ภาษีเงินได้ ลดหย่อนได้ อย่าลืมใช้สิทธิ์

13 พ.ค. 2560 14.12 น. | 2,752

          พอบอกว่าต้องเสียภาษีเงินได้ หลายๆ คนก็คงต้องกุมขมับนั่งปวดหัว เพราะบางทีรายจ่ายในชีวิตก็เยอะแยะเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าจะมีเงินพอให้เสียภาษีหรือไม่ ผมขอบอกก่อนเลยว่า อย่าพึ่งปวดไปครับ เพราะที่จริงแล้ว เราสามารถที่จะหักลดหย่อนภาษีได้ค่อนข้างเยอะ หักไปหักมาบางทีเราอาจจะไม่ต้องเสียภาษีเลยก็ได้ แถมอาจจะได้ภาษีคืนซะด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น เราควรที่จะรู้ถึงสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีของเรา ว่าสามารถที่จะหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะได้ไม่เสียสิทธิ์นั้นครับ

 

15 รายการที่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้

 

  1. หักค่าจ่ายที่จำเป็นหรือค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตประจำวัน 50% ของรายได้ต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (หลักเกณฑ์ใหม่)
  2. หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (หลักเกณฑ์ใหม่)
  3. หากคู่สมรสไม่มีรายได้ เช่น มีภรรยาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก เราสามารถที่จะหักลดหย่อนภาษีได้อีก 60,000 บาท (หลักเกณฑ์ใหม่)
  4. หากมีบุตร เราสามารถที่หักลดหย่อนภาษีได้อีก 30,000 บาทต่อคน (หลักเกณฑ์ใหม่) และสามารถหักหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท แต่สามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน และสามารถหักลดหย่อนได้จนบุตรอายุครบ 20 ปี แต่ถ้าบุตรศึกษาในระดับ ปวส. และปริญญาตรีต่อ ก็ยังสามารถหักลดหย่อนได้จนบุตรเรียนจบหรืออายุครบ 25 ปี
  5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ หากพ่อแม่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เราสามารถที่หักลดหย่อนให้พ่อและแม่ได้คนละ 30,000 บาท
  6. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หากเราอุปการะคนพิการที่ขึ้นทะเบียนคนพิการ เราสามารถที่จะนำมาใช้เพื่อหักลดหย่อนภาษีได้อีกคนละ 60,000 บาท
  7. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา สามารถลดหย่อนได้ตามจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน
  8. ค่าเบี้ยประกัน โดยถ้าเป็นประกันชีวิต สามารถหักลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท และถ้ามีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้จะสามารถหักลดหย่อนได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ส่วนถ้าเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญจะสามารถหักลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ในแต่ละปีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  9. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท
  10. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของรายได้พึ่งประเมินต่อปี และจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของ RMF
  11. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของรายได้พึ่งประเมินต่อปีและสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท และจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของ LTF
  12. ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริงแต่รวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
  13. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
  14. เงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  15. เงินบริจาค หากมีการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษาหรือบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริงหรือสูงสุดร้อยละ 10 ของรายได้พึ่งประเมินต่อปี

 

เป็นไงบ้างครับ เราสามารถหักลดหย่อนได้เยอะอยู่นะครับ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ในข้างต้น หักไปหักมาแล้วอาจไม่ต้องจ่ายเลยเสียด้วยซ้ำไป ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีรายได้พึ่งประเมินต่อปีไม่มากด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะคุณคงไม่ต้องจ่ายชัวร์ๆ อยู่แล้ว