิศทางของลมด้วย เพื่อใช้ในการออกแบบจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของห้องครัวต่อไป  3. อุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จะจัดวางในครัวอุปกรณ์ที่กล่าวถึงในที่นี้รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ด้วย เช่นตู้เย็น ที่จะจัดวางไว้ในครัวมีหรือไม่และมีขนาดใหญ่แค่ไหน  บางบ้านอาจจะมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นเตาอบ เครื่องซักผ้า ให้ลองรวบรวมดูรวมถึงตู้ใส่ของที่ต้องการวางไว้ในครัว และกะปริมาณของชิ้นเล็ก ๆ เช่นจานชามและเครื่องครัวอื่น ๆ ว่าต้องใช้พื้นที่หรือตู้ในการจัดเก็บมากน้อยเท่าไร  4. สไตล์และสีสันที่ต้องการสไตล์ของครัวหรือเคาน์เตอร์ครัวที่เราต้องการนั้นเป็นอย่างไร เราต้องรู้ถึงความชอบของเราก่อน เช่นสีสัน วัสดุที่ใช้ทำเคาน์เตอร์เราต้องการรูปแบบใด เป็นครัวปูน ครัวบิ้วอิน หรือแบบเคาน์เตอร์ลอยตัว และทำด้วยวัสดุประเภทใดซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์ของครัวที่เราเลือกด้วย  ครัวที่จะจัดสร้างหรือตกแต่งนั้นเป็นครัวในรูปแบบครัวปิดหรือครัวฝรั่ง หรือเป็นแบบครัวเปิดโล่งอย่างครัวไทย  สิ่งเหล่านี้เราต้องตอบความต้องกรของตนเองให้ได้ก่อนที่จะไปพบกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก มัณฑนากร ช่างก่อสร้างรับเหมา หรือพนักงานให้คำปรึกษาแผนกเฟอร์นิเจอร์ครัวก็ตาม  5. ลักษณะของการใช้ครัวลักษณะของการใช้ครัวก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องพิจารณา  เช่น คนที่ใช้ครัวเป็นประจำมีกี่คน และใช้ครัวพร้อมกันหรือไม่ เพื่อคำนวณว่าครัวมีความกว้างและสะดวกพอหรือไม่ ความบ่อยในการใช้ครัว บางบ้านอาจจะใช้ครัวประกอบอาหารเกือบทุกมื้อในสัปดาห์ ในขณะที่บางบ้านใช้ครัวเฉพาะอุ่นอาหารและทำอาหารจริง ๆ เพียงบางมื้อ  ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างหรือตกแต่งห้องครัวออกมาได้ตรงใจได้อย่างแท้จริง  ภาพประกอบจาก ชุมชนคนรักบ้าน.com

เปรียบเทียบครัวทึบและครัวโปร่ง เลือกอย่างไรให้เหมาะ

ลักษณะห้องครัวที่เราใช้กันอยู่ตามบ้านในปัจจุบันนั้นหากจะสังเกตจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 ลักษณะก็คือ ครัวในแบบทึบและครัวแบบโปร่ง  สำหรับครัวในแบบทึบก็คือครัวที่เราเรียกกันติดปากว่าครัวฝรั่ง เป็นห้องที่มีผนังปิดทั้ง 4 ด้าน อาจจะมีประตูและหน้าต่างในบางด้านของห้องครัวก็ได้                 ส่วนครัวในแบบโปร่งก็คือครัวที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าครัวไทย คือเป็นครัวที่เปิดโล่งในแบบดั้งเดิม อาจจะมีการกรุผนังบางด้านด้วยไม้ระแนง ซึ่งในปัจจุบันก็กลับมาได้รับความนิยมกันมากขึ้นทีเดียว  ข้อดีของครัวแบบทึบหรือครัวฝรั่งเมื่อเปรียบเทียบกับครัวแบบโปร่งเปิดโล่งก็คือ 1. สามารถกันลมฝนได้ดี เมื่อต้องการเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว ยิ่งหากเป็นจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวที่มีค่าหรือพังเสียเมื่อโดนความชื้นและความร้อนได้ การเก็บในครัวแบบปิดย่อมจะรักษาอุปกรณ์เหล่านั้นได้ดีกว่าครัวแบบโปร่งที่ค่อนข้างเปิดโล่งกันลมฝนได้ไม่มิดชิด 2. ป้องกันสัตวเข้ามาในครัวได้มากกว่า ครัวแบบทึบจะสามารถป้องกันสิ่งของและอาหารจากสัตว์ได้ ทั้งหนูแมลงสาบ งู และแมลงประเภทต่าง ๆ เมื่ออยู่ในครัวปิดการที่สัตว์เหล่านี้จะเข้ามาหาเศษอาหารในครัวได้ก็ยากกว่าแบบครัวเปิด  3. มีความสวยงามและเป็นส่วนตัวกว่า ครัวแบบปิดทึบจะตกแต่งให้สวยงามได้ง่ายกว่า ทั้งการทาสีและการตกแต่งในส่วนอื่น ๆ  และการเป็นห้องปิดจึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ข้อเสียของครัวแบบทึบเมื่อเปรียบเทียบกับครัวโปร่งแบบเปิดโล่งก็คือ 1. ระบายอากาศได้ยากกว่า เพราะความที่ไม่เปิดโล่ง ช่องทางที่อากาศและควันจะระบายมีน้อยกว่าครัวเปิด  2. ไม่เหมาะในการทำอาหารแบบไทย เพราะนอกจากอากาศแล้วยังมีกลิ่นที่ไม่สามารถระบายไปได้ เมื่อทำอาหารที่มีกลิ่น 3. อึดอัดและคับแคบ  ครัวปิดในขนาดพื้นที่เท่ากันกับครัวแบบเปิดจะมีความอึดอัดคับแคบกว่าเพราะอยู่ในกรอบปิดสี่เหลี่ยม ไม่โปร่งโล่ง                ข้อดีของครัวเปิด ก็คือ การก่อสร้างใช้งบประมาณที่น้อยกว่า ในเรื่องของโครงสร้างก็เบาทำให้พื้นในส่วนที่ต่อเติมเป็นครัวไม่ทรุดและไม่ดึงโครงสร้างเดิม   อากาศและควันรวมถึงกลิ่นถ่ายเทได้ดีกว่า  เหมาะกับการประกอบอาหารแบบไทย ๆ แต่อาจขาดความปลอดภัยในเรื่องของสัตว์พวกหนู งู และแมลงต่าง ๆ อีกทั้งไม่เหมาะจะเก็บอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการดูแลสูง นอกจากจะออกแบบตู้หรืออุปกรณ์เก็บของมิดชิดปลอดภัยเพิ่มขึ้น   ในด้านของความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะครัวเปิดก็มีความสวยงามแบบไทย ๆ และเรียบง่ายได้เช่นกัน                 นอกจากความสวยงามและข้อดีข้อเสียที่ได้กล่าวมา ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้สอยของแต่ละบ้าน รวมถึงพื้นที่ของแต่ละบ้านด้วยว่าเอื้ออำนวยให้ทำครัวในแบบใด

ไอเดียดีๆ ในการตกแต่งสีห้องน้ำ

สีสันของห้องน้ำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการตกแต่งห้องน้ำให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป สีต่าง ๆ ของห้องน้ำทำให้เกิดบรรยากาศ อารมณ์และความรู้สึกใดบ้าง ลองมาดูด้วยกัน   1. ห้องน้ำสีฟ้าหากคุณเป็นคนที่รักสายน้ำความสดชื่นและนึกถึงความชุ่มฉ่ำเย็นใจ สีฟ้าคือสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเลือกอกนำมาตกแต่งห้องน้ำ  เคล็ดลับในการตกแต่งห้องน้ำด้วยสีฟ้าก็คือ เราสามารถตกแต่งให้ทั้งห้องเป็นสีฟ้าได้แต่ควรจะเลือกสีฟ้าในหลายเฉดและหลายน้ำหนัก คือฟ้าอ่อน ฟ้าอมเทา ฟ้าเข้ม ฟ้าอมเขียวเป็นต้น การแต่งห้องน้ำสีฟ้าสามารถมีมุมมองและลูกเล่นเพิ่มเติมด้วยการใส่วัสดุตกแต่งมันวาวในโทนสีเงินเข้าไปช่วย หรือจะเป็นสีขาวและเทา จะทำให้ห้องน้ำของคุณมีมิติและมีน้ำหนักสีที่สวยมากกว่าเดิม 2. ห้องน้ำสีเขียวสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ห้องน้ำสีเขียวก็คือสีในดวงใจของคุณ ห้องน้ำสีเขียวจะให้ความรู้สึกที่เย็นตาเย็นใจและผ่อนคลายสดชื่น การตกแต่งห้องน้ำในโทนสีเขียวนั้นมีได้หลากหลาย หากต้องการให้ห้องน้ำเป็นสไตล์โมเดิร์น ลองเลือกสีเขียวมิ้นท์หรือเขียวอ่อน เขียวอมเหลือง ก็จะได้ห้องน้ำที่ทันสมัยและสดใส แต่หากต้องการห้องน้ำในแนวธรรมชาติสีเขียวเข้าหรือเขียวขี้ม้า เขียวใบไม้ก็จะสร้างบรรยากาศให้ห้องน้ำเป็นสไตล์ธรรมชาติขึ้นมาได้ โดยตกแต่งต้นไม้จริงเพิ่มเติมเข้าไปก็จะลงตัว  3. ห้องน้ำสีส้ม เหลือง และครีมห้องน้ำในโทนสีส้ม สีเหลืองและสีครีม จะให้ความรู้สึกสดใสและนุ่มนวล มีรสนิยม การเลือกสีในโทนนี้สามารถตกแต่งได้หลายสไตล์ หากชอบสไตล์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สีส้มออกน้ำตาลจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการห้องน้ำสีสดใส เหลืองเลม่อนจะทำให้ห้องน้ำของคุณเจิดจรัสซาบซ่าสดใสได้ ห้องน้ำสีครีมสามารถตกแต่งดอกไม้ให้ดูวินเทจนุ่มนวลชวนฝันทีเดียว  4. ห้องน้ำโทนสีเข้มมีคนไม่น้อยทีเดียวที่ชอบห้องน้ำที่ดูเคร่งขรึมในโทนสีเข้ม อย่างสีน้ำเงินเข้ม แดงเข้ม หรือแม้แต่สีดำ สีเหล่านี้จะทำให้ห้องน้ำดูไม่สกปรก แต่ก็อาจจะทำให้ห้องน้ำดูอับมืดได้ ควรช่วยเสริมด้วยกระจกเงาในบางมุมและมีลูกเล่นของแสงไฟเข้าช่วย โดยใช้ดวงไฟสีนวลตาเพื่อไม่ให้ดูห้องน้ำมีบรรยากาศร้อนแรงเกินไป                นอกจากสีของห้องน้ำที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นยังมีการออกแบบสีห้องน้ำในโทนอื่น ๆ อีก เช่นโทนสีหวาน ๆ ในสไตล์พาสเทล การใช้สีตัดกันเช่น ขาวแดง ขาวดำ เป็นต้น  หากเลือกสีของห้องน้ำได้อย่างลงตัวห้องน้ำธรรมดาดาก็ดูสวยงามน่าใช้โดดเด่นขึ้นมาได้

เลือกช่างตกแต่งห้องน้ำอย่างไรให้เป๊ะ ปัง!

สำหรับการตกแต่งห้องน้ำนั้นนอกจากเรื่องของงบประมาณ การออกแบบ และพื้นที่แล้ว ความสำคัญอีกอย่างที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญนั่นคือช่างนั่นเองค่ะ การออกแบบที่คุณวาดฝันไว้จะออกมาเป็นรูปร่างได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับช่างที่เข้ามารับหน้าที่ในการตกแต่งห้องน้ำนั้นว่าทำงานได้ดีแค่ไหน ใช่มั้ยล่ะคะ..? ภาพจาก  pixabay.com เพราะหากว่าช่างที่เลือกมาทำงานของคุณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ห้องน้ำของคุณก็จะออกมาสวยงามตามความคาดหวังแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเจอช่างที่ทำผลงานได้ออกมาตรงกันข้ามก็คงทำให้คุณปวดหัวน่าดู การเลือกช่างตกแต่งห้องน้ำจึงมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆ เลย วันนี้ลองมาดูกันว่า มีวิธีเลือกช่างยังไงกันบ้างที่จะไม่ทำให้ผิดหวังภาพจาก pixabay.com 1.เลือกช่างที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ในการตกแต่งห้องน้ำ    เพราะประสบการณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ผลงานออกมาตรงใจ ดังนั้นการที่เราจะทราบว่าช่างคนไหนมีประสบการณ์ ก็ต้องมีการพบปะพูดคุยกันสักเล็กน้อย เพื่อดูลักษณะท่าที และพิจารณารวมๆเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า ช่างคนนี้เชื่อใจได้หรือไม่ 2. ราคาเหมาะสมและรับได้   เรื่องราคาก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่เราจะจ้างช่างมาตกแต่งห้องน้ำ เนื่องจากเรทราคาของแต่ละเจ้าก็ จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก็ควรเลือกดูให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ เพราะการคิดราคาแพงไม่ได้หมายความว่างานจะออกมาตรงใจเสมอไป ภาพจาก pixabay.com 3. ควรเป็นช่างที่สามารถพูดคุยกันได้ง่าย  เรื่องของการออกแบบและการตกแต่งนั้นเป็นไอเดียเฉพาะตัว ช่างที่ดีควรมีความใส่ใจ คอยมาเช็คหน้างานอยู่ตลอดเวลาและติดตามผลเพื่อนำมาปรึกษากับเราอยู่เสมอ ไม่ใช่คิดแต่ว่าทำงานให้เสร็จตามคำสั่งที่ได้รับ  4.ไม่มีประวัติในการทิ้งงาน   เรื่องการทิ้งงานถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการเลือกช่างมาทำงานเลยก็ว่าได้ หากได้ช่างที่เก่งแต่ติสท์แตกบ่อยๆ กับช่างที่เก่งน้อยหน่อยแต่รับผิดชอบ เราก็จะสามารถประหยัดเวลา ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิด จ้างช่างใหม่ๆเพื่อเริ่มโปรเจคใหม่ๆ เห็นด้วยมั้ยคะ ? ภาพจาก pixabay.com ภาพจาก pixabay.com 5. สามารถหาอุปกรณ์ในราคายุติธรรมให้กับเราได้    เพราะช่างหลายคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ ดังนั้นหากได้ช่างที่ดีและพร้อมจะแนะนำร้านขายอุปกรณ์ห้องน้ำที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมให้กับเราได้ ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณให้กับเราได้มากอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ อุปกรณ์การตกแต่งจะมีความสำคัญ แต่ก็อย่าลืมเรื่องของช่างที่รับผิดชอบงานกันด้วยนะคะ เพื่อห้องน้ำที่ตรงใจและได้คุณภาพตามที่เราต้องการ 

ไอเดียดัดแปลงของเก่าให้เป็นของแต่งบ้านเก๋ ๆ

ใครหลาย ๆ คนคงเคยสังเกตตามมุม ในตู้หรือในชั้น ตามห้องต่าง ๆ ของบ้านอาจจะมีของรก ๆ หรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางกองอยู่  แต่ของเหล่านั้นหากจะให้เอาไปทิ้งหรือเอาออกไปขายเป็นสินค้ามือสองก็รู้สึกเสียดาย แถมของบางอย่างก็เป็นของที่มีความรักความผูกพัน หรือมีความหลังอยู่ในนั้น ทำให้ยังอยากที่จะเก็บเอาไว้อยู่   อย่ากระนั้นเลย เรามาลองดัดแปลงสิ่งของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วเหล่านั้นให้กลายเป็นของแต่งบ้านกันเถอะ               ภาพจาก decorreport.com 1. วัสดุสิ่งของเหลือใช้นำมาทำโคมไฟได้เชื่อไหมว่า โคมไฟ นับเป็นของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้ได้ทุกโอกาสและสามารถตกแต่งได้ทุกมุมของทุกห้องในบ้านทีเดียว  หากเรามีวัสดุเหลือใช้ไม่ว่าอะไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถนำมาทำโคมไฟได้ทั้งหมด  เพราะหลักการง่าย ๆ ของการทำโคมไฟก็คือ ตัวโคม หรือพื้นที่ที่สามารถใส่หลอดไฟลงไปแล้วแสงไฟสามารถลอดผ่านออกมาได้  และส่วนที่ใช้สำหรับ วาง ห้อย เกี่ยว หรือแขวนแล้วแต่สะดวก   ดังนั้นหากเรามีวัสดุอะไรก็ตามที่สามารถนำมาทำให้เกิดเป็นช่องว่างตรงกลางได้ เราก็สามารถทำโคมไฟได้ ชุดไฟสำเร็จรูปที่มาพร้อมปลั๊ก สายไฟ และสวิซ ก็มีให้เลือกซื้อหาได้ตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปสะดวกสบาย  ขั้นตอนแรก นำวัสดุเหลือใช้ อาจจะเป็นกระดาษแข็ง กล่อง  ตุ๊กตาพลาสติก  หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช้ แต่ต้องแน่ใจว่าเมื่อถูกความร้อนเป็นเวลานานแล้วจะไม่ละลายหรือไหม้ได้   นำมาเป็นวัสดุหลัก ใช้ปืนกาวในการประสานให้เกิดรูปทรง และใส่อุปกรณ์ที่ใช้วาง ตั้ง หรือหากจะแขวนก็หาตะขอเกี่ยวสักชิ้น  เมื่อประกอบเสร็จก็นำชุดหลอดไฟสำเร็จมาติดตั้ง เท่านี้ก็พร้อมที่จะนำไปตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้แล้ว ภาพจาก forfur.com 2. กรอบรูปที่ไร้กฎเกณฑ์ของแต่งบ้านที่ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวาสดใสอย่างกรอบรูป หากจะสังเกตจะเห็นว่ากรอบรูปที่วางขายกันตามท้องตลาดมักมีราคาแพง ยิ่งหากเป็นกรอบรูปที่มีดีไซน์การตกแต่งสวย ๆ แปลก ๆ ยิ่งทีราคาสูง ทั้ง ๆ ที่วัสดุที่ใช้ไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับแพงที่ไอเดียและแนวคิดสร้างสรรค์  กรอบรูปสวย ๆ เราเองก็ทำได้ด้วยวัสดุเหลือใช้ในบ้าน เช่น  จานพลาสติกหรือเมลามีนที่ไม่ใช้แล้วเพียงแต่นำรูปมาติดแปะลงไป  กรอบลายของจานเหล่านั้นก็มีความสวยสดใสอยู่แล้ว อาจจะเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการเจาะห่วงที่ด้านบนหรือด้านข้างกรอบ แล้วร้อยห่วงจานกรอบรูปแต่ละใบเข้าด้วยกัน ติดตามผนังก็ให้ความสวยแปลกไปอีกแบบได้ 3. เนรมิตของรกให้กลายเป็นของสะสมมีค่าตามห้องเก็บของหรือตู้เราอาจจะพบกับของไม่ใช้แล้วที่มีจำนวนมาก ๆ เช่นตุ๊กตาสมัยเด็ก ๆ ของลูก ของเล่นที่แถมมากับอาหารฟาสฟู้ดส์ รถคันจิ๋ว ๆ ของเหล่านี้เราหากเราลองหาที่วางเก๋ ๆ อย่างตู้โชว์กระจก ชั้นวางเป็นช่อง ๆ แล้วนำของเหล่านี้มาจัดวางโชว์โดยจัดสีสันและตำแหน่งให้สวยลงตัว ของรก ๆ ก็กลายเป็นของโชว์สะสมแต่งบ้านสวยไปในทันทีภาพจาก forfur.com 4. ของตกแต่งที่มีชิ้นเดียวในโลกจากเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ของแต่งบ้านบางอย่างอาจจะเกิดได้จากวัสดุประเภทเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องไฟฟ้ารวมถึงของใช้ที่หักพังแล้วก็ได้ เช่นโต๊ะเก่า ๆ หากลองเอามาทาสีใหม่ ซื้อสติ๊กเกอร์มาตกแต่งหรือใครพอมีฝีมือศิลปะบ้าง นำมาทำเทคนิคเดโคพาธหรือคอลราจ ก็จะได้ของตกแต่งบ้านชิ้นใหม่จากของชิ้นเดิมที่มีชิ้นเดียวในโลกได้ บ้านที่รก ๆ ไปด้วยของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วก็จะกลายเป็นบ้านที่มีของแต่งบ้านสวย ๆ อยู่ในหลาย ๆ มุมของบ้านไว้อวดแขกที่มาเยือนไม่ยากเลย 

4 เทคนิคซ่อมผนังร้าวง่ายๆ คุณเองก็ทำได้

ผนังบ้านร้าวอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แผ่นดินไหว ใช้ปูนฉาบที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือดินทรุด พอเกิดปัญหาผนังบ้านร้าว ก็ควรรีบแก้ไขโดยด่วนเพื่อให้บ้านกลับมาสวยงามอีกครั้ง วันนี้เรามีเทคนิคการดูแล และ ซ่อมผนังบ้านด้วยงบไม่เกิน 1,000 บาท รับรองว่าประหยัดและผนังกลับมาสวยแน่นอน 1. การใช้กาวอเนกประสงค์ ในการซ่อมบำรุง           กาวอเนกประสงค์ หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า กาวยาแนว กาวชนิดนี้มีคุณสมบัติยืดหยุ่นตัวได้เล็กน้อย ราคาอยู่ในหลักร้อย วิธีนี้ เหมาะสำหรับ บ้านที่มีรอยแตกร้าว จำนวนไม่มากนัก ไม่หลายจุด และ เป็นรอยที่มีความกว้างพอประมาณ วิธีการใช้กาวอเนกประสงค์ซ่อมผนัง ใช้อุปกรณ์สกัดร่องของทางแตกออกเล็กน้อย ทำความสะอาดไม่ให้มีฝุ่นผงติด เพราะถ้ามีฝุ่นผงติด ในการใช้กาวยาแนว เนื้อของตัวกาว อาจจะไม่ติดกับรอยผนังร้าวได้ นำกาวยาแนว มา อุดลงตามร่องที่แตก โดยหาตัวช่วยในการหยอดกาวลงไปตามแนว หรือ ยัดกาวลงไปตามแนวด้วยเศษรองเท้าฟองน้ำเก่า ที่ไม่ใช่แล้ว เพราะ วัสดุเศษรองเท้าฟองน้ำเก่าเกือบทุกชนิด มีความยืดหยุ่นตัวสูง สามารถ จะขยับไปตามร่องต่าง ๆ ได้ ง่าย และ สะดวก ทากาวยาแนวตามร่องไปจนเสร็จ ปล่อยทิ้งไว้ สักพัก ลองเอามือสัมผัสดู ถ้ารู้สึกว่าเริ่มแข็งตัว ให้ใช้เศษรองเท้าฟองน้ำชิ้นเดิม ขูดส่วนที่เกิน ที่ติดขอบออกให้หมดเพื่อความสวยงาม นำกระดาษทรายขัดตามรอยแตกแยกของผนัง แลทาสีทับตรงรอยที่ทับ  2. สีทาบ้านอัจฉริยะทาทับรอยร้าวได้          สีทาบ้านสมัยใหม่ นั้นมีคุณสมบัติ ยืดหยุ่นตัวสูง ถ้าบ้านเรามีรอยแตกร้าวของผนังไม่มากนัก ก็สามารถใช้สีทาบ้านทาทับได้ทันที ทาซ้ำสัก 3-4 รอบ ก็พอที่จะปกปิดรอยแตกร้าวนี้ได้ ยิ่งบางบ้าน มีการสร้างบ้านแบบที่เร่งด้วน ใช้ปูนในการฉาบที่ไม่ค่อยได้คุณภาพ อาจจะมีรอยแตกรอยร้าวได้หลายจุด ก็ควรจะใช้สีทาบ้านที่สำหรับช่วยในการปิดร้อยแตกร้าวด้วยจะยิ่งดี วิธีนี้ ถือว่ามีค่าใช้จ่าย หลักพันกันเลยทีเดียว ถ้าเป็นบ้านที่มีรอยแตกร้าว หลายจุด ก็อาจจะต้องหมดเงิน หลักพันหลักหมื่น ก็เป็นได้ 3. ต้องทำการฉาบปูนใหม่          กรณีที่บ้านของคุณมีการฉาบปูนมานาน และมีรอยแตกร้าวมากกว่า 1 จุด แถมรอยร้าวก็ใหญ่อีกด้วย ให้คุณสังเกตดูเบื้องต้นก่อนว่ารอยฉาบที่เราได้ฉาบมานั้น มีความบางตัว หรือ ได้หลุดออกจากผนังที่เราก่อหรือไม่ วิธีสังเกตลองใช้มือเคาะตามผนังดูว่ามีเสียงเหมือนเสียงโปร่ง ๆ ข้างใน ถ้าฟังแล้ว ไม่มีเหมือนเสียงโปร่ง ๆ ข้างใน ก็แปลว่าผนังยังคงดีอยู่ แต่ถ้ามีเสียงเหมือนโปร่ง ๆ ด้านใน นั้นแปลว่า ผนังชิ้นนั้นกำลังจะหลุดออกแล้ว และถ้ายิ่งมีการโกงตัวของผนังที่ฉาบออกจากตัวผนังของบ้านด้วยแล้ว แบบนี้ คงอาจจะต้องมีการซ่อมบำรุงทั้งผนังใหม่ เพราะถ้าเราซ่อมแบบวิธีที่ได้แนะนำไปก่อนนั้น ไม่นานก็อาจจะเกิดปัญหาเดิมซ้ำอีก เป็นการเสียเงิน เสียเวลาหลายรอบ ถ้ามาถึงขั้นนี้ คงอาจจะร้องเรียกช่างปูนมาเพื่อทำการซ่อมจะเป็นการดีที่สุด ราคาซ่อมก็เริ่มที่หลักพัน ถึงหลักหมื่นได้ ตามจำนวนของชิ้นงา 4. ปูกระเบื้องปิดรอย          ถ้าเป็นรอยร้าวที่บริเวณรอบบ้าน อันเกิดมาจากตัวบ้านอยู่ติดกับพื้น พื้นดินมีการสั่นสะเทือนบ่อย โดยเฉพาะบ้านที่ติดถนนรถขับผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้ง ผนังบ้านด้านนอก มีรอยคราบไม่สวยงาม รอยน้ำกระเด็น รอยเปื้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตลอดเวลา ก็สามารถใช้วิธีปูกะเบื้องติดข้างฝาผนังได้ ถือว่าไม่ผิด และยังสร้างความสวยงามตามแบบที่ต้องการ การทำความสะอาดก็จะง่ายขึ้น เพราะคุณสมบัติของกระเบื้องติดผนังนี้มีคุณสมบัติพื้นผิวลื่นเรียบ คราบยืดเกาะยากอยู่แล้ว จึงไม่ส่งผลเสียใด ๆ ก่อผนังจากพื้นให้สูงขึ้นมาตามความเหมาะสม ตัวกะเบื้องก็จะเป็นตัวช่วยในการยืดรอยแตกร้าวไม่ให้เพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่ พร้อมทั้งป้องกันปัญหาแตกร้าวที่จะมาใหม่ได้ด้วย ปัญหาผนังบ้านมีรอยแตกร้าว สามารถเกิดได้ง่ายๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งทำให้เพิ่มรอยร้าวมากขึ้น การป้องกันที่ดีควรเริ่มจากการวางแผนก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน วัสดุที่ใช้ต้องมีคุณภาพที่ดี เพื่อให้เราอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัยตามอายุของโครงสร้างที่ดีของบ้าน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหากับบ้านของคุณแล้วก็ควรป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น จะเป็นการดีที่สุด  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.lcdtvthailand.com

5 เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็กอย่างสร้างสรรค์

เชื่อว่าหลายๆ บ้านไม่ได้มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากนัก การคิดที่จะตกแต่งห้องใดสักห้องหนึ่งจึงต้องพยายามคิดอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในส่วนอื่นๆ ในส่วนห้องน้ำก็มาในลักษณะเดียวกัน หลายๆ คนมีแนวคิดที่ว่าห้องน้ำไม่จำเป็นจะต้องมีขนาดใหญ่มากก็ได้เนื่องจากแค่เอาไว้อาบน้ำและเข้าห้องน้ำเท่านั้น ทว่าหากเราทำห้องน้ำให้ดูน่าเข้าเวลาใช้งานเราก็จะรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย แม้ว่าห้องน้ำที่บ้านจะมีขนาดเล็กแต่ว่าเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการตกแต่งที่จะทำให้ห้องน้ำดูมีขนาดใหญ่มากขึ้นและถูกสุขอนามัยด้วยในเวลาเดียวกัน ภาพจาก pixabay.com 1. เลือกเอาเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น     บางคนเวลาใช้งานในห้องน้ำก็มักจะหยิบสิ่งของต่างๆ นานาเข้าไปใช้งานเต็มไปหมด แต่พอตอนทำภารกิจเสร็จกลับเดินออกมาตัวเปล่านั่นจึงเป็นประเด็นที่ว่าทำไมห้องน้ำถึงดูแคบลง การที่ห้องน้ำขนาดเล็กจะดูใหญ่ขึ้นได้นั้นสิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำจะต้องมีไม่มากจนเกินไป เพราะการมีอุปกรณ์มากๆ จะทำให้ห้องน้ำดูแคบลงไปถนัดตาและทำให้พื้นที่เล็กยิ่งดูเล็กมากขึ้นไปอีก ภาพจาก pixabay.com 2. พยายามจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้ชิดฝาผนังมากที่สุด    ไม่ว่าจะเป็นชักโครก อ่างล้างหน้า ฝักบัว พยายามจัดวางให้อยู่ชิดฝาผนังมากที่สุดเพื่อที่ว่าเวลาใช้งานแล้วจะได้มีพื้นที่เหลือสำหรับการใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ อย่าจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้มันเกะกะหรือเอาไว้ตรงกลางห้องน้ำ ภาพจาก  pixabay.com 3. ใช้แสงช่วยในการทำให้ดูสว่างมากขึ้น      เวลาที่ห้องน้ำดูสว่างจะทำให้เรารู้สึกว่ามีความกว้างมากขึ้นด้วย โดยอาจจะเลือกทำหน้าต่างไว้มุมใดมุมหนึ่งที่แสงเข้าถึง เพื่อให้เวลาที่แสงส่องเข้ามาแล้วจะทำให้ห้องน้ำของเราดูมีพื้นที่ในการใช้งานมากกว่าเดิม ภาพจาก pixabay.com 4. ใช้การจัดวางของบนชั้นสูง      อาจจะทำเป็นแท่นเอาไว้สำหรับวางของหรือว่าทำเป็นตู้ติดผนังเอาไว้ก็สามารถที่จะทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานภายในห้องน้ำมากขึ้น เพราะเมื่อสิ่งของต่างๆถูกเก็บเอาไว้ตามชั้นวางของหรือแท่นวางของต่างๆก็จะทำให้ดูมีพื้นที่กว้างขึ้นนั่นเอง ภาพจาก pixabay.com 5. ใช้สีภายในห้องน้ำเป็นตัวช่วย        การเลือกใช้สีสว่างๆ ในการทาภายในห้องน้ำจะช่วยให้เกิดความรู้สึกโปร่ง โล่งสบาย และไม่รู้สึกว่าอึดอัดคับแคบจนเกินไป      ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดและสามารถดูแลเรื่องความสะอาดได้ง่าย เพื่อให้ใช้งานสะดวกสบายอย่างที่ต้องการ 

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมในแต่ละห้อง

ผ้าม่าน เป็นทั้งของตกแต่งบ้าน และ ไว้สำหรับปิดกันแดด รวมไปถึงให้บ้านของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับแต่ละห้องที่บทความของเราจะนำเสนอในวันนี้ จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณเลือกซื้อผ้าม่านได้ง่ายขึ้นทั้งรูปแบบ เนื้อผ้า และสี 1.ห้องรับแขกภาพจาก st.hzcdn.com ภาพจาก homedecorcatalogs.info ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยสำหรับทุกคนในบ้าน และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน การตกแต่งห้องรับแขกเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้าน การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องรับแขก ถ้าห้องรับแขกของคุณมีพื้นที่กว้าง และ สูงโปร่ง ควรใช้ผ้าม่านที่มีสีโทนเข้ม และสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายได้ เพราะขนาดห้องกว้างการมีผ้าม่านสีเข้มไม่ได้ทำให้ห้องแคบลง ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก แต่ไม่ต้องการให้ม่านทึบจนเกินไป คุณอาจจะเสริมผ้าโปร่งอีกชั้น โดยสีผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นสีขาวหรือออฟไวท์ เพราะถ้าใช้สีเข้มหรือสีเดียวกับตัวผ้าม่านจะดูไม่เหมาะ (สีออฟไวท์จะช่วยลดแสงทำให้เกิดความนุ่มนวลสบายตา ให้นึกสีของหลอดไฟ ระหว่างเดย์ไลท์ กับวอมไวท์) 2. ห้องนอนภาพจาก www.budgetblinds.com ภาพจาก www.easyblinds.co.nz การเลือกผ้าม่าน ห้องนอน ก็เป็นอีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านห้องนอนนอกจากการกันแสง ปิดบังสายตา รักษาความเป็นส่วนตัว ความสำคัญอีกอย่าง ผ้าม่านยังช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ  การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องนอน สามารถเลือกสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบผ้าม่านหรือเลือกสี ให้เลือกสีที่เราชอบเป็นอันดับแรก สีที่ถูกโฉลกกับเรา ด้วยห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว สามารถสร้างความเป็นตัวและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ ควรเป็นแนวสีที่ดู สดชื่น สดใส น่าสนใจ และผ่อนคลาย ไม่ควรใช้สีเข้มมากนัก สีทีควรใช้คือ สีเบจ ชมพู โอโรส ฟ้า ขาว น้ำตาลอ่อน หรือเหลืองอ่อนๆ และควรคำนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ ผนังห้องหรือส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย  3. ห้องหนังสือ ห้องทำงานภาพจาก designxzo.com ภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ห้องทำงาน ห้องหนังสือเป็นห้องที่ตองใช้สมาธิขณะที่ใช้งานในห้อง การเลือกซื้อผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันสายตาจากภายนอกได้ การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องหนังสือ ห้องทำงาน ควรเป็นผ้าพื้นสีเท่านั้น แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็กๆ ไม่เด่นสุดตา สีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน รูปแบบผ้าม่านควรเป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือม่านตาไก่  เพราะบรรยากาศห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบเพื่อความคิดหรือสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงาน  4. ห้องอาหารภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ภาพจาก www.calltheblindspot.com ห้องที่เป็นที่รวมตัวของสมาชิกในบ้านที่จะมารับประทานอาหาร เป็นห้องที่สร้างความสุขการเลือกโทนสีผ้าม่านก็สามารถใช้สีที่สดใส หรือสีที่สมาชิกในบ้านชอบได้ แต่ที่สำคัญคือต้องเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆอีกด้วย  5. ห้องครัว ภาพจาก theinspiredroom.net ภาพจาก witwipe.com ควรทำเป็นม่านโปร่ง หรือผ้าโปร่งแสง ด้วยห้องครัวเป็นหัองที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดี รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่ง รางแป๊บกลมเล็ก ติดตั้งเปิดบังส่วนที่จำเป็น อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา แต่ต้องไม่ไกล้ความร้อนจากเตา  ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร โดยเฉพาะไอน้ำมัน จะจับและสะสม จะยากต่อการทำความสะอาด จากเทคนิคการเลือกซื้อผ้าม่านที่เราแนะนำคุณไปจากบทความขั้นต้น คุณสามารถนำไปปรับใช้โดยยึดตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เพื่อให้บ้านของคุณสวยงามตรงกับความต้องการของคุณ ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.cacurtain.com

เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำให้สวยปิ๊งด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการตกแต่งห้องน้ำ อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โต ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ต้องมีการวางแผนชนิดที่ใช้เวลานาน ต้องจ้างช่างในการออกแบบและตกแต่งห้องน้ำ ทว่าจริงๆ แล้วห้องน้ำธรรมดาๆ ของทุกบ้านก็สามารถที่จะตกแต่งด้วยวิธีการง่ายๆ ให้ดูสวยปิ๊งสะดุดตาและไม่เหมือนใครได้ เพียงแค่ต้องรู้จักใช้ไอเดียดีๆ ในการที่จะตกแต่งห้องน้ำให้สวยงาม ลองมาดูกันค่ะ ภาพจาก cugala.com 1.      ทำชั้นวางขวดครีมอาบน้ำหรือขวดยาสระผมด้วยตัวเอง     ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้มีความยากเย็นอะไรเลยค่ะ เพียงแค่ดีไอวายของเหลือใช้ในบ้าน เช่น ไม้ หรือพลาสติก แล้วจัดทำในลักษณะเหมือนชั้นวางของ หลังจากนั้นก็ติดกับผนังห้องน้ำ เท่านี้ก็สามารถที่จะมีชั้นวางของในห้องน้ำง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้ว 2.      เพิ่มความสวยงามให้กับกระจก    สำหรับบางบ้านที่ติดกระจกไว้ที่ผนังเฉยๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาประดับตกแต่งเลย อาจจะใช้การเล่นสีสันด้วยการหาไม้มาทาสีหรือวาดรูปให้สวยงามจากนั้นก็ติดไปรอบกระจกดังกล่าว เท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างสีสันให้กับห้องน้ำง่ายๆ ด้วยงบประมาณที่มีแล้วล่ะค่ะ ภาพจาก www.topdreamer.com 3.      เพิ่มลูกเล่นโดยใช้แถบแม่เหล็ก    สำหรับสาวๆที่ชอบใช้ของกระจุกกระจิกและดึงดูดแม่เหล็กได้ เช่น กิ๊ฟท์ติดผม, กรรไกรตัดเล็บ ฯลฯ อาจจะนำแถบแม่เหล็กมาติดไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว ยังหยิบใช้งานได้ง่ายและสะดวก อีกด้วย ส่วนใครคิดว่าวิธีนี้อาจแลดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ก็อาจเพิ่มของตกแต่งตามจินตนาการได้ตามใจค่ะ  ภาพจาก sprwmn.blogspot.com 4.      ตะกร้าหลากสีสันสร้างประโยชน์     ตระกร้าใบเล็กๆน้อยๆที่ขายตามตลาดนี่หล่ะค่ะ ลองเอามาแขวนติดไว้ในห้องน้ำเพื่อใส่ของใช้ต่างๆได้ค่ะ เลือกสีที่ชอบ ดีไซน์ที่ใช่ แล้วแขวนโลดค่า ภาพจาก  imgur.com 5.      สร้างจุดเด่นให้กับห้องน้ำ     คำว่าสร้างจุดเด่นคือเมื่อคนเดินเข้าห้องน้ำมานี่คือสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องเห็น โดยอาจจะเลือกเอานาฬิกาลายแปลกๆ สวยๆ มาติดเอาไว้ หรือภาพวาด ภาพต่อจิ๊กซอว์ สวยๆ มาติดเอาไว้ภายในห้องน้ำ เพื่อให้พื้นที่ตรงนั้นดูโดดเด่น สวยงาม น่าใช้มากขึ้นนั่นเองค่ะ  ภาพจาก  ths.gardenweb.com เพราะการตกแต่งห้องน้ำนั้น นอกจากจะต้องคำนึงด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว การตกแต่งให้ดูสวยงาม น่าใช้ สะอาดสอ้าน ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ไม่จำเป็นต้องแพง แค่รู้จักใช้ไอดี แล้วจัดงบให้เหมาะสม เพียงแค่นี้ห้องน้ำธรรมดา ก็สามารถสวยงามน่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ

กระเบื้องห้องน้ำเลือกอย่างไรให้ตรงใจ

กระเบื้องห้องน้ำนับเป็นวัสดุที่สำคัญและจำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของห้องน้ำทีเดียว การเลือกวัสดุปูพื้นและผนังอย่างกระเบื้องห้องน้ำก็ต้องรู้จักในรายละเอียดของวัสดุและการออกแบบกระเบื้องที่มีขายอยู่ด้วย เพราะกระเบื้องแต่ละชนิด แต่ละขนาดและพื้นผิวที่มีความแตกต่างกันก็ให้ประโยชน์ใช้งานในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันด้วย   1. กระเบื้องโมเสก                มักจะมีขนาดเล็กและใช้วัสดุในการทำหลากหลายแต่ส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นเนื้อแก้วมากกว่าเซรามิก สวยงามและมีดีไซน์หลากหลาย แต่ข้อเสียของกระเบื้องโมเสกก็คือไม่ค่อยดูดซึมน้ำเท่าที่ควร การปูกระเบื้องโมเสกในห้องน้ำหากต้องการจะใช้ ควรใช้ตกแต่งในบางจุดของห้องน้ำ ซึ่งกระเบื้องโมเสกเหมาะจะนำมาตกแต่งผนังห้องน้ำมากกว่าพื้น เพราะขนาดที่เล็กและไม่ค่อยดูดซึมน้ำนั้นจะทำให้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้ยาก และละยังทำให้เกิดสัมผัสรอยต่อที่สากเท้ามากกว่า  ราคาของกระเบื้องโมเสกก็สูงกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 2. กระเบื้องเซรามิก                สำหรับกระเบื้องเซรามิกเป็นกระเบื้องที่เรามักจะเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และเป็นกระเบื้องชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ  กระเบื้องเซรามิกมีหลายพื้นผิวและหลายขนาดให้เลือก  ในการปูพื้นห้องน้ำมีข้อแนะนำก็คือ ควรใช้กระเบื้องเซรามิกที่มีพื้นผิวค่อนข้างด้านหรือกึ่งด้าน เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นได้ดี พื้นห้องน้ำเป็นส่วนที่มักจะชื้นและเปียกการเลือกใช้กระเบื้องจึงไม่ควรเลือกที่มีพื้นผิวลื่นจนเกินไป  กระเบื้องเซรามิกขนาดแผ่นใหญ่จะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีซอกหรือรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องมาก แต่ในห้องน้ำที่มีขนาดเล็กการเลือกกระเบื้องให้มีขนาดไม่ใหญ่มากก็จะทำให้พื้นห้องน้ำดูกว้างขึ้นได้  3. กระเบื้องดินเผา                กระเบื้องดินเผาเป็นกระเบื้องที่นิยมใช้กันมานาน แต่มักจะใช้ในจุดอื่น ๆ ของบ้านเช่นหลังคาหรือชานบ้าน  แต่สามารถนำมาใช้กับห้องน้ำได้ และจะเหมาะอย่างยิ่งกับห้องน้ำที่มีการตกแต่งในสไตล์ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกละเมียดละไมและความเป็นพื้นบ้าน แต่ข้อเสียก็คือดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ยากกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ และยังไม่ทนทานเท่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 4. กระเบื้องแก้ว                กระเบื้องแก้วมีความวาวใสและทำจากแก้วสำหรับการนำมาตกแต่งห้องน้ำก็จะทำให้ห้องน้ำสวยมีสีสันทันสมัย ให้ความรู้สึกโปร่งตาและความรู้สึกของสายน้ำที่สดชื่นได้ดี แต่กระเบื้องแก้วค่อนข้างมีราคาที่สูงและมีลักษณะเป็นชิ้นเล็ก ๆ คล้ายกับกระเบื้องโมเสก ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาตกแต่งในส่วนของผนังห้องน้ำมากกว่าพื้นห้องน้ำ                  เมื่อได้ทราบถึงชนิดต่าง ๆ ของกระเบื้องแล้วก็คงทำให้สามารถเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับห้องน้ำของคุณได้ง่ายขึ้น นอกจากชนิดของกระเบื้องแล้ว การเลือกกระเบื้องห้องน้ำยังต้องคำนึงถึง สีสัน ลวดลาย ขนาดและพื้นผิวของกระเบื้องที่จะต้องใช้ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน  ภาพประกอบจาก babbaan.in

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งห้องน้ำ

ห้องน้ำคือห้องธรรมดาห้องหนึ่งที่ทุกบ้านจะต้องมี เพราะห้องน้ำมีความจำเป็นในการใช้งานสำหรับคนทุก ๆ คนที่ขาดไม่ได้ทีเดียวเราจึงได้ เกร็ดน่ารู้สำหรับห้องน้ำที่น่าสนใจมาฝากคุณ  1. วัสดุประเภทหินอ่อนไม่เหมาะกับการใช้ในห้องน้ำ                คนมากมายที่เข้าใจผิดว่า หินอ่อนคือวัสดุปูพื้นและผนังหรูหราที่อยากนำมาใช้ปูห้องน้ำ เพราะคิดว่าคงจะทำให้ได้สัมผัสที่อ่อนละมุนและยังสวยงามด้วยลายของหินอ่อนและดูหรูหราด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่า หินอ่อนเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ แม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งชื่นชอบและนำหินอ่อนมาตกแต่งห้องน้ำก็ตาม นั่นก็เพราะว่า ในเนื้อของหินอ่อนมีลักษณะพรุน ทำให้ดูดซับเอาน้ำไว้ได้มาก ห้องน้ำจะเกิดความชื้นสูงและละหินอ่อนเมื่อเปียกน้ำก็แห้งยากและยังเปรอะรอยคราบต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย  2. แกรนิตทำให้พื้นห้องน้ำอันตรายได้                หินแกรนิตหริอกระเบื้องแกรนิต รวมทั้งแกรนิโต้ เป็นอีกวัสดุหนึ่งในการปูพื้นห้องน้ำที่นิยมกัน แต่พื้นแกรนิตก็มีให้เลือกหลากหลายพื้นผิว การเลือกพื้นแกรนิตหรือกระเบื้องแกรนิตโดยดูที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ห้องน้ำของคุณเป็นสถานที่อันตรายได้ เพราะแกรนิตส่วนใหญ่จะมีพื้นผิวแข็งและมัน เมื่อโดนเข้ากับน้ำจึงลื่นง่ายมาก ทำให้อันตรายและเกิดอุบัติเหตุได้  3. ขนาดของโถชักโครกเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ                โถชักโครกนั้นใครว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ เมื่อไปเลือกแบบของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำนั้น หลาย ๆ คนเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วโถชักโครกเป็นสิ่งที่ต้องลองนั่งดูก่อนจึงจะเลือกที่เหมาะและถูกใจได้ ขนาดของชักโครกนั้นไม่ใช่ว่ามีขนาดใหญ่มากจะยิ่งดีเสมอไป หรือดีไซน์สวยนั้นดี แต่ดีไซน์และขนาดบางครั้งอาจดูดีแต่เมื่อใช้งานนั่งแล้วไม่ลงตัว โถชักโครกที่ใหญ่ไปนั่งแล้วอาจจะลื่นหล่นได้ โถสวย ๆ อาจจะนั่งแล้วไม่สบายก็เป็นได้ โถที่เตี้ยเกินไปก็ทำให้นั่งแล้วเมื่อย ดังนั้นเรื่องของโถชักโครกจึงต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกทีเดียว 4. พื้นห้องน้ำใครว่าไม่สำคัญ                พื้นห้องน้ำนั้นเป็นส่วนสำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์ประกอบห้องน้ำไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ พื้นห้องน้ำที่มีความลื่นมากเกินไปจะทำให้หกล้มได้ง่าย ในขณะที่พื้นห้องน้ำที่ขรุขระเกินไปพื้นผิวสากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะเมื่อเราอาบน้ำผิวหนังมีความเปียกจะมีภาวะที่เปื่อยและอ่อนแอกว่ายามปกติ ถ้าครูดหรือสัมผัสเข้ากับพื้นที่ขรุขระเกินไปก็จะเกิดแผลหรือเจ็บได้ง่าย ดังนั้นพื้นจึงต้องมีสัมผัสที่พอดี ไม่ลื่นไปและไม่ขรุขระจนเกินไป  ขนาดของกระเบื้องที่ปูก็เช่นกัน หากแผ่นใหญ่เกินไปก็จะดูห้องน้ำแคบอึดอัด ในขณะที่ถ้ากระเบื้องมีขนาดเล็กเกินไปก็ทำความสะอาดลำบากเกิดคราบตามรอบต่อได้ง่ายเช่นกัน 

เทคนิคง่ายๆ ในการสร้างธรรมชาติไว้ในบ้าน

ธรรมชาติที่สวยงามย่อมทำให้ผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติรู้สึกสดชื่น สดใส และผ่อนคลาย การสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติจึงเป็นการพักผ่อนวิธีหนึ่งที่ดี แต่บางครั้งสำหรับคนบางคนการหาเวลาเพื่อไปใกล้ชิดธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้บ่อย ๆ ยิ่งหากมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีบริเวณน้อย หรืออาศัยอยู่ตามตึกตามคอนโดมิเนียม การจะใกล้ชิดธรรมชาติก็ดูยิ่งจะเป็นเรื่องยาก                   ไอเดียดี ๆ ที่นำมาฝากกันเพื่อให้ใกล้ชิดธรรมชาติได้บ่อยขึ้น ก็คือการหยิบจับธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัวเรา ภายในบ้านและที่พักอาศัยของเรา ก็จะทำให้เราสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้ทุกวัน  ไม่ยากเลยเทคนิคเหล่านั้นได้แก่             ภาพจาก hatyaiok.com 1. เพิ่มสีเขียวให้กับบ้านว่ากันว่าสีเขียวเป็นสีที่ทำให้สบายตาเมื่อมอง เป็นสีที่สื่อถึงธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้า และเป็นสีที่เหมาะที่สุดสำหรับการพักสายตาจากการเพ่ง หรือทำงานมาอย่างหนัก ลองเปลี่ยนสีผนังหรือมุมต่าง ๆ ของบ้านบางมุมให้เป็นสีเขียว โดยเฉพาะมุมที่ใกล้กับโซนทำงาน เช่น ทาสีผนังใหม่ให้เป็นสีเขียวเย็นตา เปลี่ยนผ้าม่านให้เป็นลายพื้นเขียวหรือมีลวดลายเขียว   เป็นต้น 2. ภาพธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศผนังบ้านหรือหลังโต๊ะตู้ที่โล่ง ๆ อยู่ ในวันหยุดลองไปเดินหาซื้อภาพถ่าย ภาพเขียน ธรรมชาติสวย ๆ มาติดก็ดีไม่น้อย อาจจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ  ชายทะเล ภูเขา ป่า น้ำตก  หรือภาพ นก ต้นไม้ ดอกไม้ มาติดไว้ตามผนังบ้านโต๊ะ หรือมุมที่สามารถมองแล้วสบายใจผ่อนคลาย               ภาพจาก aqhome.co.th3. ต้นไม้ในบ้านห้องเล็ก ๆที่จืดชืดไว้ชีวิต หรือดูโมเดิร์นห่างไกลธรรมชาติ ลองหากระถางต้นไม้เล็ก ๆ มาวางไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน เช่นบนโต๊ะ บนชั้นวางของ มุมต่างๆ ของบ้าน ต้นไม้ที่ว่า ควรเป็นต้นไม้ที่ปลูกดูแลได้ง่าย เช่นพลูด่าง หรือต้นกระบองเพชร  นอกจากต้นไม้กระถางแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีสวนถาด สวนขวด ที่จำลองตกแต่งเป็นสวนขนาดจิ๋วสวยงามขายตามตลาด ลองซื้อมาจัดวางมุมต่าง ๆ ของบ้านเมื่อมองดูก็ผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติได้ทีเดียว 4. เสียงน้ำตกเสียงนกเสียง เป็นสิ่งที่ช่วยบรรยากาศให้ร่มรื่นได้เช่นกัน ลองหาซีดีที่มีการบรรเลงเสียงน้ำตก เสียงนก เสียงธรรมชาติที่มักมีขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านหนังสือ มาเปิดในวันเวลาที่ต้องการผ่อนคลายก็จะให้ความรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้    ภาพจาก dmodernart.com 5. ของตกแต่งอื่น ๆ ที่สื่อถึงธรรมชาติในส่วนตาง ๆ ของบ้านอาจจะลองหาของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ที่มีเรื่องราวของธรรมชาติมาวางประดับ หรือหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่าง ๆ ก็ลองซื้อมาไว้แต่งบ้าน เช่นกรอบรูป โมบาย เซรามิค โคมไฟ ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายใกล้ชิดธรรมชาติได้เช่นกัน 

6 สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ก่อนปรับห้องน้ำใหม่

การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ภายในบ้านนับว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครก็ทำด้วยกันทั้งนั้น เพราะการที่จะมีบ้านสักหลังได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายและเมื่อได้มีบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยของตัวเองแล้วใครๆ ก็อยากที่จะตกแต่งหรือปรับปรุงให้ทุกๆ พื้นที่ของบ้านดูดีด้วยกันทั้งสิ้น ภาพจาก pixabay.com ห้องน้ำเองก็นับว่าเป็นพื้นที่ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของบ้านที่มักจะได้รับการปรับปรุงใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่การจะปรับปรุงห้องน้ำให้เป็นสไตล์ที่ตัวเองต้องการได้นั้น ก็มีสิ่งที่จะต้องคำนึงและพิจารณาถึงกันด้วยนะคะ ลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง ภาพจาก  pixabay.com 1. เรื่องของงบประมาณ   งบประมาณคงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่างเรื่องของการปรับปรุงห้องน้ำใหม่หากไม่มีเงินหรือไม่มีงบประมาณก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ เราจึงต้องจำลองคำนวณงบประมาณคร่าวๆ ออกมาก่อน จากราคาอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ ค่าจ้างช่าง และควรมีเงินส่วนเกินเหลือเผื่อไว้อีกนิดหน่อยด้วย เผื่อจำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายอะไรบางอย่างเพิ่มเติมเกินจากที่วางแผนเอาไว้ 2. พื้นที่ของห้องน้ำ  ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาถึง เพราะเราต้องรู้ว่าขนาดของห้องน้ำที่มีอยู่นั้นสามารถปรับปรุงห้องน้ำให้เป็นในรูปแบบใดได้บ้าง พื้นที่ใช้สอยมีอยู่เท่าไหร่ เมื่อเรารู้แล้วถึงจะนำมาออกแบบคร่าวๆ เพื่อการปรับปรุงห้องน้ำได้ตรงตามแบบที่เราต้องการ ภาพจาก pixabay.com 3. แบบห้องน้ำที่ต้องการ    เมื่อรู้พื้นที่แล้วต่อมาก็เป็นเรื่องของแบบห้องน้ำที่ต้องการว่าอยากให้ห้องน้ำนั้นออกมาในลักษณะใด ตรงนี้อาจจะใช้การออกแบบเองหรือถ้าหากไม่ถนัดก็สามารถจ้างช่างหรือคนที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำได้เช่นกัน 4. อุปกรณ์ที่จะต้องใช้   จะไปสอดคล้องกับเรื่องงบประมาณพอดี เพราะเมื่อออกแบบมาแล้วเราก็จะต้องรู้ว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่เราต้องซื้อ จากนั้นค่อยตรวจสอบงบประมาณว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าหากไม่เพียงพอก็อาจจะต้องซื้อรุ่นที่ถูกกว่าหรือดัดแปลงรูปแบบอื่นแทน ภาพจาก pixabay.com 5. ช่างทำห้องน้ำ   ตรงนี้นับว่าเป็นจุดสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงกันเป็นพิเศษเลยทีเดียว เพราะต่อให้ออกแบบมาดีแค่ไหน แต่ถ้าช่างที่เลือกมา ทำงานได้ไม่ดี ก็คงจะน่าเสียดาย นอกจากนี้เราควรจะเลือกช่างที่มีประสบการณ์และรับผิดชอบด้วย เพื่อให้สไตล์ของห้องน้ำที่วางแผนไว้สำเร็จได้ตามต้องการ ภาพจาก pixabay.com 6. ระยะเวลาในการทำงาน   นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงเช่นกัน ยิ่งถ้าบ้านมีห้องน้ำห้องเดียวก็ยิ่งต้องคำนวณเวลาเสร็จให้เรียบร้อย เพราะเป็นห้องที่เรามีความจำเป็นต้องใช้เป็นอันดับต้นๆเตรียมการเพียงเท่านี้ก็สามารถลงมือจัดการตกแต่งห้องน้ำในสไตล์ที่เราต้องการกันได้แล้วล่ะค่ะ ไปลุยกันเลย! 

วิธีดูแลห้องน้ำให้สะอาดและน่าใช้อยู่เสมอ

ห้องน้ำ เป็นหนึ่งในส่วนที่มีความสำคัญเป็นพิเศษของบ้านที่หลายๆ คนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว ห้องน้ำถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของบ้านเลยทีเดียว เพราะหลายๆ ครั้งที่มีแขกมาเยี่ยมเรา ก็อาจจะมีบ้างที่แขกจะต้องขอเข้าห้องน้ำ แล้วลองนึกสภาพว่า เวลาแขกเข้าห้องน้ำที่บ้านเราแล้วพบว่า โถส้วมไม่สะอาด กำแพงมีคราบ พื้นมีตะไคร้ แขกของเราจะมีความรู้สึกอย่างไรกับสภาพดังกล่าว และเพื่อไม่เกิดสภาพดังเช่นที่ได้กล่าวไป ทางเราจึงได้นำวิธีการดูแลส่วนต่างๆ ในห้องน้ำให้สะอาดและน่าใช้อยู่เสมอมาฝากกัน  โถส้วม เป็นส่วนที่น่าจะมีโอกาสสกปรกมากที่สุดในห้องน้ำ ดังนั้น เราจึงใส่ใจกับมันให้มากๆ โดยทุกครั้งที่ใช้เสร็จ ให้เราตรวจดูว่า มีคราบสกปรกใดๆ หลงเหลืออยู่หรือไม่ หากมีให้เราทำความสะอาดทันที โดยอาจใช้แปรงขัดไปที่บริเวณที่มีคราบสกปรกแล้วราดน้ำให้สะอาด โถปัสสาวะ บางบ้านอาจมีการใช้โถปัสสาวะสำหรับผู้ชาย ซึ่งเมื่อมีการใช้โถปัสสาวะเสร็จเรียบร้อย ให้เราทำการราดน้ำทุกครั้ง และตรวจดูว่ามีบริเวณใดที่เปื้อนปัสสาวะที่อาจกระเด็นหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีก็ให้เราราดน้ำให้สะอาด การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถลดคราบสกปรกที่เกิดขึ้นจากปัสสาวะได้ และยังช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของปัสสาวะอีกด้วย อ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ หลังจากใช้เสร็จทุกครั้ง ควรราดน้ำและขัดทำความสะอาดให้เรียบร้อยทุกครั้ง อย่าให้หลงเหลือคราบสบู่ แชมพูหรืออื่นๆ ติดอยู่เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อราได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ กำแพงห้องน้ำ ส่วนใหญ่กำแพงห้องน้ำมักไม่ค่อยมีคราบสกปรก แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่เราใช้อาบน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากกระเด็นของฟองสบู่และแชมพู สะสมเป็นเวลานาน  จนทำให้เกิดคราบสบู่ติดอยู่บริเวณกำแพงห้องน้ำ ซึ่งหากเราไม่ดูแลอยู่เสมอ ก็จะทำให้กำแพงห้องน้ำเป็นคราบสีเหลือง ซึ่งจะทำให้ทำความสะอาดได้ยาก ดังนั้น เราจึงควรตรวจดูทุกครั้งว่า มีฟองสบู่และแชมพูติดบริเวณกำแพงที่ใกล้กับที่เราอาบน้ำหรือไม่ หากมี ให้เราใช้น้ำราดไปที่บริเวณดังกล่าว แค่นี้ก็ช่วยให้กำแพงห้องน้ำของเราสะอาดอยู่เสมอแล้ว พื้นห้องน้ำ เป็นส่วนที่ถูกมักเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำให้มีโอกาสเกิดตระไคร้น้ำและเชื้อราได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยการใช้แปรงขัดพื้นห้องน้ำ หลังจากนั้นจึงราดน้ำทำความสะอาดให้เรียบร้อย แค่นี้ก็ช่วยให้เราลดการเกิดตระไคร้และเชื้อราที่พื้นห้องน้ำได้แล้ว แต่ถ้าให้ดี เราควรเช็ดทำความสะอาดพื้นห้องน้ำให้แห้งด้วยก็จะดีมากๆ การทำความสะอาดตามวิธีที่ได้แนะนำไปในข้างต้น จะช่วยให้ห้องน้ำของเราสะอาด ไม่เก่าและน่าใช้อยู่เสมอ แขกไปใครมา ก็ไม่อาย และไม่ต้องเหนื่อยกับการจัดการคราบสกปรกฝังลึก ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่ๆ หากเราไม่ใส่ใจมัน 

เทคนิคการจัดบ้านอย่างไร ให้สะอาดน่าอยู่

บ้านคือสถานที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัว เป็นศูนย์รวมของสมาชิกภายในบ้าน เป็นที่พักพิงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น  แต่ภาพบ้านที่สวยงามเหล่านั้น อาจจะไม่น่าภิรมย์อีกต่อไป ถ้าสมาชิกในบ้านปล่อยให้บ้านดูทรุดโทรมและไม่ช่วยกันดูแลรักษา  ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือข้างในบ้าน ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อาศัยและแขกผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก  วันนี้เคล็ดลับคู่บ้านจึงมีเทคนิคการจัดบ้านให้สะอาดและน่าอยู่มาฝากกัน ภาพจาก www.zabzaa.com           ลักษณะของการจัดบ้านที่ดีควรแยกให้เป็นสัดส่วนชัดเจน  เริ่มจากบริเวณหน้าบ้าน เป็นด่านแรกที่ผู้คนต้องพบเห็น หน้าบ้านที่ดีควรจัดให้ดูโล่งและมีความสวยงาม ที่จอดรถควรทำให้เป็นสัดส่วนชัดเจน หากมีสวนบริเวณหน้าบ้านก็ควรทำการตัดแต่งต้นไม้เป็นประจำ ไม่ปล่อยหญ้าให้ขึ้นรก เพราะอาจจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษได้ ภาพจาก www.goodhousekeeping.com           ภายในบ้านควรจัดให้มีห้องรับแขก แต่ถ้าพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็ควรจัดให้มีมุมรับแขกเล็ก ๆ ภายในบ้าน  ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ควรเก็บให้เป็นระเบียบ มองดูสะอาดตา ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาได้สะดวก  ถ้าบ้านไหนมีชุดเฟอร์นิเจอร์ อย่างโต๊ะและโซฟาสำหรับรับแขก ก็ควรเลือกสีที่เข้าชุดกัน จะช่วยให้ห้องรับแขกดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ภาพจาก baanstyle.com           ห้องน้ำก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามโถสุขภัณฑ์ คราบไคลสบู่ตามผนัง และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย ควรจัดการให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยให้ห้องน้ำสกปรก เพราะนอกจากจะไม่น่าใช้แล้ว ยังจะเป็นแหล่งฟักตัวของเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้  ภาพจาก idhome-design.com           ห้องครัว นับว่าเป็นแหล่งที่จะเกิดความสกปรกได้ง่ายที่สุด  ทั้งคราบมันและกลิ่นของอาหาร จะทำให้ห้องเกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคราบมันที่ติดตามผนัง อีกทั้งควรจัดให้มีที่ดูดอากาศหรือหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ ภาพจาก www.buildingmaterials-supplier.com ภาพจาก www.thaihometown.com           ห้องนอน ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่กลับเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้าน เพราะห้องนอนคือสถานที่ของการพักผ่อน  คิดดูว่าถ้าห้องนอนของเรา มีข้าวของทุกอย่าง วางระเกะระกะเต็มไปหมด ทั้งของใช้ ทั้งเสื้อผ้า ต่าง ๆ ก็คงจะไม่น่าอยู่แน่นอน  ดังนั้น เราจะต้องเก็บของต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าที่ซักแล้วก็ควรเก็บในตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ ของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง อย่างเช่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทำผม ควรมีโต๊ะเครื่องแป้งจัดเก็บเฉพาะ หรือแยกประเภทแล้วหาลิ้นชักขนาดพอเหมาะมาใส่ให้เรียบร้อย   และก็ควรมีถังขยะเล็ก ๆ เอาไว้ทิ้งเศษขยะในห้องนอนด้วย ตัวอย่างการจัดเก็บเครื่องสำอางและของใช้ให้เข้าที่ภาพจาก :www.halalthailand.com ภาพจาก www.banidea.com           สิ่งที่สำคัญที่สุดของการจัดบ้านให้น่าอยู่ก็คือ พยายามจัดสิ่งของภายในบ้านให้ลงตัว ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ควรวางเกลื่อน ควรเก็บใส่กล่องหรือตะกร้า การนำเรื่องของสีเข้ามาช่วยก็เป็นอีกทางที่ทำให้บ้านดูมีระเบียบขึ้น จัดโซนสีเดียวกันหรือใกล้เคียงให้อยู่ด้วยกัน  ถึงแม้ว่าบ้านจะมีขนาดเล็กหรืออาจจะไม่ได้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรามากมาย แต่ถ้าทำให้บ้านของเราสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้บ้านดูสดใสน่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

ห้องนอนรูปทรงแคบแต่ยาว ตกแต่งอย่างไรให้น่าอยู่

พื้นที่ห้องนอนที่มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้างน้อยและมีส่วนที่ยาวมากกว่าเป็นโจทย์หนึ่งที่ท้าทายในการตกแต่ง เพราะจะต้องตกแต่งออกมาให้ดูโปร่งสบายและน่าอยู่ ในขณะที่ต้องสามารถออกแบบให้มีฟังช่นต่าง ๆ ครบความต้องการในการใช้สอยด้วย  การทำห้องทรงยาวให้ดูกว้างสบายมีวิธีการก็คือ 1. การติดกระจกในด้านแคบเพิ่มมุมมองวิธีแรกที่ง่ายและช่วยทำให้ห้องดูกว้างก็คือ การตกแต่งด้วยกระจกเงาตรงผนังในด้านแคบ เมื่อใส่กระจกเข้าไปจะช่วยทำให้ผนังห้องด้านที่แคบและดูอัดบีบรู้สึกกว้างและโปร่งขึ้นได้   2. ตำแหน่งของหน้าต่างช่วยให้โปร่งสบายตำแหน่งของหน้าต่างห้องเป็นอีกจุดที่จะช่วยให้ห้องที่ดูเป็นซอกยาว ๆ โปร่งขึ้น ลองวางเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นไว้ข้างหน้าต่าง เช่นโต๊ะทำงาน หรือวางเตียงงไว้ในมุมตรงข้ามหน้าต่าง เมื่อมองจากเตียงออกไปทางหน้าต่างก็จะทำให้รู้สึกสบายตาและได้บรรยากาศภายนอกเป็นตัวช่วยให้ห้องกว้างขึ้น ในขณะเดียวกันโต๊ะข้างหน้าต่างทำให้สัมผัสวิวนอกหน้าต่างไม่ถูกอัดด้วยรูปทรงห้อง 3. หลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ จะยิ่งทำให้พื้นที่ในส่วนที่แคบถูกเบียดให้ดูแคบลง เลือกรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเป็นทรงบาง และมีดีไซน์ที่ดูตัดทอน อย่างสไตล์โมเดิร์น หรือคอนเทมโพรารี่   ให้ความรู้สึกไม่เทอะทะหรือหนักเกินไป อาจจะเลือกใช้การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์รูปแบบบิลอินมาช่วยก็ได้  4. จัดวางแนวของเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัวการจัดวางเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องที่มีรูปทรงบีบแคบเป็นทรงยาวนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เคล็ดลับการวางเฟอร์นิเจอร์ที่จะช่วงให้ห้องกว้างขึ้นก็คือ พยายามวางเฟอร์นิเจอร์เป็นแนวเดียวขนานกับรูปทรงห้อง อย่าวางขวางห้องเพราะจะดูแคบและเกะกะ เช่นการวางเตียงนอน ให้วางเป็นแนวยาวขนานไปกับรูปทรงห้อง ให้หัวเตียงและปลายเตียงชี้ไปในด้านกว้างไม่ใช่ด้านยาว   หากต้องการวางเฟอร์นิเจอร์ในแนวขวาง ให้เลือกวางตามมุมของห้องก็จะทำให้ไม่ดูบีบอัดและเกะกะได้ 5. รูปทรงลวดลายพรางตาห้องที่ดูแคบอยู่แล้ว ควรจะเลือกรูปทรงลวดลายสำหรับเฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์หรือของใช้อื่น ๆ ให้มีลักษณะลายตกแต่งที่เล็กละเอียด หรือลายพื้น หลีกเลี่ยงลายที่เป็นแนวนอน เพราะจะยิ่งนำสายตาให้ห้องดูเป็นรูปทรงยาว จะทำให้ดูแคบอึดอัดได้ พยายามใช้โทนสีอ่อนในการแต่งห้อง หากต้องการตกแต่งในสีทึบหรือลวดลายทึบ ให้เลือกเฉพาะผนังบางมุมเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวมันแวววาว เช่นสีเงิน สีทอง แก้วใส เหล่านี้จะช่วยทำให้ห้องดูกว้าง สดใส และโปร่งตาขึ้นได้เช่นกัน  ภาพจาก : forfur.com

ความคิดผิด ๆ สำหรับข้อห้ามในการตกแต่งห้องนอน

เมื่อต้องการจะตกแต่งห้องนอนใหม่ หลาย ๆ คนเกิดความกังวลถึงข้อห้ามต่าง ๆ ในการตกแต่งห้องนอนมากจนเกินไป ทำให้ไปจำกัดไอเดียสร้างสรรค์ในการแต่งห้องได้  ความคิดผิด ๆ เหล่านั้นสามารถแก้ไขได้ ในการสร้างสรรค์ออกแบบตกแต่งนั้น เป็นเรื่องของการรู้จักปรับเปลี่ยนรูปแบบและรายละเอียดเพื่อหนีกรอบและกฏข้อห้ามต่าง ๆ นั่นจึงจะถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่แท้จริง ห้องนอนที่ได้จากการตกแต่งสร้างสรรค์ที่ฉีกกฏข้อห้ามก็จะออกมาสวยตรงใจเจ้าของห้อง กฏข้อห้ามผิด ๆ นั้นมีอะไรบ้างมาดูด้วยกัน   การใช้สีตกแต่งหัองนอนห้ามใช้สีร้อนแรงโดยทั่ว ๆ ไปในการตกแต่งห้องนอนมักจะเคยได้ยินกันว่า การใช้สีในการแต่งห้องนอนควรจะใช้สีในโทนอ่อน ๆ ไม่ควรใช้สีร้อนแรง เพราะสีอ่อนจะทำให้รู้สึกถึงการพักผ่อนได้ดีกว่า กฏข้อนี้ทำเอาหลาย ๆ คนรู้สึกเซ็ง ยิ่งเป็นคนที่ชอบสีสันร้อนแรงสดใสด้วยแล้ว อาจจะทำให้จินตนาการหดหายกันทีเดียว  จริง ๆ แล้วเราสามารถฉีกกฏเกณฑ์นี้ได้ไม่ยาก และยังทำให้ห้องนอนยังคงเป็นห้องที่น่านอนน่าพักผ่อนและน่าอยู่ได้  เคล็ดลับก็คือ การเลือกใช้สีร้อนแรงในบางจุด หรือนำสีเบรคอ่อน ๆ มาช่วยในบางจุด  เช่นเราอาจจะชอบสีแดงร้อนแรงและต้องการทาสีห้องเป็นสีแดง แต่เราอาจจเว้นผนังสักด้านโดยเฉพาะในจุดที่เป็นเตียงนอนทาสีที่อ่อนลงมาเพื่อช่วยเบรคให้ดูนุ่มนวลผ่อนคลายขึ้น  หรือเบรคด้วยสีของม่านและเครื่องนอน   อีกเทคนิคหนึ่งก็คือ โคมไฟที่ใช้ช่วยให้ลดทอนความร้อนแรงของสีลงมาได้ในยามค่ำคืนช่วงเวลาพักผ่อน ใช้แสงไฟสีนวลและสามารถปรับระดับแสงได้ แสงไฟไม่จ้าเกินไปลัตบลำแสงขึ้นบนเพดาน ห้องจะมีบรรยากาศที่อ่อนหวานสงบขึ้นในทันที  ไม่ควรมีข้าวของมากในห้องนอนมีคนให้เหตุผลว่าห้องที่ข้าวของมากมายยุ่งเหยิงจะรบกวนการพักผ่อน เป็นห้องนอนที่ไม่ค่อยจะดีนัก แต่ทำอย่างไรได้หลาย ๆ คนก็มีของใช้ส่วนตัวจำนวนมากและไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน เราสามารถฉีกกฏนี้ได้โดยการออกแบบที่เก็บของซ่อนสายตา เช่นทำลิ้นชักซ่อนใต้เตียง ตู้ติดผนังที่ทำบานเป็นกระจกเงา ชั้นเก็บของติดผนังเป็นต้น  ห้องนอนควรมีแสงสลัวเพื่อให้นอนหลับจริงอยู่ว่าแสงในห้องนอนนั้นอาจจะรบกวนสายตา แต่บางครั้งห้องนอนที่ไม่ได้นอนคนเดียว เช่นห้องหอหรือห้องนอนที่ต้องแชร์กันอยู่ของพี่น้องหรือหอพักที่ต้องมีรูมเมต อาจจะหลีกเลี่ยงการใช้แสงสว่างในห้องนอนไม่ค่อยได้ จำเป็นต้องตกแต่งให้ห้องนอนมีแสงไฟสว่าง แต่นั่นก็ไม่ได้จำกัดการตกแต่งหรือเป็นอุปสรรค์ในการพักผ่อนเลย  วิธีแก้ไขก็คือ ลองทำม่านสวย ๆ กั้นส่วนพื้นที่บริเวณที่ใช้นอน ที่นอนหรือเตียง อาจจะเป็นม่านหรือฉาก กั้นแบบเก๋ ๆกันแสงไฟลอดผ่านเวลาที่คนหนึ่งกำลังนอนและอีกคนใช้แสงไฟในการทำกิจกรรม หรือปรับแสงโคมไฟให้ไปในทิศทางอื่น ด้วยการเลือกโคมไฟที่สาดแสงไปในทิศทางฝั่งเดียวก็ได้  ภาพจาก : dek-d.com

วิธีตรวจเช็คและซ่อมหลังคารั่ว

หลังคาบ้าน คือ สิ่งสำคัญของตัวบ้านไว้สำหรับป้องกันแสงแดดและฝนจากบ้านของเรา เมื่อเวลาผ่านไปหลังคาที่ปะทะกับแสงแดด ลม และ ฝนก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หรือแม้แต่หลังคาใหม่ๆแต่หากช่างมีฝีมือในการมุงหลังคาไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วก่อนเวลาที่ควรก็เป็นได้ วันนี้เรามีวิธีเช็คหลังคารั่ว และ ซ่อมหลังคารั่วมาให้คุณได้รู้กัน  วิธีเช็คหลังคารั่วในการหารอยรั่วหลังคานั้นเราควรจะเช็คจุดเสี่ยงก่อน เช่น จุดที่เป็นรอยตอระหว่างหลังคา จุดที่มีการยาวแนวหลังคา จุดที่การตอกตะปูใส่หลังคา หรือจุดเป็นรอยต่อของรางน้ำ จุดเหล่านี้มีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆที่ ดังนั้นเราควรขึ้นไปตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ หรือบ้านบางหลังอาจจะมีการปลูกต้นไม้ไว้ใกล้บ้านใกล้หลังคาก็ควรตรวจสอบหลังคาบริเวณนั้นด้วยว่ามีรอยแตกร้าวหรือรั่วหรือไม่ สำหรับการตรวจเช็ครอยรั่วหลังคาก็มีวิธีดังนี้ ดูด้วยตาเปล่า พยายามมองหารอยรั่วของหลัวคาด้วยตาเปล่าโดยตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งหากเรามีฝ้าเพดาและบริเวณไหนที่ผ้าเพดานบวมน้ำก็ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณนั้น ใช้น้ำทดสอบหลังคารั่ว วิธีนี้ก็คือการฉีดน้ำใส่บนหลังคาและให้อีกคนหนึ่งเข้าไปดูใต้หลังคาและสังเกตว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำหรือเปล่าวิธีนี้เป็นวิธีการตรวจสอบรอยรั่วหลังคาที่ได้รับความนิยม ใช้แสง อาจจะใช้ไฟฉายสองไปบนหลังคาในยามค่ำคืนโดยให้อีกคนดูอยู่ใต้หลังคาว่าเห็นแสงรอดเข้ามาหรือไม่ถ้าเป็นก็แปลว่าหลังคาบ้านของเรารั่ว วิธีนี้ทำในตอนกลางคืนต้องทำอย่างระมัดระวัง วิธีการซ่อมหลังคาใช้กาวอเนกประสงค์ หรือ กาวยาแนว ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆในจังหวัดเรา วิธีซ่อมหลังคารั่วแบบนี้เหมาะสำหรับหลัวรารั่วซึมมีขนาดเล็ก หรือหลังคารั่วตามจุดที่ตอกตะปูหรือจุดที่มียางกันน้ำซึมรอบบานหน้าต่างเสื่อมสภาพ เปลี่ยนแผ่นหลังคา หากหลังคาของคุณมีปัญหารอยรั่วแตกร้าวขนาดใหญ่ก็ให้ใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาแผ่นนั้นไปเลย หลังคาแตกร้าวไม่นิยมใช้ยาวแนวอุดเพราะจะกลับมารั่วใหม่อีกครั้ง ทำดีไซน์หลังคาใหม่ ปัญหาหลังคารั่วแบบนี้เกิดจากฝีมือช่างที่ไม่ชำนาญการ การแก้ไขดีไซน์ใหม่ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หลังคาบ้านก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่อยู่อาศัย ที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นหากรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดเสี่ยงคุณควรรีบหาทางแก้ไข หรือ ป้องกันก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง เราก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยเหลือคุณได้ไม่มากก็น้อย

ประตูหน้าต่าง เปิด-ปิดยาก แก้ได้ ไม่ยาก

หงุดหงิดมั้ยกับการที่ต้องเปิด ปิดประตูฝืดๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม วันนี้เรามีวิธีง่ายๆที่คุณสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ เอาหล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าปัญหาพวกนี้แก้ได้ยังไง เสียงดังเมื่อมันเปิดปิดยาก ก็หมายถึงมีความฝืด จึงทำให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามมา วิธีแก้ก็คือให้ใช้น้ำมันหล่อลื่น หยอดตามข้อพับ บานเลื่อน เท่านี้ก็สบาย ลื่นปรื๊ดๆ แล้วล่ะค่ะ บวมน้ำ หรือ ชื้นถ้าเกิดว่าเป็นการบวมน้ำจากฝน ให้รอก่อนค่ะ ใจเย็นๆ ทิ้งไว้ 2- 3 ชั่วโมง แล้วจะพบว่า ก็ปิดได้แล้วนี่นา แต่ถ้าหากเป็นการเปิด ปิดยากเพราะความชื้นในบ้าน เรามีวิธีแก้ ดังนี้ค่ะ ขัดขอบประตู โดยใช้กระดาษทรายขัดเอาเนื้อไม้บริเวณขอบประตูออกไป ขัดวงกบของประตู บางทีประตูก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่เป็นวงกบเองที่บวม เมื่อขัดเสร็จแล้ว หาน้ำยาเคลือยมาทาทับเพื่อความสวยงาม เอียงบ้านมันเอียงกันได้ เนื่องจากการก่อสร้างเพิ่มเติม หรือ การสั่นสะเทือนของยานพาหนะ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เรามีวิธีดีๆมาฝาก เปลี่ยนบานพับประตู เพื่อช่วยให้องศาของบานประตูกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ซ่อมวงกบ ถอดประตูออกมาเพื่อซ่อมหรือปรับองศาของวงกบ เป็นยังไงบ้างคะ ปัญหาการเปิดปิดยาก แก้ไขได้เองไม่ยากเลยใช่มั้ยหล่ะคะ ปัญหาหลักๆ เกิดจากความชื้นและอายุการใช้งาน ดังนั้น หากคุณดูแลและป้องกันเสียตั้งแต่ต้นๆ ก็จะทำให้ยืดอายุการใช้งานและป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงได้อีกด้วยค่ะ ภาพจาก unsplash.com

เกร็ดน่ารู้สำหรับครัวบิ้ว-อิน

ครัวในแบบบิ้วอิน เป็นลักษณะของครัวที่ออกแบบมาให้ติดตั้งในพื้นที่ห้องครัวตามที่เจ้าของบ้านต้องการ รวมถึงประโยชน์ใช้สอยก็สามารถเลือกได้ตามใจ อีกทั้งรูปลักษณ์ของครัวยังมีให้เลือกมากและสวยถูกใจอีกด้วย ก่อนที่จะเป็นเจ้าของครัวในแบบบิ้วอิน ควรจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับครัวบิ้วอินเสียก่อน1 เลือกสไตล์และสีสันของครัวบิ้วอืนให้เหมาะกับบ้าน การเลือกสไตล์และสีสันของครัว นอกจากความชอบในส่วนตัวของสีสันและรูปแบบแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะกับบ้าน เมื่อติดตั้งมาแล้วจึงจะดูสวยและเข้ากันกลมกลืนกันด้วย  2 ฟังชั่นในการใช้สอยฟังชั่นภายในและภายนอกของอุปกรณ์ครัวแบบบิ้วอินเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ อุปกรณ์บางอย่างถ้าเราไม่ใส่ใจที่จะเลือกไว้ เมื่อถึงเวลาใช้งานจริงอาจจะทำให้ขาดส่วนที่จำเป็นต้องการใช้ไปได้ ในขณะเดียวกันหากมีอุปกรณ์บางตัวที่ติดตั้งมาแต่เราไม่จำเป็นและไม่มีโอกาสได้ใช้ ก็สิ้นเปลื้อง เสียพื้นที่ใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นและเสียโอกาสเปล่า ๆ ได้ ดังนั้นจึงต้องคิดให้ดีในการเลือกฟังชั่นต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย  3 วัสดุที่ใช้เราควรรู้ถึงวัสดุที่ใช้ในการทำครัวหรือเคาน์เตอร์และองค์ประกอบทั้งหมดของครัวบิ้วอินที่เรากำลังจะเลือกซื้อ ว่าเป็นวัสดุอะไรและมีข้อจำกัดมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เพราะวัสดุที่นำมาใช้แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันทั้งคุณสมบัติ และการรักษาการทำความสะอาดว่าจะคงทนมากน้อยเพียงใด มีข้อดีข้อเสียเช่นไร 4 รูปแบบที่เข้ากับครัวรูปแบบในที่นี้หมายถึง การวางแบบในการสั่งทำครัวบิ้วอินของเรา ก่อนอื่นเราต้องรู้ขนาดและรูปทรงของห้องครัวของเราเสียก่อนว่า มีขนาดพื้นที่เท่าไหร่ และแต่ละด้านมีความกว้างความยาวเท่าไหร่ และเราต้องการให้จัดทำครัวบิ้วอินในมุมใดของห้องครัว เคาน์เตอร์จะเป็นรูปทรงใด ซึ่งมีทั้งแบบตัวยู เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดพื้นที่กว้างมาก ๆ เคาน์เตอร์รูปตัวแอล เหมาะกับห้องครัวขนาดใหญ่ถึงขนาดกลาง เป็นแบบที่นิยมกันมากเพราะแบ่งฟังชั่นการใช้สอยได้ง่ายกว่าแบบตัวไอ   ส่วนเคาน์เตอร์ในแบบตัวไอ จะเหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่ไม่มาก เช่นครัวในคอนโดมิเนียมเป็นต้น                  นอกจากรูปทรงของเคาน์เตอร์แล้ว เราต้องรู้ด้วยว่าเราต้องการจะจัดวางตู้ใช้สอยทั้งตู้เคาท์เตอร์ล่างและตู้แขวนในเคาน์เตอร์บนอย่างไร ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งต่าง  ตามความถนัดและความเหมาะสมของผู้ใช้ ตำแหน่งของเตาแก๊ส ถังแก๊ส หรือเตาประเภทอื่น ๆ ตำแหน่งซิงค์ล้างจานเป็นต้น                 เมื่อเรารวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้เรียบร้อยและสามารถตัดสินใจในเรื่องของแบบครัวบิ้วอินและวัสดุต่าง ๆ รวมถึงสีที่ต้องการได้ ก็ถึงเวลาที่จะเลือกสั่งทำครัวบิ้วอินตามที่ต้องการได้เลย  ภาพประกอบจาก pinterest.com

บทความที่แนะนำ

ธอส. เปิด ปชช.โหลดแบบบ้านฟรี มาขอกู้สร้าง รับดอกเบี้ยพิเศษ

ธอส. เปิด ปชช.โหลดแบบบ้านฟรี มาขอกู้สร้าง รับดอกเบี้ยพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประกาศผลการตัดสิน 6 สุดยอดแบบบ้าน ที่ผ่านการคัดเลือกคว้ารางวัลทุนการศึกษามูลค่ารวม 1,100,000 บาท ตามโครงการประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจดาวน์โหลดพิมพ์เขียวแบบบ้านไปปลูกสร้างเองได้ฟรี!! หรือนำมายื่นกู้ปลูกสร้างกับ ธอส.รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของภาครัฐ และดำเนินการตามพันธกิจ : ทำให้คนไทยมีบ้าน ซึ่งสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างถือเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่ประชาชนทั่วไปต้องการมาใช้บริการกับธนาคาร และแบบแปลนการปลูกสร้างถือป็นส่วนหนึ่งของเอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการยื่นกู้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำกิจกรรม CSR โครงการประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” เพื่อค้นหาสุดยอดนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศที่มุ่งเน้นผลงานการออกแบบบ้านภายใต้แนวคิด “ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน ด้วยบ้านรักษ์โลก” โดยมีความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และพฤติกรรมการ อยู่อาศัย รวมทั้งเหมาะสมสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ด้วยการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานจากองค์กรพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ อาทิ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด และบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร อาคารลามิน่า เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 1,100,000 บาท โดยกำหนดให้การออกแบบบ้านเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 40 ตารางวา และแบ่งวงเงินก่อสร้างออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.แบบบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท 2.แบบบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งธนาคารได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านที่อยู่อาศัยจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน สภาสถาปนิก และผู้แทนของธนาคาร ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานการประกวดของนักศึกษา ภายหลังจากธนาคารเปิดให้ผู้ที่สนใจส่งผลงานได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 พบว่ามีนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศให้ความสนใจส่งแบบบ้านเข้าประกวดมากกว่า 60 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผลงานที่ได้รับรางวันทุนการศึกษา ทั้ง 2 ประเภท ประกอบด้วย 1. รางวัลประเภทแบบบ้านราคาไม่เกิน 1,000,000.-บาทอันดับ 1 นายชานนท์ จาดตานิม ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 300,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 2 นายวิชญะ วิภูษณวรรณ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 150,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 3 นายศักดิสรรพ์ ทองตัน ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 100,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 2. รางวัลประเภทแบบบ้านราคาไม่เกิน 2,000,000.-บาทอันดับ 1 นายพชร ดีเลิศทวีทรัพย์ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 300,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 2 นางสาวกุลจิรา อธิเศรษฐ์ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 150,000.-บาท (จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี)อันดับ 3 นายพีรพล สุทธิมรรคผล ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 100,000.-บาท (จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) การประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการโครงการที่ดำเนินงานตามนโยบายแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร ซึ่ง ธอส. ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 64 ปีที่ได้สานฝันทำให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองมาแล้วกว่า3 ล้านครอบครัว ซึ่งหลังจากนี้ประชาชนสามารถยังดาวน์โหลดพิมพ์เขียวของสุดยอดแบบบ้านที่ได้รับรางวัลทั้ง 6 แบบ นำไปปลูกสร้างบ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานได้ฟรี!!และสามารถนำมายื่นขอกู้ปลูกสร้างบ้านกับ ธอส. โดยจะได้รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษด้วยคลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดแบบบ้านฟรีที่นี้   ขอบคุณที่มาของข่าว money.sanook.com

ผู้ที่สามารถทำเรื่องขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

ผู้ที่สามารถทำเรื่องขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

          สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังมองหาบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง หรือนักลงทุนที่กำลังสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่าง บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์และที่ดิน สินทรัพย์ชิ้นใหญ่อย่างนี้แน่นอนว่าต้องมีราคาสูงจึงมีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ได้ด้วยเงินสด (ที่เราเรียกกันว่าเศรษฐีนั่นแหละ) ส่วนใหญ่แล้วเรามักทำเรื่องขอกู้จากสถาบันการเงินและทำการผ่อนชำระเป็นรายเดือน เพื่อให้สามารถหมุนเวียนเงินจากรายได้มาซื้อสินทรัพย์ได้ทันทีแทนที่จะใช้เวลาหลายปีเพื่อเก็บให้เป็นก้อนแล้วค่อยนำมาซื้อภายหลัง ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่สามารถทำเรื่องกู้ได้นั้นมีดังนี้ภาพจาก Freepik.com 1. อายุ 20 ปีขึ้นไป เป็นบุคคลที่อยู่ในวัยทำงานและยังมีความสามารถในการทำงานซึ่งเป็นที่มาของรายได้ได้เป็นระยะเวลานานพอที่จะชำระหนี้ที่กู้ไว้กับธนาคารจนหมด ยกตัวอย่าง เช่น ผู้กู้ที่มีอายุ 20 ปี เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อโดยให้ผ่อนชำระเป็นเวลา 30 ปีเมื่อผ่อนหมดก็จะมีอายุ 50 ปีซึ่งยังคงอยู่ในช่วงวัยที่สามารถทำงานได้และยังมีรายได้ แต่หากผู้กู้มีอายุ 40 ปี ธนาคารอาจพิจารณาให้สินเชื่อเป็นระยะเวลาสั้นลงเพื่อให้สามารถชำระหนี้ก้อนนี้ได้หมดก่อนที่ผู้กู้จะเกษียณอายุทำงาน เป็นต้นภาพจาก Freepik.com 2. มีรายได้ประจำ อย่างที่เราเข้าใจกันดีว่าการกู้หรือการขอสินเชื่อนั้นก็คือการขอยืมเงินจากสถาบันการเงินนั้นมาใช้เพื่อแลกกับสิ่งที่เราต้องการโดยมีสัญญาต่อกันว่าจะชดใช้เงินจำนวนนี้ให้ในระยะเวลาที่กำหนดพร้อมดอกเบี้ยที่ตกลงและยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นหลักฐานที่แสดงว่าผู้กู้มีความสามารถในการทำงานและสามารถหารายได้เพื่อมาชำระหนี้ได้นั้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยผู้ที่ทำงานประจำกับบริษัทที่มีความมั่นคงจะมีโอกาสได้รับการอนุมัติจากธนาคารมากกว่าผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรือค้าขาย เพราะว่าบุคคลเหล่านี้อาจมีรายได้ไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินจะดูรายการเดินบัญชีธนาคารประกอบว่ามีรายได้เข้าบัญชีธนาคารสม่ำเสมอในเวลาที่ผ่านมาและประเมินศักยภาพของสินค้าหรือบริการของบุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระว่ามั่นคงสามารถชำระหนี้ได้ในระยะเวลาที่ได้ตกลงกันหรือไม่ภาพจาก Freepik.com 3. เลือกสินทรัพย์ที่ราคาเหมาะสมกับรายได้ หากคุณเลือกสินทรัพย์ที่คุณมีความสามารถในการผ่อนชำระได้ก็ผ่านการอนุมัติชัวร์ หมายถึงเมื่อคำนวณยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนแล้วไม่เกิน 1 ส่วน 3 ของเงินเดือนโดยไม่มีภาระหรือหนี้สินส่วนอื่นที่หนักจนไม่สามารถนำเงินมาชำระส่วนหนี้ได้ ก็จะมีโอกาสผ่านการอนุมัติการขอสินเชื่อสูง หากคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาทแต่ต้องการขอสินเชื่อสำหรับซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาทนั้นต้องขอบอกว่ายากจริง ๆนอกจากนี้หากคุณมีประวัติเครดิตที่ดีรวมถึงมีการเดินบัญชีธนาคารมีรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอและเลือกสินทรัพย์ที่คุณสามารถผ่อนชำระได้ คุณก็น่าจะผ่านการอนุมัติจากธนาคารได้ไม่ยาก

ธอส. ประกาศช่วยคนกู้ไม่ผ่าน!  ปล่อย 3 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ธอส. ประกาศช่วยคนกู้ไม่ผ่าน! ปล่อย 3 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

แบงก์รัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากแบงก์พาณิชย์ ล่าสุดเปิดตัวสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2/60นี้ ธนาคาร ธอส. ได้เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 25,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อย 3 โครงการโครงการที่ 1 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยทั้งที่อยู่อาศัยใหม่ หรือ มือสอง รวมถึงรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านจากธนาคารอื่นมาที่ธอส. ซึ่งมีวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยธอส.จะให้ลูกค้ากู้ไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี ที่ 3.43% แบ่งเป็น2 ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.9% และปีที่ 3 คิดดอกเบี้ยคงที่ 4.5% โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโครงการที่ 2 โครงการขยายวงเงินสินเชื่อในโครงการบ้านสานรักวงเงิน 10,000 ล้านบาท หลังจากที่วงเงินเดิม28,000 ล้านบาท ได้ปล่อยกู้เต็มแล้ว ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท โดยลูกค้าในโครงการนี้ ธอส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 2 ปีแรก 2.99%โครงการที่ 3 ปล่อยกู้ลูกค้าเพื่อต่อเติมและซ่อมแซมบ้าน โดยได้เตรียมวงเงินสินเชื่อจำนวน 5,000 ล้านบาท ไว้รองรับลูกค้าเก่า ที่ต้องการกู้เพิ่มเติมเพื่อนำเงินไปต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยกำหนดให้ลูกค้าเก่ากู้ได้ไม่เกินวงเงินเดิมที่ได้รับ ส่วนอัตราดอกเบี้ยในโครงการนี้จะคิดดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 4%สำหรับโครงการที่ใหม่ ธอส.นี้ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชน และเข้ามามาขอสินเชื่อหมดภายในเดือนมิ.ย.นี้ ส่วนโครงการบ้านธอส.เพื่อสานรัก ปัจจุบันมีผู้สนใจจำนวนมาก โดยในช่วงแรกที่มีการเปิดตัวโครงการไป ธอส.ได้เตรียมวงเงินไว้ 8,000 ล้านบาท และเพิ่มอีก 20,000 ล้านบาท ปรากฎว่าวงเงินทั้งหมดเต็มแล้ว ดังนั้นในรอบนี้ ธอส.จึงได้ขยายวงเงินเพิ่ม ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้ามาขอกู้ในโครงการสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนโครงการสินเชื่อประชารัฐนั้น ในขณะนี้ ธนาคารได้ปล่อยกู้ไปแล้ว 10,000 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้มีวงเงินเหลือค้างอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาททั้งนี้ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดังกล่าวนี้ ธอส. มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ซึ่งทางธอส. มีนโยบายว่าต้องการจะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เคยยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์แล้วถูกปฏิเสธสินเชื่อ เพราะโครงการดังกล่าว ธอส.ไม่ได้มีการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ หรือใช้เกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อเดียวกับธนาคารพาณิชย์ โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเดือนก็สามารถกู้ได้ หรือในกรณีที่วงเงินไม่ถึง ลูกค้ายังสามารถหาผู้กู้ร่วมมาเพิ่มได้อีก 2 คน ซึ่งทางธอส. ได้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขพิจารณาสินเชื่อให้แก่ลูกค้า จากเดิมคิดความสามารถผ่อนชำระให้ 1 ใน 3 ของรายได้ เพิ่มเป็น 1 ใน 2 ของรายได้ ทำให้มีโอกาสกู้ผ่าน และได้รับวงเงินสูงจากเดิม ที่มา DDproperty.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน