ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

เกร็ดน่ารู้ คู่บ้าน


5 ข้อควรรู้กับการตกแต่งห้องน้ำที่ไม่เหมาะสม

“ห้องน้ำ” ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของบ้าน ที่เราทุกคนจำเป็นต้องใช้เพื่อปลดทุกข์และทำความสะอาดร่างกาย ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำให้ดูดีดูน่าใช้ และตัดสินใจว่าจะสร้างไว้ตรงตำแหน่งไหน จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะถ้าหากตกแต่งห้องน้ำไม่เหมาะสม ก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น วันนี้ลองมาดูกันค่ะ ว่ามีการตกแต่งห้องน้ำแบบใดบ้างที่ไม่เหมาะสมและเราควรหลีกเลี่ยง ภาพจาก pixabay.com 1. ตกแต่งในลักษณะที่มืด ทึบ หรือดูอึดอัดไม่สบายตาเพราะในความเป็นจริงก็คือ คงไม่อยากมีใครที่จะเข้าห้องน้ำประเภทมืด ทึบ หรือดูอึดอัดเพราะว่าเมื่อเข้าไปแล้วทำให้ไม่รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว และไม่อยากใช้เวลาอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน ที่สำคัญความมืด ทึบ และอึดอัดนี้ยังเป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ดังนั้น ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรจะทำห้องน้ำให้มีช่องว่างพอให้แสงสว่างเข้าถึงบ้าง อีกทั้งยังช่วยให้ไม่เปลืองไฟเวลาเข้าห้องน้ำในเวลากลางวันอีกด้วย ภาพจาก pixabay.com 2. อย่าสร้างชักโครกให้เป็นจุดเด่นในห้องน้ำเพราะชักโครกนั้นเป็นที่ปลดทุกข์สุดสำคัญและเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคมากที่สุด หากว่าทำชักโครกให้เป็นจุดเด่นนอกจากเวลาเข้าจะรู้สึกแปลกๆและเกะกะแล้ว ยังอาจส่งผลในเรื่องของสุขอนามัยด้วย ทางที่ดีควรทำให้ชนิดผนังห้องน้ำด้านใดด้านหนึ่งไปเลยจะดีกว่า 3. อย่าสร้างห้องน้ำในจุดที่เป็นศูนย์รวมของบ้านเพราะห้องน้ำ เวลาที่ไม่ได้ล้างบ่อยๆ หรือเวลาที่มีน้ำขังนานๆ มักจะส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา หากว่าสร้างไว้ในบริเวณที่เป็นศูนย์รวมของบ้านอาจทำให้บริเวณนั้นมีกลิ่นที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และที่สำคัญเวลามีคนมาเยี่ยมเยียนบ้านคงจะรู้สึกแปลกๆเพราะเจอห้องน้ำอยู่กลางบ้านหรือมองเห็นห้องน้ำในบริเวณที่นั่งคุยกันอยู่ ภาพจาก pixabay.com 4. ไม่จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่อาบน้ำและห้องน้ำแยกจากกันสำหรับบ้านที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างห้องน้ำกับที่อาบน้ำไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นจะต้องแยกว่าตรงนี้เป็นที่อาบน้ำตรงนี้เป็นห้องน้ำเสมอไป จะได้ประหยัดพื้นที่และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ภาพจาก pixabay.com 5. ไม่คำนึงถึงการปล่อยน้ำทิ้งเพราะห้องน้ำสำหรับหลายๆ คน คือสถานที่ที่รวมทุกอย่างในการทำความสะอาดและการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำ ปลดทุกข์ ซักผ้า ล้างจาน เพราะฉะนั้นหากไม่คำนึงถึงท่อน้ำทิ้งหรือการปล่อยน้ำทิ้งที่ดีอาจทำให้เกิดความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น ออกมาจากภายในห้องได้ หรืออาจเกิดน้ำขังจนกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดีตามมา ภาพจาก pixabay.com ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงทั้ง 5 ข้อนี้ได้ห้องน้ำบ้านเราของเราก็จะถูกสุขอนามัย น่าใช้ ต้อนรับแขกได้ไม่อายใครแล้วหล่ะค่ะ  

เทคนิคไอเดียการแต่งบ้านให้ดูสวยมีสไตล์ ไม่น่าเบื่อ

การตกแต่งบ้านให้สวยน่าอยู่ และ สะดวกต่อการอยู่อาศัย วันนี้เราจึงขอแนะนำเทคนิคการตกแต่งบ้านให้สวยกลมกลืนกันทั้งบ้าน ส่งผลให้ดูสวยมีสไตล์ สอดคล้องไปในทางเดียวกันทั้งบ้าน1. สไตล์แบบผสมผสาน อาจจะเป็นการผสมผสานในเรื่องของสี หรือรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งการตกแต่งแบบนี้จะช่วยให้ห้องของคุณดูไม่ซ้ำ จำเจ แถมยังโดดเด่นขึ้นอีกด้วยTip : ถึงแม้ว่าจะเลือกให้สี หรือ รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ที่ต่างกันมาตกแต่ง ก็ไม่ควรเลือกให้ต่างกันมาก จนไม่เข้ากันเลย เพราะจะทำให้ห้องของคุณดูแปลกและไม่สวยภาพจาก cdn.trendir.com2. สไตล์โทนสีเดียว โดยเลือกสีใดสีหนึ่ง เช่น สีขาว สีฟ้า หรือสีเขียว หรือ สีอื่น ๆตามความชอบ แล้วนำสีที่เด่นๆเข้ามาแมทช์ด้วย เช่น ถ้าห้องเป็นสีขาว ก็อาจจะใช้ของสีสด ๆ อย่างสีแดง สีส้ม หรือสีหวาน ๆ อย่างสีพาสเทลมาผสมผสาน และยังสามารถใช้วัสดุมาตกแต่งเพิ่มเติมได้อีก หากในห้องครัวของคุณตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก็อาจจะประดับห้องด้วยกระจก หรือเครื่องใช้สีเงิน ก็จะทำให้ห้องหรือบ้านของคุณมีสไตล์มากขึ้นภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com3. รูปแบบการตกแต่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยเลือกสีใดสีหนึ่งหรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่นโทนสีเขียว หรือ แนวน้ำตาลธรรมชาติตกแต่งด้วยสีน้ำตาลเป็นหลัก หรือเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งด้วยไม้ เช่น กล่องไม้ หรือตุ๊กตา แล้วใช้ของไล่เฉดสีสลับกันไป โทนอ่อนบ้างโทนเข้มบ้างให้ดูน่าสนใจมากขึ้นภาพจาก beehomedecor.comแต่งสไตล์ Outdoor แบบกลางแจ้ง เลือกโต๊ะโครงโลหะแบบที่ดัดลายสวย ๆ เข้าคู่กับเก้าอี้เบาะหนังสีสด ๆ นำไปจัดไว้มุมใกล้หน้าต่างที่มีแดดสาดส่อง หรือมีลมโกรก เพื่อเติมบรรยากาศที่สดใส บนโต๊ะก็ประดับด้วยแจกันดอกไม้สดสักช่อ4. แต่งบ้านด้วยวัสดุประเภทเดียวกัน เช่น ผ้าม่าน ปลอกหมอน โซฟา พรม ทำให้ของตกแต่งบ้านดูกลมกลืนกันตกแต่งบ้านได้ง่ายขึ้นอีก ผ้าฝ้ายนั้นระบายอากาศได้ดีกว่าแต่ความยืดหยุ่นน้อยจึงทำให้ขาดง่าย ส่วนผ้าลินินนั้นถึงแม้จะระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าผ้าฝ้าย แต่เส้นใยมีความแข็งแรงและทนทานกว่า หรืออาจจะเลือกวัสดุที่ทำจากหนังสัตว์ก็ได้ เพราะทำความสะอาดง่ายกว่าภาพจาก trade-in-options.com5. ของแต่งบ้านคละไซส์ คละขนาด ไซส์แตกต่างกันจะทำให้ห้องดูมี เสน่ห์มากยิ่งขึ้น ส่วนของตกแต่งบ้านแบบติดผนัง ก็ควรติดเอาไว้ในระดับสายตา ไม่ต่ำจนต้องก้มมอง หรือสูงจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง เพราะจะทำให้ดูไม่พอดี และไม่น่าสนใจเท่าที่ควรอีกด้วยภาพจาก www.intcrossway.com6. ใช้สีขาวแต่งบ้านสีขาวเป็นสีที่เข้าได้กับทุกสี ได้แก่ สีโทนเย็นอย่าง สีน้ำเงิน สีเขียว สีม่วง ฯลฯ และสีโทนร้อนอย่าง สีแดง สีส้ม หรือสีเหลือง เป็นต้น สามารถเลือกผสมผสานกันได้ตามใจชอบ และไม่ว่าคุณจะเลือกของแต่งบ้านลวดลายใด สไตล์ไหน หรือทำจากวัสดุอะไร สีขาวก็สามารถปรับของแต่งบ้านให้ดูกลมกลืนกันได้อย่างดี ที่สำคัญสีขาวก็ยังเป็นที่นิยมมาทุกยุคทุกสมัยอีกด้วยภาพจาก homegoid.com7. การจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ด้วยตู้แบบบิวท์อิน หรือตู้ทั่วไป ที่มีช่องแบ่งแยกไว้ชัดเจน ควรจัดของเก็บใส่กล่อง จะทำให้เคลื่อนย้ายสะดวกและเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งของด้วย เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจจะสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งของแต่งบ้าน เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไปภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.comจาก 8 เคล็ดลับการตกแต่งบ้านให้มีสไตล์ ดูดีตามที่เราแนะนำไป เราก็หวังว่าคุณจะได้บ้านที่สวยงามตามที่คุณต้องการ ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.poolprop.com

การเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป

ตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป ในปัจจุบันมีรูปแบบที่หลากหลายให้คุณได้เลือกซื้อ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อควรจะต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อไม่ให้การซื้อตู้เสื้อผ้าครั้งนี้ไม่พลาด! วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณ ภาพจาก  s-media-cache-ak0.pinimg.com1. กำหนดขนาดของตู้และพื้นที่ห้องภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ต้องดูขนาดของเนื้อที่ห้องและกำหนดขนาดของตู้เสื้อผ้าก่อนว่าควรมีขนาดเท่าใดจึงจะเหมาะสม ในปัจจุบันนี้มีห้างเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่มีบริการออกแบบห้องและเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับเนื้อที่และสไตล์ของห้องด้วย คุณสามารถขอคำปรึกษาจากห้างเฟอร์นิเจอร์ที่คุณเข้าไปรับบริการได้2. เลือกหน้าบานของตู้ ว่าควรเป็นหน้าบานแบบใดภาพจาก www.koligas.gr สำหรับพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวางเพียงพอกับการตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ สามารถเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าชนิดบานเปิดได้ แต่หากเองการประหยัดพื้นที่ หรือมีพื้นที่ในการติดตั้งตู้เสื้อผ้าไม่มากนัก ก็ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อนหรือบานสไลด์ อาจจะเลือกที่มีกระจกเงาติดตั้งที่บานของตู้เสื้อผ้า เพราะจะช่วยให้ห้องดูกว้างขวาง มีมิติขึ้น ทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์ของกระจกเงาในการดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายของเราได้อีกด้วย3. เลือกโทนสีของตู้เสื้อผ้าภาพจาก ak1.ostkcdn.comควรเลือกโทนสีของตู้เสื้อผ้าให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นภายในห้อง หรือสีของผนังห้อง เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน4. ดูวัสดุและโครงสร้างตู้ภาพจาก img.homeportfolio.com เรื่องของวัสดุและโครงสร้างของตู้ก็เป็นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาด้วย สำหรับตู้เสื้อผ้าที่ผลิตจากไม้สังเคราะห์ Particle Board (PB) และ Medium Density Fiber Board (MDF) เป็นที่นิยมมาก เพราะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และมีให้เลือกหลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่ที่ราคาถูกมาก ๆ แต่ไม่คงทน ไม่ทนความชื้น เปราะหักง่าย และมักโดนปลวกมอด หรือเชื้อราโจมตีบ่อย ๆ จนถึงตู้ที่ผลิตจากไม้สังเคราะห์ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน อบด้วยความร้อนสูงกว่า 200 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อไม้ไม่เหลือความชื้น แข็งแรงทนทาน ด้วยเส้นใยที่ประสานกัน ไม่เป็นขุย ไม่ยุ่ยง่าย ช่วยให้ยึดจับน็อตสกรูแน่น ไม่คลายตัว หรือไม้จริงที่มีข้อดีด้านความสวยงาม ทนทาน ในราคาค่อนข้างสูงกว่าวัสดุชนิดอื่น จาก 4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป เราอยากให้คุณพิจารณาทุกข้อให้สำคัญ เพื่อให้ได้ตู้ที่ดีที่สุดมาใช้งาน อีกทั้งยังคุ้มค่า คุ้มราคาอีกด้วย  ขอบคุณแหล่งข้อมูล baansanruk.blogspot.com

ถึงงบจะน้อยแต่ก็แต่งห้องน้ำให้สวยได้ไม่ยาก!!

เงินถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำอะไรก็ตาม การตกแต่งห้องน้ำก็เช่นเดียวกันต้องใช้เงิน ยิ่งถ้ามีเงินเยอะก็สามารถที่จะตกแต่งในสไตล์ที่ตัวเองต้องการได้ทั้งหมด แต่ในทางกลับกันหากคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังที่จะสร้างห้องน้ำในฝันขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องมีการดัดแปลงหรือใช้อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เกินงบประมาณอย่างที่ตั้งใจ ภาพจาก pixabay.com ดังนั้น วันนี้เราจะมาแชร์วิธีให้สำหรับหลายๆ คนที่มีงบจำกัด ลองมาดูกันว่าจะมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะทำให้ห้องน้ำส่วนตัวของเราออกมาดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงๆ อีกต่อไป 1. เลือกใช้กระเบื้องหินหรือปูนเปลือยแทน        แน่นอนว่ากระเบื้องคือสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการตกแต่งห้องน้ำ เพราะว่ายิ่งได้กระเบื้องลายสวยมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ห้องน้ำออกมาสวยงามมากเท่านั้น ทว่าถ้าหากเราไม่มีงบประมาณในการซื้อกระเบื้องลายสวยๆ มากพอก็สามารถที่จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องหินได้ เพราะกระเบื้องหินมีราคาถูกกว่าหรือสำหรับบางคนไม่ต้องการที่จะปูกระเบื้องก็อาจจะใช้เป็นปูนเปลือย ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ใช้ได้กับทั้งพื้นห้องน้ำและผนังห้องน้ำเลยทีเดียว เรียกว่าประหยัดงบประมาณไปได้เยอะเลยทีเดียว  ภาพจาก pixabay.com 2. ดีไอวายของใช้ทำมือทำมือ     แทนที่จะเสียเงินซื้อของใหม่ ก็ทำเองซะเลย นอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้ดีไซน์ถูกใจ เช่น ซื้อไม้เก่าๆมาทำโต๊ะกินข้าว ทำตู้ติดไปกับผนังให้ดูเก๋ไก๋เป็นสไตล์ของตัวเองไปอีกแบบ หรืออย่างม่านห้องน้ำ อาจจะใช้งานประยุกต์ฝีมือของตัวเองด้วยการเย็บพลาสติกให้ติดกับคานและตกแต่งให้สวยงามก็ช่วยประหยัดงบประมาณได้ด้วยเช่นเดียวกัน 3. ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่ราคาไม่แพง  ไม่ว่าจะเป็นภายอ่างล่างหน้า, ฝักบัว หรือแม้แต่ชักโครกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป เพราะทุกวันนี้สินค้ามีหลากหลายยี่ห้อและราคาก็มีความแตกต่างกันออกไป เราก็สามารถที่จะเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพและงบประมาณของเรา ภาพจาก pixabay.com 4. เลือกใช้ตะปูหรือราวแขวนเสื้อธรรมดาแทนที่ราวแขวนเสื้อราคาแพง   ถ้าคิดจะประหยัดแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ราวแขวนที่มีดีไซน์และราคาแพง เพราะแค่ตะปูตัวเดียวก็สามารถที่จะแขวนผ้าได้แล้ว หรืออาจจะซื้อเป็นราวแขวนเสื้อพลาสติกทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน คำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักก็เพียงพอแล้ว ภาพจาก pixabay.com 5. ซื้อแต่อุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น     เพราะว่าอุปกรณ์บางอย่างในห้องน้ำก็ไม่ได้มีคได้มีความจำเป็นมากสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นกระจกบานใหญ่ๆ หรือชั้นวางชองที่มีลิ้นชักหลายๆ อันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อมาใช้งาน เพียงแค่ใช้แต่ของที่จำเป็นก็สามารถประหยัดงบประมาณไปได้หลายบาทแล้วล่ะค่ะ ภาพจากpixabay.com เป็นยังไงบ้างคะ ลดนั่นนิด นี่หน่อย คำนึงถึงการใช้งานให้มากที่สุด แค่นี้ก็สามารถประหยัดงบในการแต่งห้องน้ำไปได้มากแล้วล่ะค่ะ  

ข้อควรรู้ในการเตรียมตัวก่อนการสร้างครัว

เมื่อคิดจะตกแต่งห้องครัวหรือมีห้องครัวใหม่ ก่อนที่จะไปมองหาชุดเคาน์เตอร์ครัวสวย ๆ มีข้อคิดเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนสร้างหรือตกแต่งห้องครัวที่ควรรู้ก่อน เพื่อจะได้เป็นเจ้าของครัวที่ถูกใจ คุ้มค่า คุ้มราคา และใช้สอยได้อย่างลงตัวดังนี้ 1. งบประมาณตกแต่งครัวงบประมาณที่เรามีและจัดสรรในการตกแต่งทำครัวในครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องกะเกณฑ์ตั้งงบให้เรียบร้อยเสียก่อน หากเราตั้งงบประมาณการณ์ไว้แล้ว ให้เราลดทอนงบลงมาแล้วเก็บเผื่อไว้ในส่วนนั้น 10% หรือมากกว่า  เพื่อเผื่องบประมาณที่บานปลายซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ไว้  2. สถานที่และความจำกัดของห้องครัวสำรวจห้องครัวที่ต้องการสร้างหรือตกแต่งว่ามีขนาดพื้นที่เท่าไหร่ มีหน้าต่างอยู่ตรงไหนและกี่บาน กว้างยาวเท่าไหร่ มีประตูอยู่ตรงจุดใดบ้าง และถ้าจะให้ดีควรสังเกตทิศทางของแสงแดดที่ส่องและทิศทางของลมด้วย เพื่อใช้ในการออกแบบจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของห้องครัวต่อไป  3. อุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จะจัดวางในครัวอุปกรณ์ที่กล่าวถึงในที่นี้รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ด้วย เช่นตู้เย็น ที่จะจัดวางไว้ในครัวมีหรือไม่และมีขนาดใหญ่แค่ไหน  บางบ้านอาจจะมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นเตาอบ เครื่องซักผ้า ให้ลองรวบรวมดูรวมถึงตู้ใส่ของที่ต้องการวางไว้ในครัว และกะปริมาณของชิ้นเล็ก ๆ เช่นจานชามและเครื่องครัวอื่น ๆ ว่าต้องใช้พื้นที่หรือตู้ในการจัดเก็บมากน้อยเท่าไร  4. สไตล์และสีสันที่ต้องการสไตล์ของครัวหรือเคาน์เตอร์ครัวที่เราต้องการนั้นเป็นอย่างไร เราต้องรู้ถึงความชอบของเราก่อน เช่นสีสัน วัสดุที่ใช้ทำเคาน์เตอร์เราต้องการรูปแบบใด เป็นครัวปูน ครัวบิ้วอิน หรือแบบเคาน์เตอร์ลอยตัว และทำด้วยวัสดุประเภทใดซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์ของครัวที่เราเลือกด้วย  ครัวที่จะจัดสร้างหรือตกแต่งนั้นเป็นครัวในรูปแบบครัวปิดหรือครัวฝรั่ง หรือเป็นแบบครัวเปิดโล่งอย่างครัวไทย  สิ่งเหล่านี้เราต้องตอบความต้องกรของตนเองให้ได้ก่อนที่จะไปพบกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก มัณฑนากร ช่างก่อสร้างรับเหมา หรือพนักงานให้คำปรึกษาแผนกเฟอร์นิเจอร์ครัวก็ตาม  5. ลักษณะของการใช้ครัวลักษณะของการใช้ครัวก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องพิจารณา  เช่น คนที่ใช้ครัวเป็นประจำมีกี่คน และใช้ครัวพร้อมกันหรือไม่ เพื่อคำนวณว่าครัวมีความกว้างและสะดวกพอหรือไม่ ความบ่อยในการใช้ครัว บางบ้านอาจจะใช้ครัวประกอบอาหารเกือบทุกมื้อในสัปดาห์ ในขณะที่บางบ้านใช้ครัวเฉพาะอุ่นอาหารและทำอาหารจริง ๆ เพียงบางมื้อ  ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราสามารถออกแบบและสร้างหรือตกแต่งห้องครัวออกมาได้ตรงใจได้อย่างแท้จริง  ภาพประกอบจาก ชุมชนคนรักบ้าน.com

เปรียบเทียบครัวทึบและครัวโปร่ง เลือกอย่างไรให้เหมาะ

ลักษณะห้องครัวที่เราใช้กันอยู่ตามบ้านในปัจจุบันนั้นหากจะสังเกตจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 ลักษณะก็คือ ครัวในแบบทึบและครัวแบบโปร่ง  สำหรับครัวในแบบทึบก็คือครัวที่เราเรียกกันติดปากว่าครัวฝรั่ง เป็นห้องที่มีผนังปิดทั้ง 4 ด้าน อาจจะมีประตูและหน้าต่างในบางด้านของห้องครัวก็ได้                 ส่วนครัวในแบบโปร่งก็คือครัวที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าครัวไทย คือเป็นครัวที่เปิดโล่งในแบบดั้งเดิม อาจจะมีการกรุผนังบางด้านด้วยไม้ระแนง ซึ่งในปัจจุบันก็กลับมาได้รับความนิยมกันมากขึ้นทีเดียว  ข้อดีของครัวแบบทึบหรือครัวฝรั่งเมื่อเปรียบเทียบกับครัวแบบโปร่งเปิดโล่งก็คือ 1. สามารถกันลมฝนได้ดี เมื่อต้องการเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว ยิ่งหากเป็นจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวที่มีค่าหรือพังเสียเมื่อโดนความชื้นและความร้อนได้ การเก็บในครัวแบบปิดย่อมจะรักษาอุปกรณ์เหล่านั้นได้ดีกว่าครัวแบบโปร่งที่ค่อนข้างเปิดโล่งกันลมฝนได้ไม่มิดชิด 2. ป้องกันสัตวเข้ามาในครัวได้มากกว่า ครัวแบบทึบจะสามารถป้องกันสิ่งของและอาหารจากสัตว์ได้ ทั้งหนูแมลงสาบ งู และแมลงประเภทต่าง ๆ เมื่ออยู่ในครัวปิดการที่สัตว์เหล่านี้จะเข้ามาหาเศษอาหารในครัวได้ก็ยากกว่าแบบครัวเปิด  3. มีความสวยงามและเป็นส่วนตัวกว่า ครัวแบบปิดทึบจะตกแต่งให้สวยงามได้ง่ายกว่า ทั้งการทาสีและการตกแต่งในส่วนอื่น ๆ  และการเป็นห้องปิดจึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ข้อเสียของครัวแบบทึบเมื่อเปรียบเทียบกับครัวโปร่งแบบเปิดโล่งก็คือ 1. ระบายอากาศได้ยากกว่า เพราะความที่ไม่เปิดโล่ง ช่องทางที่อากาศและควันจะระบายมีน้อยกว่าครัวเปิด  2. ไม่เหมาะในการทำอาหารแบบไทย เพราะนอกจากอากาศแล้วยังมีกลิ่นที่ไม่สามารถระบายไปได้ เมื่อทำอาหารที่มีกลิ่น 3. อึดอัดและคับแคบ  ครัวปิดในขนาดพื้นที่เท่ากันกับครัวแบบเปิดจะมีความอึดอัดคับแคบกว่าเพราะอยู่ในกรอบปิดสี่เหลี่ยม ไม่โปร่งโล่ง                ข้อดีของครัวเปิด ก็คือ การก่อสร้างใช้งบประมาณที่น้อยกว่า ในเรื่องของโครงสร้างก็เบาทำให้พื้นในส่วนที่ต่อเติมเป็นครัวไม่ทรุดและไม่ดึงโครงสร้างเดิม   อากาศและควันรวมถึงกลิ่นถ่ายเทได้ดีกว่า  เหมาะกับการประกอบอาหารแบบไทย ๆ แต่อาจขาดความปลอดภัยในเรื่องของสัตว์พวกหนู งู และแมลงต่าง ๆ อีกทั้งไม่เหมาะจะเก็บอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการดูแลสูง นอกจากจะออกแบบตู้หรืออุปกรณ์เก็บของมิดชิดปลอดภัยเพิ่มขึ้น   ในด้านของความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะครัวเปิดก็มีความสวยงามแบบไทย ๆ และเรียบง่ายได้เช่นกัน                 นอกจากความสวยงามและข้อดีข้อเสียที่ได้กล่าวมา ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้สอยของแต่ละบ้าน รวมถึงพื้นที่ของแต่ละบ้านด้วยว่าเอื้ออำนวยให้ทำครัวในแบบใด

เคล็ดลับแต่งห้องน้ำในคอนโดให้น่าใช้

สำหรับที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม เป็นที่อยู่อาศัยที่ความนิยมกันมากโดยในเมือง นับเป็นไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง  เมื่อพูดถึงพื้นที่และห้องต่าง ๆ ในคอนโด ห้องหนึ่งที่มักจะเกิดปัญหาสำหรับการตกแต่งก็คือห้องน้ำในคอนโดนั่นเอง  ไม่ว่าจะการตกแต่งให้สวยงามได้ยากเพราะพื้นที่ที่มักจะมีจำกัด และตำแหน่งของห้องน้ำในคอนโดซึ่งค่อนข้างบังคับในโครงสร้าง ให้เกิดความอับชื้นและอึดอัด  เจ้าของห้องน้ำในคอนโดจึงต้องรู้เคล็ดลับในการแต่งห้องน้ำเหล่านี้เสียก่อน  1. สำรวจจุดระบายอากาศ                ข้อแรกที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับห้องน้ำในคอนโดก็คือ จุดระบายอากาศ หากห้องน้ำในคอนโดของคุณอยู่ใกล้ระเบียงและมีหน้าต่างให้อากาศในห้องน้ำได้ถ่ายเทก็นับได้ว่าเป็นห้องน้ำคอนโดที่ดีมาก ๆ การตกแต่งอื่น ๆ และการใช้งานก็จะไม่ค่อยพบปัญหา แต่ถ้าห้องน้ำของคุณอยู่ด้านในตัวห้องของคอนโด ไม่มีหน้าต่างหรืออช่องระบายสู่ภายนอกอาคาร ต้องสำรวจว่ามีพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำไปสู่ภายนอกหรือไม่  ถ้าไม่มีก็ต้องจัดการติดตั้งเสียก่อน 2. แยกส่วนเปียกและแห้ง                ห้องน้ำในคอนโดมิเนียมควรเป็นห้องน้ำที่มีการจัดแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน  เพราะห้องน้ำมีแต่ส่วนที่เป็นส่วนเปียก จะทำให้ห้องอื่น ๆ พลอยเปียกไปด้วยได้ง่ายและเกิดความชื้นมากในบริเวณต่าง ๆ ในห้อง  วิธีแยกส่วนเปียกและแห้งในห้องน้ำทำได้หลายวิธี  เช่น ติดตั้งตู้อาบน้ำเพื่อแยกเป็นส่วนเปียกในการใช้อาบน้ำ หรือติดตั้งอ่างอาบน้ำถ้าห้องน้ำมีที่กว้างพอ  หรือถ้าต้องการประหยัดก็อาจใช้วิธีกั้นด้วยม่านพลาสติกหรือก่อบล็อกแก้วคั่นระหว่างบริเวณเปียกและบริเวณแห้งก็ได้3. เพิ่มมุมมองให้ดูโปร่งและกว้างห้องน้ำในคอนโดที่มีพื้นที่แคบ ตกแต่งให้ดูกว้างขึ้นได้ด้วยการใช้กระจกติดที่ผนัง หรือเลือกตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีสีมันวาวก็จะทำให้ห้องน้ำคอนโดเกิดมุมมองที่ดูกว้างและสว่างขึ้นได้4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยชั้นติดผนัง                ห้องในคอนโดมิเนียมมักมีขนาดที่จำกัด การเพิ่มชั้นวางของในห้องน้ำจะช่วยให้มีพื้นที่ในการเก็บอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ในห้องน้ำได้ เคล็ดลับอยู่ที่ชั้นที่ติดตั้งไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือกว้างจนเกินไป และควรติดให้สูงกว่าระดับสายตาจะทำให้ไม่ดูเกะกะและไม่อึดอัด 5. เลือกของตกแต่งทุกชิ้นให้มีประโยชน์ใช้สอย                การตกแต่งห้องน้ำให้ดูสวย อาจจะลองเลือกหาของตกแต่งน่ารัก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่อย่างที่ทราบว่าด้วยเนื้อที่ที่ไม่กว้างมากของห้องน้ำ การเลือกของตกแต่งที่มีประโยชน์ใช้สอยพร้อมกับความสวย ความ น่ารักช่วยสร้างบรรยากาศจึงเป็นไอเดียที่ดี เช่นแปรงถูหลังรูปการ์ตูนน่ารัก เมื่อนำมาแขวนในห้องน้ำก็ดูสวยและทำให้ห้องน้ำน่ารักขึ้นแล้วยังได้ประโยชน์ใช้ถูหลังอาบน้ำได้ด้วย ดีกว่าเลือกตุ๊กตารูปการ์ตูนมาวางไว้โดยใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นต้น

การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้าน

ห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ เป็นอีกห้องหนึ่งที่หลายบ้านนิยมทำขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับอ่านหนังสือเตรียมสอบของลูกน้อย หรือ สำหรับเคลียร์เอกสารตอนที่แบกงานจากที่ทำงานมาทำที่บ้าน และการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านก็จำเป็น เพราะนอกจากความสวยงามของโต๊ะแล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ต้องพิจารณาว่าโต๊ะทำงานที่เราจะนำมาใช้นั้น จะใช้ทำงานประเภทใด วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านให้คุณ ภาพจาก www.melodyhome.comประเภทของโต๊ะทำงาน 1.โต๊ะลามิเนทภาพจาก img.archiexpo.com ลามิเนท ก็คือพลาสติกสำเร็จรูปที่แปลงให้เป็นแนวไม้ค่ะ วัสดุชนิดนี้ทำได้หลายรูปแบบ จะทำให้ดูเป็นไม้ธรรมดาก็ได้ หรือจะแต่งเติมเป็นสีสันต่าง ๆ ก็ได้ ทั้งยังควบคุมราคาให้อยู่ให้งบประมาณได้ด้วย เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ราคาจะอยู่ในระดับกลาง การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะลามิเนท ดูจากชนิดของลามิเนท ถ้าลามิเนทมีความหนาจะยิ่งดี เพราะจะทนต่อรอยด่าง รอยขีดข่วน รอยบวมน้ำ และรอยอื่น ๆ ได้ดีกว่าลามิเนทแบบบาง 2. โต๊ะเหล็ก ภาพจาก img.archiexpo.com การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะเหล็กสิ่งแรกที่บ่งชี้ได้ถึงคุณภาพของโต๊ะก็คือความหนาของแผ่นเหล็กโดยประเมินได้จากความรู้สึกถึงความแข็งแรงของการประกอบ และน้ำหนักโดยรวมของโต๊ะ อีกจุดหนึ่งที่ควรสังเกตก็คือลักษณะลิ้นชักเวลาปิด โดยโต๊ะเหล็กที่ประกอบไม่ดี จะมีช่องว่างระหว่างลิ้นชักกับโต๊ะ 3. โต๊ะไม้ภาพจาก media.gettyimages.com โต๊ะที่ผลิตจากไม้จะดูดี มั่นคง หรูหราที่สุด ทนทานที่สุด และทนทานที่สุดเช่นกัน แต่วัสดุจำพวกไม้ก็มักจะพบปัญหาการบวมของพื้นผิวเมื่อถูกน้ำ มีร่องรอยจากการขีดข่วน หรือเมื่อถูกความร้อนได้ง่าย และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้คงสภาพน่าใช้งานอยู่เสมอ ทำให้โต๊ะส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ ผลิตจากวัสดุประเภทอื่นมากขึ้น การตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะไม้ตรวจสอบจากลิ้นชักโดยโต๊ะที่มีคุณภาพสูงจะประกอบลิ้นชักด้วยสลักลิ้นเชื่อมต่อ แทนที่จะใช้ตัวเย็บหรือกาว และด้านล่างของลิ้นชักควรจะทำด้วยไม้อัดมากกว่าแผ่นพลาสติกเมลานิน การเลือกซื้อโต๊ะทำงานประจำบ้านสิ่งสำคัญคือการใช้งาน คือจะนำไปใช้งานอะไร และ วัสดุที่เลือกซื้อต้องคงทน หากเลือกซื้อมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาเพื่อให้อยู่กับเราไปนานๆ เพื่อให้เกิดความประหยัดและความคุ้มค่า

เทคนิคแต่งบ้านอย่างไรให้ดูโล่ง กว้าง

หาก บ้าน หรือ คอนโด ของคุณมีพื้นที่อย่างจำกัดในการตกแต่ง จนคุณไม่รู้จะเริ่มต้นในการตกแต่งอย่างไรให้ดูดี และ ไม่อึดอัด วันนี้เรามีเทคนิคการตกแต่งบ้านให้ดูโล่ง และ กว้างโดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่ของคุณจะแคบหรือน้อยเกินไป 1. ตกแต่งห้องด้วยสีอ่อนภาพจาก decor.mthai.com การใช้โทนสีอ่อนมาตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นการทาสีผนัง หรือ เลือกเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งสีอ่อน จะช่วยให้ห้องนั้นดูสว่างและโล่งตามากกว่าการใช้สีเข้ม ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการตกแต่งโดยใช้ลูกเล่นของโทนสีหลอกตาเรานั่นเอง 2. ติดกระจกภาพจาก www.suncityvillas.com ใช้เทคนิคกระจก เพื่อหลอกตาคนที่อยู่ในห้องว่า พื้นที่ห้องดูกว้าง เลือกติดตรงมุมที่ติดกับหน้าต่างเพื่อช่วยให้ห้องดูสว่างและโปร่งมากยิ่งขึ้น 3. ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บนกำแพงภาพจาก aveji.kai.com. หากพื้นที่ในห้องของคุณมีจำกัด ไม่สามารถวางตู้ขนาดใหญ่ได้ เราขอแนะนำเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบชั้นวาง โดยสามารถติดตั้งบนเพดาน หรือ กำแพง เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในห้องมากเกินไป 4. ปล่อยให้หน้าต่างโล่งภาพจาก sywfi.com บางบ้านนิยมที่จะติดผ้าม่านที่หน้าต่าง เพื่อให้ห้องดูสวยงาม และ ใช้ปิดไม่ให้คนภายนอกมองเข้ามาเห็นบริเวณในบ้านได้ แต่การที่ปล่อยให้หน้าต่างโล่งจะช่วยให้ภายในห้องดูสว่างขึ้นเพราะแสงเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และเมื่อแสงเข้ามาภายในบ้าน ห้องจะดูกว้างไม่ทึบอีกด้วย Tip : หากคุณต้องการที่จะติดม่านเพื่อความเป็นส่วนตัว คุณอาจจะเลือกซื้อม่านสีอ่อน หากสีทึบอาจจะทำให้บ้านดูแคบเกินไปได้ 5. วางเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมภาพจาก cdn.homedit.com จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ามุมจะช่วยให้มีพื้นที่จัดสรรมากขึ้น ถ้าคุณวางเฟอร์นิเจอร์ไว้กลางห้อง อาจจะทำให้คุณใช้พื้นที่ห้องได้ไม่คุ้มค่า  6. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ประโยชน์หลายฟังก์ชั่นภาพจาก xdesktopwallpapers.com เฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบันมักจะผลิตออกมาให้มีลูกเล่น หรือ คุณประโยชน์ได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น ทำให้คุณไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น เพราะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวก็ช่วยตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมแล้ว เช่น ตู้ชั้นวางของที่วางได้หลายชิ้น หรือ สามารถใช้ตกแต่งห้องได้ด้วย 7. ติดตั้งประตูบานเลื่อนภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com การใช้ประตูบานเลื่อนจะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่มากกว่า เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเปิด ปิด ประตู อีกทั้งหากคุณติดตั้งประตูบานเลื่อนที่เป็นกระจกก็จะช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นอีกด้วยจากเทคนิคที่เราได้นำเสนอคุณไป เราก็หวังว่าคุณจะได้ไอเดียในการตกแต่งบ้านให้สวยงาม และ โล่งสบายตา ตามที่คุณต้องการ ในครั้งหน้าเราจะมาแนะนำการตกแต่งบ้านอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามกัน  ขอบคุณแหล่งข้อมูล home.kapook.com

5 เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็กอย่างสร้างสรรค์

เชื่อว่าหลายๆ บ้านไม่ได้มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากนัก การคิดที่จะตกแต่งห้องใดสักห้องหนึ่งจึงต้องพยายามคิดอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในส่วนอื่นๆ ในส่วนห้องน้ำก็มาในลักษณะเดียวกัน หลายๆ คนมีแนวคิดที่ว่าห้องน้ำไม่จำเป็นจะต้องมีขนาดใหญ่มากก็ได้เนื่องจากแค่เอาไว้อาบน้ำและเข้าห้องน้ำเท่านั้น ทว่าหากเราทำห้องน้ำให้ดูน่าเข้าเวลาใช้งานเราก็จะรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย แม้ว่าห้องน้ำที่บ้านจะมีขนาดเล็กแต่ว่าเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการตกแต่งที่จะทำให้ห้องน้ำดูมีขนาดใหญ่มากขึ้นและถูกสุขอนามัยด้วยในเวลาเดียวกัน ภาพจาก pixabay.com 1. เลือกเอาเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น     บางคนเวลาใช้งานในห้องน้ำก็มักจะหยิบสิ่งของต่างๆ นานาเข้าไปใช้งานเต็มไปหมด แต่พอตอนทำภารกิจเสร็จกลับเดินออกมาตัวเปล่านั่นจึงเป็นประเด็นที่ว่าทำไมห้องน้ำถึงดูแคบลง การที่ห้องน้ำขนาดเล็กจะดูใหญ่ขึ้นได้นั้นสิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำจะต้องมีไม่มากจนเกินไป เพราะการมีอุปกรณ์มากๆ จะทำให้ห้องน้ำดูแคบลงไปถนัดตาและทำให้พื้นที่เล็กยิ่งดูเล็กมากขึ้นไปอีก ภาพจาก pixabay.com 2. พยายามจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้ชิดฝาผนังมากที่สุด    ไม่ว่าจะเป็นชักโครก อ่างล้างหน้า ฝักบัว พยายามจัดวางให้อยู่ชิดฝาผนังมากที่สุดเพื่อที่ว่าเวลาใช้งานแล้วจะได้มีพื้นที่เหลือสำหรับการใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ อย่าจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้มันเกะกะหรือเอาไว้ตรงกลางห้องน้ำ ภาพจาก  pixabay.com 3. ใช้แสงช่วยในการทำให้ดูสว่างมากขึ้น      เวลาที่ห้องน้ำดูสว่างจะทำให้เรารู้สึกว่ามีความกว้างมากขึ้นด้วย โดยอาจจะเลือกทำหน้าต่างไว้มุมใดมุมหนึ่งที่แสงเข้าถึง เพื่อให้เวลาที่แสงส่องเข้ามาแล้วจะทำให้ห้องน้ำของเราดูมีพื้นที่ในการใช้งานมากกว่าเดิม ภาพจาก pixabay.com 4. ใช้การจัดวางของบนชั้นสูง      อาจจะทำเป็นแท่นเอาไว้สำหรับวางของหรือว่าทำเป็นตู้ติดผนังเอาไว้ก็สามารถที่จะทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานภายในห้องน้ำมากขึ้น เพราะเมื่อสิ่งของต่างๆถูกเก็บเอาไว้ตามชั้นวางของหรือแท่นวางของต่างๆก็จะทำให้ดูมีพื้นที่กว้างขึ้นนั่นเอง ภาพจาก pixabay.com 5. ใช้สีภายในห้องน้ำเป็นตัวช่วย        การเลือกใช้สีสว่างๆ ในการทาภายในห้องน้ำจะช่วยให้เกิดความรู้สึกโปร่ง โล่งสบาย และไม่รู้สึกว่าอึดอัดคับแคบจนเกินไป      ดังนั้น การตกแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดและสามารถดูแลเรื่องความสะอาดได้ง่าย เพื่อให้ใช้งานสะดวกสบายอย่างที่ต้องการ 

ไอเดียดีๆ ในการตกแต่งสีห้องน้ำ

สีสันของห้องน้ำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการตกแต่งห้องน้ำให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป สีต่าง ๆ ของห้องน้ำทำให้เกิดบรรยากาศ อารมณ์และความรู้สึกใดบ้าง ลองมาดูด้วยกัน   1. ห้องน้ำสีฟ้าหากคุณเป็นคนที่รักสายน้ำความสดชื่นและนึกถึงความชุ่มฉ่ำเย็นใจ สีฟ้าคือสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเลือกอกนำมาตกแต่งห้องน้ำ  เคล็ดลับในการตกแต่งห้องน้ำด้วยสีฟ้าก็คือ เราสามารถตกแต่งให้ทั้งห้องเป็นสีฟ้าได้แต่ควรจะเลือกสีฟ้าในหลายเฉดและหลายน้ำหนัก คือฟ้าอ่อน ฟ้าอมเทา ฟ้าเข้ม ฟ้าอมเขียวเป็นต้น การแต่งห้องน้ำสีฟ้าสามารถมีมุมมองและลูกเล่นเพิ่มเติมด้วยการใส่วัสดุตกแต่งมันวาวในโทนสีเงินเข้าไปช่วย หรือจะเป็นสีขาวและเทา จะทำให้ห้องน้ำของคุณมีมิติและมีน้ำหนักสีที่สวยมากกว่าเดิม 2. ห้องน้ำสีเขียวสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ห้องน้ำสีเขียวก็คือสีในดวงใจของคุณ ห้องน้ำสีเขียวจะให้ความรู้สึกที่เย็นตาเย็นใจและผ่อนคลายสดชื่น การตกแต่งห้องน้ำในโทนสีเขียวนั้นมีได้หลากหลาย หากต้องการให้ห้องน้ำเป็นสไตล์โมเดิร์น ลองเลือกสีเขียวมิ้นท์หรือเขียวอ่อน เขียวอมเหลือง ก็จะได้ห้องน้ำที่ทันสมัยและสดใส แต่หากต้องการห้องน้ำในแนวธรรมชาติสีเขียวเข้าหรือเขียวขี้ม้า เขียวใบไม้ก็จะสร้างบรรยากาศให้ห้องน้ำเป็นสไตล์ธรรมชาติขึ้นมาได้ โดยตกแต่งต้นไม้จริงเพิ่มเติมเข้าไปก็จะลงตัว  3. ห้องน้ำสีส้ม เหลือง และครีมห้องน้ำในโทนสีส้ม สีเหลืองและสีครีม จะให้ความรู้สึกสดใสและนุ่มนวล มีรสนิยม การเลือกสีในโทนนี้สามารถตกแต่งได้หลายสไตล์ หากชอบสไตล์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สีส้มออกน้ำตาลจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการห้องน้ำสีสดใส เหลืองเลม่อนจะทำให้ห้องน้ำของคุณเจิดจรัสซาบซ่าสดใสได้ ห้องน้ำสีครีมสามารถตกแต่งดอกไม้ให้ดูวินเทจนุ่มนวลชวนฝันทีเดียว  4. ห้องน้ำโทนสีเข้มมีคนไม่น้อยทีเดียวที่ชอบห้องน้ำที่ดูเคร่งขรึมในโทนสีเข้ม อย่างสีน้ำเงินเข้ม แดงเข้ม หรือแม้แต่สีดำ สีเหล่านี้จะทำให้ห้องน้ำดูไม่สกปรก แต่ก็อาจจะทำให้ห้องน้ำดูอับมืดได้ ควรช่วยเสริมด้วยกระจกเงาในบางมุมและมีลูกเล่นของแสงไฟเข้าช่วย โดยใช้ดวงไฟสีนวลตาเพื่อไม่ให้ดูห้องน้ำมีบรรยากาศร้อนแรงเกินไป                นอกจากสีของห้องน้ำที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นยังมีการออกแบบสีห้องน้ำในโทนอื่น ๆ อีก เช่นโทนสีหวาน ๆ ในสไตล์พาสเทล การใช้สีตัดกันเช่น ขาวแดง ขาวดำ เป็นต้น  หากเลือกสีของห้องน้ำได้อย่างลงตัวห้องน้ำธรรมดาดาก็ดูสวยงามน่าใช้โดดเด่นขึ้นมาได้

10 เทคนิคดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงตลอดไป

บ้าน คือ ที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัว การดูแลรักษาบ้านให้น่าอยู่และดูดีตลอดไปเป็นหน้าที่สำคัญของสมาชิกภายในบ้านทุกคน เพื่อให้บ้านมีความแข็งแรงทนทาน คอยปกป้องสมาชิกในบ้านได้ วันนี้เรารวบรวม 10 เทคนิคดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงมาฝากให้ผู้อ่านได้อ่านกัน 1. เริ่มต้นจากหลังคาบ้าน : ตรวจสอบรอยรั่วซึมของหลังคา ภาพจาก www.pinnacleroofsplus.com เนื่องจากหากมีการรั่วซึมของหลังคาจะให้ให้เกิดคราบเลอะ เป็นรอยตะไคร่น้ำตามเพดานฝ้าทำให้ได้รับความเสียหาย ดูไม่น่ามอง และยังอาจทำให้ข้าวของภายในบ้านเปียกอีกด้วย ต้องรีบแก้ไขด้วยการมุงกระเบื้องหลังคาใหม่ หรือเปลี่ยนแผ่นฝ้าใหม่ ณ จุดที่มีความเสียหาย2. พื้นกระเบื้องไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขังภาพจาก f.tqn.com พื้นหากมีน้ำขังปล่อยไว้อาจจะมีตะไคร่มาจับ ทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ดังนั้นควรขัด เช็ดน้ำให้แห้ง เพื่อป้องกันเกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้ 3. ไม่ทิ้งเศษขยะลงในท่อ เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันภาพจาก www.kitchenlav.com ไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ ต้องเสียเวลา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอีกด้วย ควรทิ้งในถุงขยะที่จัดเตรียมไว้ก่อนที่จะทำการล้างจาน  4. ดูแลสวน และต้นไม้ไม่ให้รกจนมีสัตว์ร้ายเข้ามาอาศัยภาพจาก www.luxuryhomesnorthwest.com ควรดูแลต้นไม้ ตัดหญ้า ตัดกิ่งที่ขึ้นมารกให้ดูเป็นระเบียบ หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษพวก งู ตะขาบ และควรรดน้ำต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้งามให้ร่มเงาไม่แห้งเหี่ยวและตายไป เพราะการปล่อยต้นไม้ให้เหี่ยวแห้งจะทำให้ฮวงจุ้ยของบ้านไม่ดี ไม่มีพลังงานที่ดีไหลเวียน ดังนั้นควรหมั่นดูแลรักษาต้นไม้ให้สวยงาม และเขียวขจีตลอด 5. หมั่นเช็คสภาพระบบไฟฟ้าปลั๊ก สายไฟว่ามีรอยชำรุดเสียหายหรือไม่ภาพจาก www.tuvie.com ควรสังเกตตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ หลอดไฟ หากพบว่าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกภายในบ้านไม่ให้เกิดอันตรายจาก ไฟฟ้ารัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่ว หรืออาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ 6. หมั่นทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านอยู่เสมอภาพจาก www.allflooring.org บ้านที่ปล่อยให้รกด้วยควันฝุ่น หนาเตอะ นอกจากจะไม่น่ามองแล้ว ยังเป็นแหล่งเชื้อโรค ทำให้คนในบ้านป่วยไม่แข็งแรงอีกด้วย ดังนั้นควรทำความสะอาดข้าวของในบ้านอยู่สม่ำเสมอ7. เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพภาพจาก www.newpages2u.comเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ สภาพดีพร้อมใช้ อุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงน้ำยาถูพื้นควรมียาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย เมื่อเรามีอุปกรณ์ดีครบถ้วนจะทำให้เราอยากทำความสะอาด และทำความสะอาดดูแลบ้านได้อย่างดีมีคุณภาพอีกด้วย 8. หมั่นดูแลสี ความเสียหายของบ้านเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงอยู่เสมอภาพจาก www.bhb.co.th หมั่นตรวจสอบตัวบ้าน เมื่อพบว่าสีผนังอาคารเกิดฝุ่นคล้ายแป้ง แสดงให้เห็นว่าสีเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพ รอยร้าว สีลอก ทำรัง ควรให้ช่างดูแลซ่อมแซมอุดรอย ทาสี ขัดเงา ทาเคลือบป้องกันปลวกให้เรียบร้อยเพื่อให้บ้านคงสภาพดีดังเดิม9. บ้านที่มีถังสำรองน้ำกักเก็บน้ำไว้ใช้ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำภาพจาก www.haaksquare.com ควรตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำว่ามีดินเปียกหรือผนังเปียกที่เกิดจากการรั่วซึ่มของน่ำ ทุกๆ 2 ปี รวมถึงการตรวจสอบตะไคร้น้ำข้างถังทุกๆ ปี หรือสังเกตปั้มน้ำทำงานตอนไม่ได้ใช้น่ำหรือไม่หากทำงานอาจเกิดจากมีน้ำรั่ว10. มีระบบการป้องกันบ้านจากปลวกภาพจาก caring.ridpest.com ควรมีการตรวจสอบปลวกทุกๆ 4 เดือนหากพบปัญหาปลวกขึ้นบ้านให้รีบแจ้งบริษัทที่รับกำจัดปลวกฉีดยาป้องกันปลวกและให้รับประกันปลวกขึ้นบ้านด้วย พอหมดประกันก็ให้มาตรวจดีอีกครั้งเพื่อต่อประกันปลวกขึ้นบ้าน เพราะปลวกขึ้นบ้านทำให้บ้านได้รับความเสียหายโดยเฉพาะเสาบ้าน คานซึ่งเป็นที่เสริมความแข็งแรงของบ้านต้องหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอ  จาก 10 เทคนิคดูแลบ้านที่เราได้นำเสนอคุณไป ก็หวังว่าคุณจะกลับไปดูแลรักษาบ้านของคุณให้สวยงามและน่าอยู่เสมอ อย่าลืมว่าจุดเริ่มต้นของชีวิตมักมาจากบ้าน หากบ้านดีมีคุณภาพแล้วก็จะส่งผลให้สมาชิกดีตามไปด้วยเช่นกัน  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.poolprop.com

เลือกช่างตกแต่งห้องน้ำอย่างไรให้เป๊ะ ปัง!

สำหรับการตกแต่งห้องน้ำนั้นนอกจากเรื่องของงบประมาณ การออกแบบ และพื้นที่แล้ว ความสำคัญอีกอย่างที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญนั่นคือช่างนั่นเองค่ะ การออกแบบที่คุณวาดฝันไว้จะออกมาเป็นรูปร่างได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับช่างที่เข้ามารับหน้าที่ในการตกแต่งห้องน้ำนั้นว่าทำงานได้ดีแค่ไหน ใช่มั้ยล่ะคะ..? ภาพจาก  pixabay.com เพราะหากว่าช่างที่เลือกมาทำงานของคุณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ห้องน้ำของคุณก็จะออกมาสวยงามตามความคาดหวังแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเจอช่างที่ทำผลงานได้ออกมาตรงกันข้ามก็คงทำให้คุณปวดหัวน่าดู การเลือกช่างตกแต่งห้องน้ำจึงมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆ เลย วันนี้ลองมาดูกันว่า มีวิธีเลือกช่างยังไงกันบ้างที่จะไม่ทำให้ผิดหวังภาพจาก pixabay.com 1.เลือกช่างที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ในการตกแต่งห้องน้ำ    เพราะประสบการณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ผลงานออกมาตรงใจ ดังนั้นการที่เราจะทราบว่าช่างคนไหนมีประสบการณ์ ก็ต้องมีการพบปะพูดคุยกันสักเล็กน้อย เพื่อดูลักษณะท่าที และพิจารณารวมๆเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า ช่างคนนี้เชื่อใจได้หรือไม่ 2. ราคาเหมาะสมและรับได้   เรื่องราคาก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เวลาที่เราจะจ้างช่างมาตกแต่งห้องน้ำ เนื่องจากเรทราคาของแต่ละเจ้าก็ จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก็ควรเลือกดูให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ เพราะการคิดราคาแพงไม่ได้หมายความว่างานจะออกมาตรงใจเสมอไป ภาพจาก pixabay.com 3. ควรเป็นช่างที่สามารถพูดคุยกันได้ง่าย  เรื่องของการออกแบบและการตกแต่งนั้นเป็นไอเดียเฉพาะตัว ช่างที่ดีควรมีความใส่ใจ คอยมาเช็คหน้างานอยู่ตลอดเวลาและติดตามผลเพื่อนำมาปรึกษากับเราอยู่เสมอ ไม่ใช่คิดแต่ว่าทำงานให้เสร็จตามคำสั่งที่ได้รับ  4.ไม่มีประวัติในการทิ้งงาน   เรื่องการทิ้งงานถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการเลือกช่างมาทำงานเลยก็ว่าได้ หากได้ช่างที่เก่งแต่ติสท์แตกบ่อยๆ กับช่างที่เก่งน้อยหน่อยแต่รับผิดชอบ เราก็จะสามารถประหยัดเวลา ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิด จ้างช่างใหม่ๆเพื่อเริ่มโปรเจคใหม่ๆ เห็นด้วยมั้ยคะ ? ภาพจาก pixabay.com ภาพจาก pixabay.com 5. สามารถหาอุปกรณ์ในราคายุติธรรมให้กับเราได้    เพราะช่างหลายคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ ดังนั้นหากได้ช่างที่ดีและพร้อมจะแนะนำร้านขายอุปกรณ์ห้องน้ำที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมให้กับเราได้ ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณให้กับเราได้มากอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าสไตล์การตกแต่งห้องน้ำ อุปกรณ์การตกแต่งจะมีความสำคัญ แต่ก็อย่าลืมเรื่องของช่างที่รับผิดชอบงานกันด้วยนะคะ เพื่อห้องน้ำที่ตรงใจและได้คุณภาพตามที่เราต้องการ 

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการตกแต่งห้องน้ำ

ห้องน้ำคือห้องธรรมดาห้องหนึ่งที่ทุกบ้านจะต้องมี เพราะห้องน้ำมีความจำเป็นในการใช้งานสำหรับคนทุก ๆ คนที่ขาดไม่ได้ทีเดียวเราจึงได้ เกร็ดน่ารู้สำหรับห้องน้ำที่น่าสนใจมาฝากคุณ  1. วัสดุประเภทหินอ่อนไม่เหมาะกับการใช้ในห้องน้ำ                คนมากมายที่เข้าใจผิดว่า หินอ่อนคือวัสดุปูพื้นและผนังหรูหราที่อยากนำมาใช้ปูห้องน้ำ เพราะคิดว่าคงจะทำให้ได้สัมผัสที่อ่อนละมุนและยังสวยงามด้วยลายของหินอ่อนและดูหรูหราด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่า หินอ่อนเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ แม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งชื่นชอบและนำหินอ่อนมาตกแต่งห้องน้ำก็ตาม นั่นก็เพราะว่า ในเนื้อของหินอ่อนมีลักษณะพรุน ทำให้ดูดซับเอาน้ำไว้ได้มาก ห้องน้ำจะเกิดความชื้นสูงและละหินอ่อนเมื่อเปียกน้ำก็แห้งยากและยังเปรอะรอยคราบต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย  2. แกรนิตทำให้พื้นห้องน้ำอันตรายได้                หินแกรนิตหริอกระเบื้องแกรนิต รวมทั้งแกรนิโต้ เป็นอีกวัสดุหนึ่งในการปูพื้นห้องน้ำที่นิยมกัน แต่พื้นแกรนิตก็มีให้เลือกหลากหลายพื้นผิว การเลือกพื้นแกรนิตหรือกระเบื้องแกรนิตโดยดูที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ห้องน้ำของคุณเป็นสถานที่อันตรายได้ เพราะแกรนิตส่วนใหญ่จะมีพื้นผิวแข็งและมัน เมื่อโดนเข้ากับน้ำจึงลื่นง่ายมาก ทำให้อันตรายและเกิดอุบัติเหตุได้  3. ขนาดของโถชักโครกเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ                โถชักโครกนั้นใครว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ เมื่อไปเลือกแบบของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำนั้น หลาย ๆ คนเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วโถชักโครกเป็นสิ่งที่ต้องลองนั่งดูก่อนจึงจะเลือกที่เหมาะและถูกใจได้ ขนาดของชักโครกนั้นไม่ใช่ว่ามีขนาดใหญ่มากจะยิ่งดีเสมอไป หรือดีไซน์สวยนั้นดี แต่ดีไซน์และขนาดบางครั้งอาจดูดีแต่เมื่อใช้งานนั่งแล้วไม่ลงตัว โถชักโครกที่ใหญ่ไปนั่งแล้วอาจจะลื่นหล่นได้ โถสวย ๆ อาจจะนั่งแล้วไม่สบายก็เป็นได้ โถที่เตี้ยเกินไปก็ทำให้นั่งแล้วเมื่อย ดังนั้นเรื่องของโถชักโครกจึงต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกทีเดียว 4. พื้นห้องน้ำใครว่าไม่สำคัญ                พื้นห้องน้ำนั้นเป็นส่วนสำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์ประกอบห้องน้ำไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ พื้นห้องน้ำที่มีความลื่นมากเกินไปจะทำให้หกล้มได้ง่าย ในขณะที่พื้นห้องน้ำที่ขรุขระเกินไปพื้นผิวสากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะเมื่อเราอาบน้ำผิวหนังมีความเปียกจะมีภาวะที่เปื่อยและอ่อนแอกว่ายามปกติ ถ้าครูดหรือสัมผัสเข้ากับพื้นที่ขรุขระเกินไปก็จะเกิดแผลหรือเจ็บได้ง่าย ดังนั้นพื้นจึงต้องมีสัมผัสที่พอดี ไม่ลื่นไปและไม่ขรุขระจนเกินไป  ขนาดของกระเบื้องที่ปูก็เช่นกัน หากแผ่นใหญ่เกินไปก็จะดูห้องน้ำแคบอึดอัด ในขณะที่ถ้ากระเบื้องมีขนาดเล็กเกินไปก็ทำความสะอาดลำบากเกิดคราบตามรอบต่อได้ง่ายเช่นกัน 

การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมในแต่ละห้อง

ผ้าม่าน เป็นทั้งของตกแต่งบ้าน และ ไว้สำหรับปิดกันแดด รวมไปถึงให้บ้านของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับแต่ละห้องที่บทความของเราจะนำเสนอในวันนี้ จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณเลือกซื้อผ้าม่านได้ง่ายขึ้นทั้งรูปแบบ เนื้อผ้า และสี 1.ห้องรับแขกภาพจาก st.hzcdn.com ภาพจาก homedecorcatalogs.info ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยสำหรับทุกคนในบ้าน และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน การตกแต่งห้องรับแขกเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้าน การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องรับแขก ถ้าห้องรับแขกของคุณมีพื้นที่กว้าง และ สูงโปร่ง ควรใช้ผ้าม่านที่มีสีโทนเข้ม และสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายได้ เพราะขนาดห้องกว้างการมีผ้าม่านสีเข้มไม่ได้ทำให้ห้องแคบลง ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก แต่ไม่ต้องการให้ม่านทึบจนเกินไป คุณอาจจะเสริมผ้าโปร่งอีกชั้น โดยสีผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นสีขาวหรือออฟไวท์ เพราะถ้าใช้สีเข้มหรือสีเดียวกับตัวผ้าม่านจะดูไม่เหมาะ (สีออฟไวท์จะช่วยลดแสงทำให้เกิดความนุ่มนวลสบายตา ให้นึกสีของหลอดไฟ ระหว่างเดย์ไลท์ กับวอมไวท์) 2. ห้องนอนภาพจาก www.budgetblinds.com ภาพจาก www.easyblinds.co.nz การเลือกผ้าม่าน ห้องนอน ก็เป็นอีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านห้องนอนนอกจากการกันแสง ปิดบังสายตา รักษาความเป็นส่วนตัว ความสำคัญอีกอย่าง ผ้าม่านยังช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ  การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องนอน สามารถเลือกสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบผ้าม่านหรือเลือกสี ให้เลือกสีที่เราชอบเป็นอันดับแรก สีที่ถูกโฉลกกับเรา ด้วยห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว สามารถสร้างความเป็นตัวและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ ควรเป็นแนวสีที่ดู สดชื่น สดใส น่าสนใจ และผ่อนคลาย ไม่ควรใช้สีเข้มมากนัก สีทีควรใช้คือ สีเบจ ชมพู โอโรส ฟ้า ขาว น้ำตาลอ่อน หรือเหลืองอ่อนๆ และควรคำนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ ผนังห้องหรือส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย  3. ห้องหนังสือ ห้องทำงานภาพจาก designxzo.com ภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ห้องทำงาน ห้องหนังสือเป็นห้องที่ตองใช้สมาธิขณะที่ใช้งานในห้อง การเลือกซื้อผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันสายตาจากภายนอกได้ การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องหนังสือ ห้องทำงาน ควรเป็นผ้าพื้นสีเท่านั้น แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็กๆ ไม่เด่นสุดตา สีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน รูปแบบผ้าม่านควรเป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือม่านตาไก่  เพราะบรรยากาศห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบเพื่อความคิดหรือสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงาน  4. ห้องอาหารภาพจาก s-media-cache-ak0.pinimg.com ภาพจาก www.calltheblindspot.com ห้องที่เป็นที่รวมตัวของสมาชิกในบ้านที่จะมารับประทานอาหาร เป็นห้องที่สร้างความสุขการเลือกโทนสีผ้าม่านก็สามารถใช้สีที่สดใส หรือสีที่สมาชิกในบ้านชอบได้ แต่ที่สำคัญคือต้องเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆอีกด้วย  5. ห้องครัว ภาพจาก theinspiredroom.net ภาพจาก witwipe.com ควรทำเป็นม่านโปร่ง หรือผ้าโปร่งแสง ด้วยห้องครัวเป็นหัองที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดี รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่ง รางแป๊บกลมเล็ก ติดตั้งเปิดบังส่วนที่จำเป็น อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา แต่ต้องไม่ไกล้ความร้อนจากเตา  ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร โดยเฉพาะไอน้ำมัน จะจับและสะสม จะยากต่อการทำความสะอาด จากเทคนิคการเลือกซื้อผ้าม่านที่เราแนะนำคุณไปจากบทความขั้นต้น คุณสามารถนำไปปรับใช้โดยยึดตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เพื่อให้บ้านของคุณสวยงามตรงกับความต้องการของคุณ ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.cacurtain.com

เทคนิคการจัดบ้านอย่างไร ให้สะอาดน่าอยู่

บ้านคือสถานที่อยู่อาศัยของคนในครอบครัว เป็นศูนย์รวมของสมาชิกภายในบ้าน เป็นที่พักพิงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น  แต่ภาพบ้านที่สวยงามเหล่านั้น อาจจะไม่น่าภิรมย์อีกต่อไป ถ้าสมาชิกในบ้านปล่อยให้บ้านดูทรุดโทรมและไม่ช่วยกันดูแลรักษา  ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือข้างในบ้าน ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อาศัยและแขกผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก  วันนี้เคล็ดลับคู่บ้านจึงมีเทคนิคการจัดบ้านให้สะอาดและน่าอยู่มาฝากกัน ภาพจาก www.zabzaa.com           ลักษณะของการจัดบ้านที่ดีควรแยกให้เป็นสัดส่วนชัดเจน  เริ่มจากบริเวณหน้าบ้าน เป็นด่านแรกที่ผู้คนต้องพบเห็น หน้าบ้านที่ดีควรจัดให้ดูโล่งและมีความสวยงาม ที่จอดรถควรทำให้เป็นสัดส่วนชัดเจน หากมีสวนบริเวณหน้าบ้านก็ควรทำการตัดแต่งต้นไม้เป็นประจำ ไม่ปล่อยหญ้าให้ขึ้นรก เพราะอาจจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษได้ ภาพจาก www.goodhousekeeping.com           ภายในบ้านควรจัดให้มีห้องรับแขก แต่ถ้าพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็ควรจัดให้มีมุมรับแขกเล็ก ๆ ภายในบ้าน  ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ควรเก็บให้เป็นระเบียบ มองดูสะอาดตา ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาได้สะดวก  ถ้าบ้านไหนมีชุดเฟอร์นิเจอร์ อย่างโต๊ะและโซฟาสำหรับรับแขก ก็ควรเลือกสีที่เข้าชุดกัน จะช่วยให้ห้องรับแขกดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ภาพจาก baanstyle.com           ห้องน้ำก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามโถสุขภัณฑ์ คราบไคลสบู่ตามผนัง และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย ควรจัดการให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยให้ห้องน้ำสกปรก เพราะนอกจากจะไม่น่าใช้แล้ว ยังจะเป็นแหล่งฟักตัวของเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้  ภาพจาก idhome-design.com           ห้องครัว นับว่าเป็นแหล่งที่จะเกิดความสกปรกได้ง่ายที่สุด  ทั้งคราบมันและกลิ่นของอาหาร จะทำให้ห้องเกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคราบมันที่ติดตามผนัง อีกทั้งควรจัดให้มีที่ดูดอากาศหรือหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ ภาพจาก www.buildingmaterials-supplier.com ภาพจาก www.thaihometown.com           ห้องนอน ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่กลับเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้าน เพราะห้องนอนคือสถานที่ของการพักผ่อน  คิดดูว่าถ้าห้องนอนของเรา มีข้าวของทุกอย่าง วางระเกะระกะเต็มไปหมด ทั้งของใช้ ทั้งเสื้อผ้า ต่าง ๆ ก็คงจะไม่น่าอยู่แน่นอน  ดังนั้น เราจะต้องเก็บของต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าที่ซักแล้วก็ควรเก็บในตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ ของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง อย่างเช่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทำผม ควรมีโต๊ะเครื่องแป้งจัดเก็บเฉพาะ หรือแยกประเภทแล้วหาลิ้นชักขนาดพอเหมาะมาใส่ให้เรียบร้อย   และก็ควรมีถังขยะเล็ก ๆ เอาไว้ทิ้งเศษขยะในห้องนอนด้วย ตัวอย่างการจัดเก็บเครื่องสำอางและของใช้ให้เข้าที่ภาพจาก :www.halalthailand.com ภาพจาก www.banidea.com           สิ่งที่สำคัญที่สุดของการจัดบ้านให้น่าอยู่ก็คือ พยายามจัดสิ่งของภายในบ้านให้ลงตัว ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ควรวางเกลื่อน ควรเก็บใส่กล่องหรือตะกร้า การนำเรื่องของสีเข้ามาช่วยก็เป็นอีกทางที่ทำให้บ้านดูมีระเบียบขึ้น จัดโซนสีเดียวกันหรือใกล้เคียงให้อยู่ด้วยกัน  ถึงแม้ว่าบ้านจะมีขนาดเล็กหรืออาจจะไม่ได้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรามากมาย แต่ถ้าทำให้บ้านของเราสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้บ้านดูสดใสน่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

ไอเดียดัดแปลงของเก่าให้เป็นของแต่งบ้านเก๋ ๆ

ใครหลาย ๆ คนคงเคยสังเกตตามมุม ในตู้หรือในชั้น ตามห้องต่าง ๆ ของบ้านอาจจะมีของรก ๆ หรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางกองอยู่  แต่ของเหล่านั้นหากจะให้เอาไปทิ้งหรือเอาออกไปขายเป็นสินค้ามือสองก็รู้สึกเสียดาย แถมของบางอย่างก็เป็นของที่มีความรักความผูกพัน หรือมีความหลังอยู่ในนั้น ทำให้ยังอยากที่จะเก็บเอาไว้อยู่   อย่ากระนั้นเลย เรามาลองดัดแปลงสิ่งของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วเหล่านั้นให้กลายเป็นของแต่งบ้านกันเถอะ               ภาพจาก decorreport.com 1. วัสดุสิ่งของเหลือใช้นำมาทำโคมไฟได้เชื่อไหมว่า โคมไฟ นับเป็นของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้ได้ทุกโอกาสและสามารถตกแต่งได้ทุกมุมของทุกห้องในบ้านทีเดียว  หากเรามีวัสดุเหลือใช้ไม่ว่าอะไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถนำมาทำโคมไฟได้ทั้งหมด  เพราะหลักการง่าย ๆ ของการทำโคมไฟก็คือ ตัวโคม หรือพื้นที่ที่สามารถใส่หลอดไฟลงไปแล้วแสงไฟสามารถลอดผ่านออกมาได้  และส่วนที่ใช้สำหรับ วาง ห้อย เกี่ยว หรือแขวนแล้วแต่สะดวก   ดังนั้นหากเรามีวัสดุอะไรก็ตามที่สามารถนำมาทำให้เกิดเป็นช่องว่างตรงกลางได้ เราก็สามารถทำโคมไฟได้ ชุดไฟสำเร็จรูปที่มาพร้อมปลั๊ก สายไฟ และสวิซ ก็มีให้เลือกซื้อหาได้ตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปสะดวกสบาย  ขั้นตอนแรก นำวัสดุเหลือใช้ อาจจะเป็นกระดาษแข็ง กล่อง  ตุ๊กตาพลาสติก  หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช้ แต่ต้องแน่ใจว่าเมื่อถูกความร้อนเป็นเวลานานแล้วจะไม่ละลายหรือไหม้ได้   นำมาเป็นวัสดุหลัก ใช้ปืนกาวในการประสานให้เกิดรูปทรง และใส่อุปกรณ์ที่ใช้วาง ตั้ง หรือหากจะแขวนก็หาตะขอเกี่ยวสักชิ้น  เมื่อประกอบเสร็จก็นำชุดหลอดไฟสำเร็จมาติดตั้ง เท่านี้ก็พร้อมที่จะนำไปตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้แล้ว ภาพจาก forfur.com 2. กรอบรูปที่ไร้กฎเกณฑ์ของแต่งบ้านที่ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวาสดใสอย่างกรอบรูป หากจะสังเกตจะเห็นว่ากรอบรูปที่วางขายกันตามท้องตลาดมักมีราคาแพง ยิ่งหากเป็นกรอบรูปที่มีดีไซน์การตกแต่งสวย ๆ แปลก ๆ ยิ่งทีราคาสูง ทั้ง ๆ ที่วัสดุที่ใช้ไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับแพงที่ไอเดียและแนวคิดสร้างสรรค์  กรอบรูปสวย ๆ เราเองก็ทำได้ด้วยวัสดุเหลือใช้ในบ้าน เช่น  จานพลาสติกหรือเมลามีนที่ไม่ใช้แล้วเพียงแต่นำรูปมาติดแปะลงไป  กรอบลายของจานเหล่านั้นก็มีความสวยสดใสอยู่แล้ว อาจจะเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการเจาะห่วงที่ด้านบนหรือด้านข้างกรอบ แล้วร้อยห่วงจานกรอบรูปแต่ละใบเข้าด้วยกัน ติดตามผนังก็ให้ความสวยแปลกไปอีกแบบได้ 3. เนรมิตของรกให้กลายเป็นของสะสมมีค่าตามห้องเก็บของหรือตู้เราอาจจะพบกับของไม่ใช้แล้วที่มีจำนวนมาก ๆ เช่นตุ๊กตาสมัยเด็ก ๆ ของลูก ของเล่นที่แถมมากับอาหารฟาสฟู้ดส์ รถคันจิ๋ว ๆ ของเหล่านี้เราหากเราลองหาที่วางเก๋ ๆ อย่างตู้โชว์กระจก ชั้นวางเป็นช่อง ๆ แล้วนำของเหล่านี้มาจัดวางโชว์โดยจัดสีสันและตำแหน่งให้สวยลงตัว ของรก ๆ ก็กลายเป็นของโชว์สะสมแต่งบ้านสวยไปในทันทีภาพจาก forfur.com 4. ของตกแต่งที่มีชิ้นเดียวในโลกจากเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ของแต่งบ้านบางอย่างอาจจะเกิดได้จากวัสดุประเภทเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องไฟฟ้ารวมถึงของใช้ที่หักพังแล้วก็ได้ เช่นโต๊ะเก่า ๆ หากลองเอามาทาสีใหม่ ซื้อสติ๊กเกอร์มาตกแต่งหรือใครพอมีฝีมือศิลปะบ้าง นำมาทำเทคนิคเดโคพาธหรือคอลราจ ก็จะได้ของตกแต่งบ้านชิ้นใหม่จากของชิ้นเดิมที่มีชิ้นเดียวในโลกได้ บ้านที่รก ๆ ไปด้วยของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วก็จะกลายเป็นบ้านที่มีของแต่งบ้านสวย ๆ อยู่ในหลาย ๆ มุมของบ้านไว้อวดแขกที่มาเยือนไม่ยากเลย 

ปัญหาท่อตันแก้ได้ง่ายนิดเดียว

  ท่อตัน เป็นปัญหาที่แทบจะทุกบ้านจะต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นท่อตันในห้องน้ำ หรือ ห้องครัว เนื่องจากสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันทำให้ท่อน้ำเกิดการไม่ระบาย หากเกิดเหตุการณ์นี้กับบ้านของคุณ อย่าเพิ่งรีบร้อนโทรหาช่าง เรามีวิธีแก้ไขปัญหาท่อตันที่คุณเองก็ทำได้ง่ายๆ 1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้นภาพจาก www.icreatables.com          หากท่อน้ำของคุณตัน วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ใช้ที่ปั๊มส้วมช่วย โดยครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา 2. รีบเข้าครัวไปหยิบน้ำส้มสายชู และ เบคกิ้งโซดา มาอย่างด่วน!ภาพจาก aos.iacpublishinglabs.com           ใข้เบคกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงเทลงไปในท่อ และ เทน้ำส้มสายชูอีก ½ ถ้วยตวงตามลงไป ทิ้งไว้ซักพัก จากนั้นให้นำน้ำร้อนลงไปท่อซ้ำอีกครั้ง 3. โซดาไฟ กัดคราบสกปรกให้หลุดออกจากท่อน้ำภาพจาก i00.i.aliimg.com           วิธีนี้แนะนำว่าให้ใช้แก้ปัญหาส้วมอุดตันเท่านั้นและควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันด้วย ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย แล้วก็ลงมือผสมโดยการเทน้ำเย็นลงในถังประมาณ ¾ แกลลอน ตามด้วยโซดาไฟอีก 3 ถ้วยตวง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองฟู่และไอร้อนก็รีบเทลงในชักโครก ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยเทน้ำต้มเดือดราดลงไป 4. ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาดภาพจาก s3.kaercher-media.com           หากท่อน้ำทิ้งที่อ่างล้างหน้าหรืออ่างล้างจานเกิดอุดตันมากเกินไป แนะนำให้ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาดน่าจะดีที่สุด เริ่มจากปิดวาล์วน้ำให้น้ำหยุดไหล แล้วนำถาดมารองไว้ใต้ท่อน้ำด้านล่าง จากนั้นค่อย ๆ ถอดท่อน้ำข้อต่อระหว่างอ่างกับผนังออกมาทีละส่วน แล้วใช้แปรงสีฟันขัดถูทำความสะอาดสิ่งอุดตันออกให้หมด และให้นำที่ปิดน้ำตรงปากท่อน้ำทิ้งออกมาทำความสะอาด แล้วจัดการต่อท่อกลับไปให้เหมือนเดิม 5. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อภาพจาก img-aws.ehowcdn.com           ใช้ไม้แขวนเสื้อในกรณีที่มองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา จาก 5 เทคนิคง่ายๆที่คุณก็สามารถจัดการเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาช่างมืออาชีพ ก็ทำให้คุณสามารถเซฟเงินและจัดการปัญหาท่อตันได้ด้วยตัวเองแล้ว  ขอบคุณแหล่งข้อมูล  home.kapook.com

วิธีดูแลห้องน้ำให้สะอาดและน่าใช้อยู่เสมอ

ห้องน้ำ เป็นหนึ่งในส่วนที่มีความสำคัญเป็นพิเศษของบ้านที่หลายๆ คนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว ห้องน้ำถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของบ้านเลยทีเดียว เพราะหลายๆ ครั้งที่มีแขกมาเยี่ยมเรา ก็อาจจะมีบ้างที่แขกจะต้องขอเข้าห้องน้ำ แล้วลองนึกสภาพว่า เวลาแขกเข้าห้องน้ำที่บ้านเราแล้วพบว่า โถส้วมไม่สะอาด กำแพงมีคราบ พื้นมีตะไคร้ แขกของเราจะมีความรู้สึกอย่างไรกับสภาพดังกล่าว และเพื่อไม่เกิดสภาพดังเช่นที่ได้กล่าวไป ทางเราจึงได้นำวิธีการดูแลส่วนต่างๆ ในห้องน้ำให้สะอาดและน่าใช้อยู่เสมอมาฝากกัน  โถส้วม เป็นส่วนที่น่าจะมีโอกาสสกปรกมากที่สุดในห้องน้ำ ดังนั้น เราจึงใส่ใจกับมันให้มากๆ โดยทุกครั้งที่ใช้เสร็จ ให้เราตรวจดูว่า มีคราบสกปรกใดๆ หลงเหลืออยู่หรือไม่ หากมีให้เราทำความสะอาดทันที โดยอาจใช้แปรงขัดไปที่บริเวณที่มีคราบสกปรกแล้วราดน้ำให้สะอาด โถปัสสาวะ บางบ้านอาจมีการใช้โถปัสสาวะสำหรับผู้ชาย ซึ่งเมื่อมีการใช้โถปัสสาวะเสร็จเรียบร้อย ให้เราทำการราดน้ำทุกครั้ง และตรวจดูว่ามีบริเวณใดที่เปื้อนปัสสาวะที่อาจกระเด็นหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีก็ให้เราราดน้ำให้สะอาด การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถลดคราบสกปรกที่เกิดขึ้นจากปัสสาวะได้ และยังช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของปัสสาวะอีกด้วย อ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ หลังจากใช้เสร็จทุกครั้ง ควรราดน้ำและขัดทำความสะอาดให้เรียบร้อยทุกครั้ง อย่าให้หลงเหลือคราบสบู่ แชมพูหรืออื่นๆ ติดอยู่เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อราได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ กำแพงห้องน้ำ ส่วนใหญ่กำแพงห้องน้ำมักไม่ค่อยมีคราบสกปรก แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่เราใช้อาบน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากกระเด็นของฟองสบู่และแชมพู สะสมเป็นเวลานาน  จนทำให้เกิดคราบสบู่ติดอยู่บริเวณกำแพงห้องน้ำ ซึ่งหากเราไม่ดูแลอยู่เสมอ ก็จะทำให้กำแพงห้องน้ำเป็นคราบสีเหลือง ซึ่งจะทำให้ทำความสะอาดได้ยาก ดังนั้น เราจึงควรตรวจดูทุกครั้งว่า มีฟองสบู่และแชมพูติดบริเวณกำแพงที่ใกล้กับที่เราอาบน้ำหรือไม่ หากมี ให้เราใช้น้ำราดไปที่บริเวณดังกล่าว แค่นี้ก็ช่วยให้กำแพงห้องน้ำของเราสะอาดอยู่เสมอแล้ว พื้นห้องน้ำ เป็นส่วนที่ถูกมักเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำให้มีโอกาสเกิดตระไคร้น้ำและเชื้อราได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยการใช้แปรงขัดพื้นห้องน้ำ หลังจากนั้นจึงราดน้ำทำความสะอาดให้เรียบร้อย แค่นี้ก็ช่วยให้เราลดการเกิดตระไคร้และเชื้อราที่พื้นห้องน้ำได้แล้ว แต่ถ้าให้ดี เราควรเช็ดทำความสะอาดพื้นห้องน้ำให้แห้งด้วยก็จะดีมากๆ การทำความสะอาดตามวิธีที่ได้แนะนำไปในข้างต้น จะช่วยให้ห้องน้ำของเราสะอาด ไม่เก่าและน่าใช้อยู่เสมอ แขกไปใครมา ก็ไม่อาย และไม่ต้องเหนื่อยกับการจัดการคราบสกปรกฝังลึก ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่ๆ หากเราไม่ใส่ใจมัน 

เคล็ดลับดี ๆ ถนอมของใช้ในบ้านให้ทนนาน

ของใช้ต่าง  ๆ ที่เราซื้อหามาใช้นั้นย่อมมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่นอกจากอายุการใช้งานที่จะเสื่อมไปตามสภาพปกติแล้ว การเก็บรักษาและวิธีใช้ของเหล่านั้นก็มีส่วนทำให้ของใช้ เสื่อมสภาพพังเร็วหรือใช้ได้ยาวนานกว่าอายุใช้งานที่ควรเป็นก็ได้ ขึ้นอยู่กับวิธีใช้งานของผู้เป็นเจ้าของ การใช้ของให้ถนอมและทนนานก็มีเคล็ดลับเช่นกัน  1. ยืดอายุของเสื้อผ้า          เสื้อผ้าเป็นของใช้ที่มีวันเก่าและซีดพังอย่างเห็นได้ชัดชิ้นหนึ่ง หากไม่ได้รับการถนอมให้ดีก็ซีดขาดเก่าเร็วได้ เสื้อผ้าบางตัวมีราคาแพงเราก็อยากให้อยู่ทนนานและดูใหม่อยู่เสมอ เคล็ดลับก็คือ หากมีรอยคราบสกปรก ก่อนนำไปซักแบบเบามือหรือลงเครื่องซักในโปรแกรมถนอมผ้า ควรทำความสะอาดเฉพาะรอยคราบเหล่านั้น ชุดบางชุดอาจจะไม่ต้องซักบ่อยหากไม่สกปรกอะไร ก็ให้แขนผึ่งในที่ร่ม และทำความสะอาดเฉพาะจุดที่เปื้อนก็ได้ 2. รองเท้าคู่ทน          วิธีการดูแลรักษารองเท้าให้ใช้งานได้นาน ๆ ก็คือ เมื่อรองเท้าเปียกให้รีบทำให้แห้งเร็วที่สุด  พยายามหาซื้อรองเท้าที่สามารถเปลี่ยนพื้นรองเท้าได้  มีรองเท้าหลายคู่เพื่อสลับกันใส่ รองเท้าจะมีอายุการใช้งานนานขึ้นทุกคู่  ใส่รองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน เช่นวันลุย ๆ ควรใส่ผ้าใบเป็นต้น เพราะการใส่รองเท้าผิดชนิดไปทำกิจกรรมที่ไม่ควรจะเป็นการลดอายุรองท้าอย่างเห็นได้ชัด  อย่าเหยียบส้นรองเท้า การเหยียบส้นรองเท้าเป็นการทำร้ายรองเท้าให้มีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควร 3. ถนอมเฟอร์นิเจอร์          การใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ก่อนอื่นตำแหน่งในการวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในบ้านควรวางให้เหมาะสม เช่นเฟอร์นิจอร์ผ้าบุ และเฟอร์นิเจอร์พลาสติก ไม่ควรวางในที่ ๆ แดดจัดๆส่องถึง ความร้อนและแสงแดดจะทำให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นเสื่อมเร็ว  หากต้องโดดแดดมาก ๆ ควรเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในจุดนั้นเป็นไม้หรือเหล็กจะดีกว่า  การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์อยู่เสมอก็ช่วยยืดอายุให้เฟอร์นิเจอร์ไม่เก่าโทรมเร็วได้ด้วย 4. ถนอมตู้เย็นให้ใช้ได้นาน          การถนอมตู้เย็นให้ใช้ได้นานอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ตู้เย็น เริ่มจากไม่ตั้งอุณหภูมิให้สูงเกินไป ช่องปกติควรอยู่ที่ 1 ถึง4 องศาเซียลเซียส เพราะหากอุณหภูมิสูงกว่านี้จะทำให้ตู้เย็นเกิดเชื้อราง่าย  ไม่นำอาหารร้อน ๆ ใส่ไปในตู้เย็นทันทีควรรอให้หายร้อนก่อนนำเข้าตู้เย็น ไม่ควรตั้งตู้แย็นใกล้แหล่งความร้อน เช่นเตาประกอบอาหารหรือเตาอบ และตั้งให้ห่างผนังด้วย  5. รักษาไม้กวาดให้ใช้ได้นาน          ไม้กวาดดอกหญ้าที่ใช้กันตามบ้านนั้น จะสังเกตได้ว่าเวลาใช้ดอกไม้กวาดมักจะหลุดรุ่ยได้ง่าย และงอแยกเป็นเหมือนผมแสกกลาง ทำให้อายุการใช้งานสั้น วิธีถนอมไม้กวาดดอกหญ้าให้ใช้งานได้นาน ๆ ก็คือ เริ่มจากการเลือกซื้อไม้กวาด ให้เลือกชนิดที่มีดอกแน่นหนาและยาวแข็งแรง ด้ามที่จับปลายด้ามมีห่วงคล้องเชือกได้ เพื่อเวลาเก็บจะคล้องเชือกแขวน ปลายไม้กวาดก็จะอยู่สูงกว่าพื้นดอไม้กวาดไม่งอหรือแยกเป็นแฉกง่าย  ก่อนนำไปใช้ให้จุ่มไม้กวาดในน้ำเกลือร้อน ดอกไม้กวาดจะแข็งแรงทนนานไม่ขาดร่วงง่าย และไม่ควรใช้กวาดน้ำชุ่ม ๆ   

เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำให้สวยปิ๊งด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการตกแต่งห้องน้ำ อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โต ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ต้องมีการวางแผนชนิดที่ใช้เวลานาน ต้องจ้างช่างในการออกแบบและตกแต่งห้องน้ำ ทว่าจริงๆ แล้วห้องน้ำธรรมดาๆ ของทุกบ้านก็สามารถที่จะตกแต่งด้วยวิธีการง่ายๆ ให้ดูสวยปิ๊งสะดุดตาและไม่เหมือนใครได้ เพียงแค่ต้องรู้จักใช้ไอเดียดีๆ ในการที่จะตกแต่งห้องน้ำให้สวยงาม ลองมาดูกันค่ะ ภาพจาก cugala.com 1.      ทำชั้นวางขวดครีมอาบน้ำหรือขวดยาสระผมด้วยตัวเอง     ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้มีความยากเย็นอะไรเลยค่ะ เพียงแค่ดีไอวายของเหลือใช้ในบ้าน เช่น ไม้ หรือพลาสติก แล้วจัดทำในลักษณะเหมือนชั้นวางของ หลังจากนั้นก็ติดกับผนังห้องน้ำ เท่านี้ก็สามารถที่จะมีชั้นวางของในห้องน้ำง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้ว 2.      เพิ่มความสวยงามให้กับกระจก    สำหรับบางบ้านที่ติดกระจกไว้ที่ผนังเฉยๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาประดับตกแต่งเลย อาจจะใช้การเล่นสีสันด้วยการหาไม้มาทาสีหรือวาดรูปให้สวยงามจากนั้นก็ติดไปรอบกระจกดังกล่าว เท่านี้ก็สามารถที่จะสร้างสีสันให้กับห้องน้ำง่ายๆ ด้วยงบประมาณที่มีแล้วล่ะค่ะ ภาพจาก www.topdreamer.com 3.      เพิ่มลูกเล่นโดยใช้แถบแม่เหล็ก    สำหรับสาวๆที่ชอบใช้ของกระจุกกระจิกและดึงดูดแม่เหล็กได้ เช่น กิ๊ฟท์ติดผม, กรรไกรตัดเล็บ ฯลฯ อาจจะนำแถบแม่เหล็กมาติดไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว ยังหยิบใช้งานได้ง่ายและสะดวก อีกด้วย ส่วนใครคิดว่าวิธีนี้อาจแลดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ก็อาจเพิ่มของตกแต่งตามจินตนาการได้ตามใจค่ะ  ภาพจาก sprwmn.blogspot.com 4.      ตะกร้าหลากสีสันสร้างประโยชน์     ตระกร้าใบเล็กๆน้อยๆที่ขายตามตลาดนี่หล่ะค่ะ ลองเอามาแขวนติดไว้ในห้องน้ำเพื่อใส่ของใช้ต่างๆได้ค่ะ เลือกสีที่ชอบ ดีไซน์ที่ใช่ แล้วแขวนโลดค่า ภาพจาก  imgur.com 5.      สร้างจุดเด่นให้กับห้องน้ำ     คำว่าสร้างจุดเด่นคือเมื่อคนเดินเข้าห้องน้ำมานี่คือสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องเห็น โดยอาจจะเลือกเอานาฬิกาลายแปลกๆ สวยๆ มาติดเอาไว้ หรือภาพวาด ภาพต่อจิ๊กซอว์ สวยๆ มาติดเอาไว้ภายในห้องน้ำ เพื่อให้พื้นที่ตรงนั้นดูโดดเด่น สวยงาม น่าใช้มากขึ้นนั่นเองค่ะ  ภาพจาก  ths.gardenweb.com เพราะการตกแต่งห้องน้ำนั้น นอกจากจะต้องคำนึงด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว การตกแต่งให้ดูสวยงาม น่าใช้ สะอาดสอ้าน ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ไม่จำเป็นต้องแพง แค่รู้จักใช้ไอดี แล้วจัดงบให้เหมาะสม เพียงแค่นี้ห้องน้ำธรรมดา ก็สามารถสวยงามน่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ

กระเบื้องห้องน้ำเลือกอย่างไรให้ตรงใจ

กระเบื้องห้องน้ำนับเป็นวัสดุที่สำคัญและจำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของห้องน้ำทีเดียว การเลือกวัสดุปูพื้นและผนังอย่างกระเบื้องห้องน้ำก็ต้องรู้จักในรายละเอียดของวัสดุและการออกแบบกระเบื้องที่มีขายอยู่ด้วย เพราะกระเบื้องแต่ละชนิด แต่ละขนาดและพื้นผิวที่มีความแตกต่างกันก็ให้ประโยชน์ใช้งานในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันด้วย   1. กระเบื้องโมเสก                มักจะมีขนาดเล็กและใช้วัสดุในการทำหลากหลายแต่ส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นเนื้อแก้วมากกว่าเซรามิก สวยงามและมีดีไซน์หลากหลาย แต่ข้อเสียของกระเบื้องโมเสกก็คือไม่ค่อยดูดซึมน้ำเท่าที่ควร การปูกระเบื้องโมเสกในห้องน้ำหากต้องการจะใช้ ควรใช้ตกแต่งในบางจุดของห้องน้ำ ซึ่งกระเบื้องโมเสกเหมาะจะนำมาตกแต่งผนังห้องน้ำมากกว่าพื้น เพราะขนาดที่เล็กและไม่ค่อยดูดซึมน้ำนั้นจะทำให้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้ยาก และละยังทำให้เกิดสัมผัสรอยต่อที่สากเท้ามากกว่า  ราคาของกระเบื้องโมเสกก็สูงกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 2. กระเบื้องเซรามิก                สำหรับกระเบื้องเซรามิกเป็นกระเบื้องที่เรามักจะเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และเป็นกระเบื้องชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในการนำมาตกแต่งห้องน้ำ  กระเบื้องเซรามิกมีหลายพื้นผิวและหลายขนาดให้เลือก  ในการปูพื้นห้องน้ำมีข้อแนะนำก็คือ ควรใช้กระเบื้องเซรามิกที่มีพื้นผิวค่อนข้างด้านหรือกึ่งด้าน เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการลื่นได้ดี พื้นห้องน้ำเป็นส่วนที่มักจะชื้นและเปียกการเลือกใช้กระเบื้องจึงไม่ควรเลือกที่มีพื้นผิวลื่นจนเกินไป  กระเบื้องเซรามิกขนาดแผ่นใหญ่จะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีซอกหรือรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องมาก แต่ในห้องน้ำที่มีขนาดเล็กการเลือกกระเบื้องให้มีขนาดไม่ใหญ่มากก็จะทำให้พื้นห้องน้ำดูกว้างขึ้นได้  3. กระเบื้องดินเผา                กระเบื้องดินเผาเป็นกระเบื้องที่นิยมใช้กันมานาน แต่มักจะใช้ในจุดอื่น ๆ ของบ้านเช่นหลังคาหรือชานบ้าน  แต่สามารถนำมาใช้กับห้องน้ำได้ และจะเหมาะอย่างยิ่งกับห้องน้ำที่มีการตกแต่งในสไตล์ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกละเมียดละไมและความเป็นพื้นบ้าน แต่ข้อเสียก็คือดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ยากกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ และยังไม่ทนทานเท่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ ด้วย 4. กระเบื้องแก้ว                กระเบื้องแก้วมีความวาวใสและทำจากแก้วสำหรับการนำมาตกแต่งห้องน้ำก็จะทำให้ห้องน้ำสวยมีสีสันทันสมัย ให้ความรู้สึกโปร่งตาและความรู้สึกของสายน้ำที่สดชื่นได้ดี แต่กระเบื้องแก้วค่อนข้างมีราคาที่สูงและมีลักษณะเป็นชิ้นเล็ก ๆ คล้ายกับกระเบื้องโมเสก ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาตกแต่งในส่วนของผนังห้องน้ำมากกว่าพื้นห้องน้ำ                  เมื่อได้ทราบถึงชนิดต่าง ๆ ของกระเบื้องแล้วก็คงทำให้สามารถเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับห้องน้ำของคุณได้ง่ายขึ้น นอกจากชนิดของกระเบื้องแล้ว การเลือกกระเบื้องห้องน้ำยังต้องคำนึงถึง สีสัน ลวดลาย ขนาดและพื้นผิวของกระเบื้องที่จะต้องใช้ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน  ภาพประกอบจาก babbaan.in

ข้อห้ามในการตกแต่งห้องครัว

การตกแต่งห้องครัวให้สวยนั้น มีความแตกต่างจากการตกแต่งห้องอื่น ๆ อยู่บ้าง เนื่องจากหองครัวเป็นห้องที่มีอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อใช้สำหรับการประกอบอาหารหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในโซนของน้ำคืออ่างล้างงจาก ก็อกน้ำ และในโซนของไฟเช่นเตาแก๊สและการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ข้อห้ามหรือข้อควรระวังในการตกแต่งครัวที่ควรรู้สำหรับคนที่กำลังคิดจะตกแต่งครัวในบ้านมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูไปด้วยกัน  1. พื้นครัวไม่ควรลาดเอียงหรือเล่นระดับการมีพื้นครัวที่ระดับพื้นไม่เรียบเสมอกันจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เพราะอย่าลืมว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำในครัวนั้นมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้ หากไม่ระวัง พื้นที่ไม่เท่ากันจะทำให้เสียการทรงตัวและลื่นล้มลงได้ง่าย ๆ หากในขณะที่ล้มถือมีดอยู่ก็อาจจะบาดร่างกายอันตรายถึงชีวิต หรือหากกำลังถือหม้อหรือกระทะอยู่ก็อาจจะทำให้ของในภาชนะนั้นหกราดรดตัวได้ ยิ่งหากเป็นของร้อนก็จะอันตรายมากทีเดียว 2. วัสดุปูพื้นครัวไม่ควรมันลื่นในกรณีและเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน พื้นครัวก็ไม่ควรจะมีพื้นผิวที่มันหรือลื่นได้ง่าย เพราะในหลาย ๆ ครั้งพื้นครัวมักต้องมีน้ำชื้นแฉะจากการล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือในการทำอาหารบางประเภทได้ เมื่อพื้นมีความลื่นก็จะยิ่งอันตรายทำให้อุบัติเหตุได้ง่ายมาก 3. จุดของสายไฟและสวิตช์ไม่ควรใกล้เตาไฟและน้ำเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากหากการวางจุดเดินสายไฟไม่ถูกออกแบบไว้ก่อนให้รอบคอบ โดยเฉพาะลักษณะเดินสายไฟลอย เพราะความร้อนอาจจะทำปฏิกิริยากับสายไฟและสวิตช์ทำให้ไฟไหม้ครัวได้ หรือแม้กระทั่งความชื้นอาจจะทำให้เกิดไฟช๊อตหรือยืนบนพื้นเปียก มือเปียกเผลอไปโดนสวิตช์หรือปลั๊กไฟเข้าก็เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เช่นกัน 4. แสงสว่างในครัวไม่ควรมืดไปครัวเป็นจุดที่ไม่เหมาะกับแสงไฟนวล ๆ หรือไฟสลัวเลย เนื่องจากการทำครัวหรือประกอบอาหารต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ และในการประกอบอาหารนั้นสีของอาหารก็สามารถบ่งบอกถึงช่วงเวลาสุกของอาหารนั้น ๆ ได้หากเรามองสีอาหารและรายลละเอียดได้อย่างไม่ชัดเจนอาหารที่ปรุงก็อาจจะไม่อร่อยเท่าที่ควร  5. ครัวไม่ควรอยู่ในมุมอับเนื่องจากครัวเป็นสถานที่ที่มีทั้งควัน ไฟ ความร้อน และความชื้น จึงไม่ควรตั้งอยู่ในมุมอับ โดยเฉพาะในจุดที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้น เมื่อประกอบอาหารควันที่เกิดขึ้นก็จะอบอวลอยู่ และในเวลาที่ตั้งเตาใช้ไฟและความร้อน ความร้อนของเตาก็จะระอุอยู่ได้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องจัดห้องครัวไว้ในมุมอับ ควรให้มีพัดลมระบายอากาศ  ลูกหมุนระบายอากาศติดหลังคา หรือเครื่องดูดควัน                 ข้อห้ามเหล่านี้หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะทำให้ห้องครัวหมดปัญหาและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ กลายเป็นครัวที่น่าใช้ปลอดภัยในที่สุด

วิธีตรวจเช็คและซ่อมหลังคารั่ว

หลังคาบ้าน คือ สิ่งสำคัญของตัวบ้านไว้สำหรับป้องกันแสงแดดและฝนจากบ้านของเรา เมื่อเวลาผ่านไปหลังคาที่ปะทะกับแสงแดด ลม และ ฝนก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หรือแม้แต่หลังคาใหม่ๆแต่หากช่างมีฝีมือในการมุงหลังคาไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วก่อนเวลาที่ควรก็เป็นได้ วันนี้เรามีวิธีเช็คหลังคารั่ว และ ซ่อมหลังคารั่วมาให้คุณได้รู้กัน  วิธีเช็คหลังคารั่วในการหารอยรั่วหลังคานั้นเราควรจะเช็คจุดเสี่ยงก่อน เช่น จุดที่เป็นรอยตอระหว่างหลังคา จุดที่มีการยาวแนวหลังคา จุดที่การตอกตะปูใส่หลังคา หรือจุดเป็นรอยต่อของรางน้ำ จุดเหล่านี้มีความเสี่ยงกว่าจุดอื่นๆที่ ดังนั้นเราควรขึ้นไปตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ หรือบ้านบางหลังอาจจะมีการปลูกต้นไม้ไว้ใกล้บ้านใกล้หลังคาก็ควรตรวจสอบหลังคาบริเวณนั้นด้วยว่ามีรอยแตกร้าวหรือรั่วหรือไม่ สำหรับการตรวจเช็ครอยรั่วหลังคาก็มีวิธีดังนี้ ดูด้วยตาเปล่า พยายามมองหารอยรั่วของหลัวคาด้วยตาเปล่าโดยตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งหากเรามีฝ้าเพดาและบริเวณไหนที่ผ้าเพดานบวมน้ำก็ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณนั้น ใช้น้ำทดสอบหลังคารั่ว วิธีนี้ก็คือการฉีดน้ำใส่บนหลังคาและให้อีกคนหนึ่งเข้าไปดูใต้หลังคาและสังเกตว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำหรือเปล่าวิธีนี้เป็นวิธีการตรวจสอบรอยรั่วหลังคาที่ได้รับความนิยม ใช้แสง อาจจะใช้ไฟฉายสองไปบนหลังคาในยามค่ำคืนโดยให้อีกคนดูอยู่ใต้หลังคาว่าเห็นแสงรอดเข้ามาหรือไม่ถ้าเป็นก็แปลว่าหลังคาบ้านของเรารั่ว วิธีนี้ทำในตอนกลางคืนต้องทำอย่างระมัดระวัง วิธีการซ่อมหลังคาใช้กาวอเนกประสงค์ หรือ กาวยาแนว ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆในจังหวัดเรา วิธีซ่อมหลังคารั่วแบบนี้เหมาะสำหรับหลัวรารั่วซึมมีขนาดเล็ก หรือหลังคารั่วตามจุดที่ตอกตะปูหรือจุดที่มียางกันน้ำซึมรอบบานหน้าต่างเสื่อมสภาพ เปลี่ยนแผ่นหลังคา หากหลังคาของคุณมีปัญหารอยรั่วแตกร้าวขนาดใหญ่ก็ให้ใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาแผ่นนั้นไปเลย หลังคาแตกร้าวไม่นิยมใช้ยาวแนวอุดเพราะจะกลับมารั่วใหม่อีกครั้ง ทำดีไซน์หลังคาใหม่ ปัญหาหลังคารั่วแบบนี้เกิดจากฝีมือช่างที่ไม่ชำนาญการ การแก้ไขดีไซน์ใหม่ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หลังคาบ้านก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่อยู่อาศัย ที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นหากรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดเสี่ยงคุณควรรีบหาทางแก้ไข หรือ ป้องกันก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง เราก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยเหลือคุณได้ไม่มากก็น้อย

บทความที่แนะนำ

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา มักจะได้สตาร์ทเงินกันที่ 10,000 – 15,000 บาท แม้ว่ายอดเงินจะไม่ถึง 20,000 ก็อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปว่าจะมีโอกาสได้กู้บ้านเหมือนคนอื่นหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน  1. คำนวณหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้าน ภาพจาก www.makemoneyinlife.com           ใช้หลักการคำนวณในการหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้านดู มีหลักการคำนวณอยู่ว่า ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น  เช่นคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท จะทำให้คุณสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้ที่ประมาณ 15,000 x 40%  ก็ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งหมายถึงหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ก็จะสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท และที่สำคัญคือคุณต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ  เพราะหากมีหนี้สินอื่น ๆ เช่นมีการผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็อาจทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง ซึ่งอาจจะเหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น 2. หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่สามารถกู้ได้ภาพจาก www.cedarsquarehomes.com           หลังจากคุณลองคำนวณจำนวนเงินที่คุณสามารถผ่อนในแต่ละเดือนได้แล้ว ก็ลองมองหาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้จากการคำนวณในข้อที่ 1 เช่นถ้าคุณจะเลือกผ่อนชำระในระยะเวลา 30 ปี  ก็จะสามารถกู้ได้ประมาณ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันยังมีโครงการบ้านที่มีราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการ เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือบ้านในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่อีกมาก หรือ อาจจะเลือกเป็นบ้านมือสองก็ได้เช่นกัน                                                            3. ทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี ภาพจาก www.canadianmortgagetrends.com           ก่อนที่จะทำการกู้บ้าน คุณไม่ควรมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีจากจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ บัตรผ่อนชำระต่างๆ เพราะ เมื่อคุณไปยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้วทางธนาคารก็จะไปตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณ และถ้าณเห็นว่ามีรายชื่อคุณใน Blacklist ก็อาจทำให้คุณทำเรื่องกู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น เพราะธนาคารก็ไม่มั่นใจว่าคุณเองจะจ่ายค่างวดให้ได้หรือไม่ และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากคุณ เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ทางธนาคารก็เกรงว่าคุณจะมีเงินไม่พอสำหรับส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านก็ไม่พอ ทางที่ดีควรทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี อย่างการชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา  และไม่ผิดนัดจ่ายหนี้ หรือไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมากเกินไป หรือทางที่ดีที่สุดคือไม่ก่อหนี้เลยน่าจะดีกว่า   4. หาผู้กู้ร่วมภาพจาก earlysalary.com           ถ้าหากบ้านที่คุณจะกู้เกินวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้ คุณอาจจะต้องหาตัวช่วยเป็นผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้นเพื่อให้การกู้ของคุณมีโอกาสผ่านมากขึ้นโดยความหมายของผู้กู้ร่วม หมายถึงการเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั่นเอง ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบหนี้ที่เป็นส่วนเท่า ๆ กัน เพียงเว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในบางธนาคารก็อาจจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ที่อยู่ในฐานะที่เป็นพี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน หรือพ่อแม่กู้ร่วมกับบุตร หรือสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ถ้าหากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องยื่นแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบอย่างทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือหากมีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ จากเคล็ดลับการทำเรื่องสินเชื่อกู้บ้านให้กับพนักงานเงินเดือนน้อยๆได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง และมีความสุขในการเริ่มต้นครอบครัวเล็กๆของคุณได้อย่างสมบูรณ์  ขอบคุณแหล่งข้อมูล  moneyhub.in.th 

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเล คือ สิ่งสำคัญเป็นอันดับต้นๆของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะถ้าทำเลไม่ดี หรือ ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า หรือ ผู้ซื้อแล้ว โอกาสจะสร้างกำไรหรือแม้กระทั่งขายออกก็คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้เรามีทำเลต้องห้าม ที่ไม่แนะนำให้ลงทุนซื้อเก็บไว้มาให้คุณศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน 1. ทำเลบ้านที่อยู่บนทางสามแพร่ง ภาพจาก takanahara.deviantart.com ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและจีน ถือเป็นทำเลอันตรายและอัปมงคลที่นักลงทุนอสังหาฯควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ณ บริเวณดังกล่าวด้วย 2. ทำเลอยู่ตรงข้ามกับวัดศาลเจ้าและสถานที่ไม่เป็นมงคล ภาพจาก www.tripadvisor.com ทำเลอสังหาฯ เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่า การอยู่ใกล้วัดและศาลเจ้าทำมาค้าขายไม่รุ่งเรือง เนื่องจากวัดมีงานศพอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าที่มักมีเสียงดังอึกทึก หรือทำเลที่อยู่ติดกับสถานที่ไม่เป็นมงคล เช่นป่าช้า หรือสุสาน ซึ่งมีปัญหาด้านวิวทิวทัศน์ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ น่ากลัว  3. อยู่ติดกับโรงแรมม่านรูดและสถานอาบอบนวดภาพจาก en.japantravel.com เนื่องจากเชื่อกันว่าอยู่ใกล้กับทำเลอโคจร ส่งผลให้ทำเลนั้นไม่น่าอยู่ และหากมองในหลักความเป็นจริง สถานที่ที่อยู่ใกล้กับโรงแรมม่านรูด หรือ สถานอาบอบนวด ก็ทำให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้ๆถูกมองไม่ดี และอาจจะเป็นอันตรายได้4. ที่ดินที่ติดริมน้ำ และ ถูกน้ำเซาะตลิ่งภาพจาก commons.wikimedia.org ที่ดินลักษณะนี้มีโอกาสพังทลายและสูญหายได้ หากสร้างสิ่งก่อสร้างก็จะไม่มั่นคง เพราะถูกน้ำเซาะ นอกจากนั้นอาจมีผลทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินเสี่ยงต่ออันตราย 5. ที่ดินที่มีรูปร่างผิดปกติและมีลักษณะไม่ดี ภาพจาก kolkata.locanto.in เช่น เป็นที่สามเหลี่ยมชายธง ที่ดินที่มีด้านหน้าแคบและมีส่วนลึกมาก หรือที่ดินที่มีรูปทรงผิดปกติในรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินพื้นนั้นไม่ได้6. ใกล้สิ่งรบกวนซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงภาพจาก raredelights.com เช่น  ที่ดินอยู่ใกล้กับทางขึ้นลงของเครื่องบิน หรือทางรถไฟ ส่งผลให้คนที่อยู่อาศัยแถวนั้นได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง  และส่งผลให้สุขภาพไม่ดี เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ7. ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า ภาพจาก www.siamfishing.com ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า จะเป็นทำเลที่ถมแล้วไม่แน่นดินพรุ ทำให้มีปัญหาดินขาดความมั่นคงได้ในอนาคต และหากจะสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินนั้นแล้วก็จะไม่แข็งแรง เป็นอันตรายอีกด้วย 8. ทำเลอยู่ในแนวเวนคืน ภาพจาก www.martinreillymotors.com ทำเลในลักษณะนี้มีโอกาสถูกทางราชการมาเวนคืนหรือยึดคืนได้ตลอด9. บ้านที่มีทำเลอยู่ติดกับโรงพยาบาล ภาพจาก zombie.wikia.com ทำเลลักษณะนี้อยู่แล้วจะขาดความสุขกายสบายใจ เนื่องจากจะพบเห็นผู้ป่วยหรือคนเจ็บเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา และพลอยทำให้คนที่อยู่อาศัยไม่สบายไปด้วย10. ทำเลที่มีบ้านประกาศขายติดกันหลายหลัง ภาพจาก modernize.com ถือเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าทำเลบริเวณนั้นไม่น่าอยู่ หรือมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เคยเกิดเหตุหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน11. บ้านที่อยู่ติดหรืออยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ควรอยู่ใกล้ ภาพจาก www.immersionadventures.com เช่น ร้านขายโลงศพ ร้านซ่อมรถ ร้านขายสัตว์ปีก ร้านทำประตูเหล็กดัดและมุ้งลวด เพราะทำเลเหล่านี้มักมีปัญหาเรื่องมลภาวะด้านต่างๆตามมา ทำเลที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้าม หากได้ทำเลดีก็เหมือนได้ทองมีค่า เพื่อทำกำไรให้งอกเงย ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ การเลือกทำเลเป็นขั้นตอนที่ต้องพิถีพิถันมากที่สุด  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.trebs.ac.th

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

การแต่งบ้านด้วยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น และทำให้บ้านอยู่สบายลงตัวขึ้นด้วย ส่วนไม่ว่าใครจะแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ใด ๆ ทั้งโมเดิร์น แอนทีค วินเทจ คันทรี่ ไอริช คลาสสิค สไตล์ไทย ๆ หรือจะเป็นสไตล์ใดก็ตาม ต่างก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของเจ้าของบ้าน หากเราได้แต่งบ้านตามสไตล์ที่เราชอบบ้านก็เป็นเหมือนสวรรค์เล็ก ๆ นั่นเอง                   นอกจากการแต่งบ้านจะทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว การแต่งบ้านโดยอิงศาสตร์ของฮวงจุ้ย ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้เกิดความสุข ความรุ่งเรืองร่ำรวย สุขภาพดี ของคนในบ้านได้อีกด้วย ศาสตร์ของฮวงจุ้ยที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงศาสตร์เก่าแก่ที่มีมานานหรือเป็นสิ่งงมงาย เมื่อได้ศึกษาหลักการฮวงจุ้ยแท้จริง จะเห็นได้ว่าหลักฮวงจุ้ยเป็นการผสมผสานความเข้าใจถึงหลักวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม  ธรรมชาติ และรายละเอียดของชีวิตรวมถึงการใช้ชีวิต ที่ได้สั่งสมวิเคราะห์ผ่านยุคสมัยมากว่าพันปี               ในบางครั้งบ้านบางหลังเมื่อตกแต่งเข้าอยู่แล้ว มองโดยภาพรวมอาจจะสวยงามและน่าอยู่ แต่เมื่อสมาชิกในบ้านอาศัยอยู่ในบ้านไประยะเวลาหนึ่ง กลับเกิดปัญหา เช่นความเจ็บป่วยไข้ สุขภาพอ่อนแอ อารมณ์ขุ่นมัว  ชีวิตมีอุปสรรคปัญหา สิ่งเหล่านี้ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วเชื่อว่ามาจากการตกแต่งและจัดบ้านโดยไม่ทราบถึงหลักข้อห้ามบางประการของฮวงจุ้ยนั่นเอง  หลักข้อห้ามเหล่านั้นโดยกว้าง ๆ ก็ได้แก่   1. ห้ามสร้างรั้วรอบลานโล่งหน้าบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านเกิดโรคขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับดวงตา 2. บ้านที่มีขนาดเล็ก ไม่ควรทำประตูบ้านขนาดใหญ่เกินไป จะส่งผลให้คนในบ้านมีปากเสียงเสมอ และประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองก้าวหน้า 3. หลังคาถ้าไม่สูงโปร่ง ไม่ควรแก้ไขด้วยการเจาะโล่ง แต่ควรใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องใสเข้าแทน 4. กำแพงบ้านควรรักษาให้ดูใหม่สะอาดเสมอ และควรติดไฟสว่างในกลางคืนจะทำให้คนที่อาศัยอยู่รุ่งเรืองและปลอดภัย 5. ไม่ควรสร้างห้องใต้ดินไว้กลางบ้าน หรือสร้างให้เล่นระดับเป็นหลุมกลางบ้าน เพราะความชื้นจะทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยได้ 6. ไม่ควรต่อเติมหรือทุบบ้านให้มีรูปทรงเว้าแหว่ง เพราะจะเกิดคดีหรือปัญหาใหญ่กับลูก ๆ ในบ้านได้ 7. ถ้าบ้านอยู่ในจุดที่มีสะพานพุ่งตรงเข้าหาตัวบ้าน ไม่ควรปล่อยให้จุดนั้นโล่ง ควรปลูกต้นไม้กันสายตาให้ทึบ   8. ถ้าบริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ยืนตายต้น ให้รีบโค่นออก มิฉะนั้นจะพบกับความยากจน 9. ไม่ควรตกแต่งกระจกไว้ตรงหัวนอน เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ 10. ห้ามวางเตียงนอนตรงกับประตูหรือวางให้ตำแหน่งและเท้าตรงกับประตูไม่ควรมีหิ้งหรือชั้นบริเวณหัวนอน  จะทำให้เป็นโรคประสาท สมอง และความเครียดได้             การตกแต่งบ้านให้สวยงามโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้การตกแต่งบ้านเกิดผลดีต่อสมาชิกในบ้านได้อย่างดีอีกด้วย  ภาพจาก sinsaehwang.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท
www.yimsu.com/property
Yimsu Property

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน