ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

บทความล่าสุด


วางและเลือกกระถางต้นไม้ให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ย เงินทองโชคลาภไหลมาเทมา

การนำต้นไม้มาตกแต่งจัดวางไว้บริเวณรอบ ๆ บ้านหรือแม้แต่จุดใดจุดหนึ่งของบ้านเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นวิธีที่ทำให้บ้านสดชื่นและลดอุณหภูมิความร้อนรอบ ๆ บ้านได้ ต้นไม้ยังช่วยให้เกิดความสดชื่นลดใสเมื่อได้มอง ไม่ว่าต้นไม้นั้นจะเป็นกระถางเล็กหรือกระถางใหญ่ หรือแม้แต่ต้นไม้ที่ปลูกในดินในบริเวณบ้านก็ตาม    ภาพจาก infinitydesign.in.th                 ในหลักการของฮวงจุ้ยแล้ว ต้นไม้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้มีความสดชื่นคลายร้อน แต่ต้นไม้ที่นำมาตกแต่งบ้านยังช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้แก่บ้านและเจ้าของบ้าน รวมถึงผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านด้วย และหากจะให้ดี ควรจะเลือกพันธุ์ต้นไม้ที่นำมตกแต่งเลี้ยงและปลูกในบ้าน และเลือกตำแหน่งที่วางกระถางและลงปลูกต้นไม้ต้นนั้นให้ถูกที่ด้วยก็จะยิ่งเสริมให้เกิดสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภยิ่งขึ้นไปอีก                การเลือกชนิดและตำแหน่งของต้นไม้ในบ้านและบริเวณบ้านเสริมฮวงจุ้ยมีดังนี้ ภาพจาก banidea.com 1. ต้นไม้มีดอกมงคล จะนำลาภผลและความโชคดีมาให้ โดยต้นไม้ที่มีผล หรือเรียกง่าย ๆ ว่าไม้ผล ต้นผลไม้ จะเป็นต้นไม้ที่ทางตำราจีนและศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นไม้มงคลที่นำการเกิดดอกออกผลและโชคลาภมาให้ เช่น ต้นส้ม ต้นทับทิม  ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดที่จะวางกระถางทับทิมหรือกระถางส้มก็คือตำแหน่งรั้วหน้าบ้าน  2. ต้นไม้แห่งการปกป้องศาสตร์ของฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่าต้นไผ่ เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งการปป้อง คนจีนจะนิยมปลูกต้นไผ่ล้อมรอบบ้าน ยิ่งหากบ้านไหนอยู่ในชุมชนที่ไม่ดี ไม่สวยงามพลุกพล่านไม่สงบ ต้นไผ่มีพลังในทางศาสตร์ฮวงจุ้ยจะช่วยปกป้องให้ผู้ที่อยู่ในวงล้อมของไผ่สงบสุขและปลอดภัยได้ ภาพจาก thaihometown.com 3. ต้นไม้แห่งการดูแลสนับสนุนหากบ้านใดมีพื้นที่มากบริเวณหลังบ้าน เหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ เพื่อจะมีผลตามตำราฮวงจุ้ยว่า มีผู้อุปถัมภ์ค้ำชู มีไม้ใหญ่เป็นหลักให้พึ่งพิง จะทำอะไรจะมีผู้คอยให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือให้ราบรื่น  4. ต้นไม้ห้ามปลูกและตำแหน่งที่ห้ามปลูกสำหรับต้นไม้ที่ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ยและไม่ควรให้มีในบ้านก็คือ ต้นไม้ทุกชนิดที่มียาง  นับเป็นต้นไม้ที่ห้ามปลูกในบ้านทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ผล หรือไม้ใบ จะเกิดความไม่เป็นสิริมงคลกับคนในบ้าน  ตำแหน่งที่ไม่ควรวางกระถางต้นไม้หรือปลูกต้นไม้เลยก็คือ หน้าประตูบ้าน  สามารถปลูกต้นไม้รอบรั้วบ้านได้ แต่ห้ามปลูกบริเวณประตู หรือวางกระถางขวางหน้าประตูเต็มไปหมด แม้ว่าจะเว้นที่เข้าออกบ้านไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นการขัดขวางลาภและเงินทองได้ 

เลือกใช้สีผ้าปูที่นอนให้ถูกโฉลกตามหลักฮวงจุ้ย

นอกจากห้องนอนจะเป็นสถานที่ในการพักผ่อนของเราอย่างเต็มที่แล้ว การเลือกเตียงนอนหรือที่นอนนั้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการพักผ่อนได้เต็มที่และตื่นมาพร้อมรับวันใหม่ได้เต็มเปี่ยม แต่นอกจากเตียงและที่นอนแล้วการเสริมพลังให้กับเรายังสามารถทำได้ด้วยการเลือกใช้ผ้าปูที่นอนได้อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมสีของผ้าปูที่นอนที่เหมาะสมกับคนทั้ง 12 ราศีมาฝากกัน                  ภาพจาก beautyondesireblog.wordpress.com           ราศีมังกร ชาวราศีนี้จะเป็นคนที่ฉลาดและมีความมานะพยายาม โดยการเลือกใช้สีของผ้าปูที่นอนที่จะช่วยเสริมพลังบวกให้กับชาวราศีมังกรนั้นก็ควรจะเป็นสีเทาและสีดำ ซึ่งจะช่วยเสริมพลังงานด้านอำนาจความเป็นผู้นำและโชคลาภ           ราศีกุมภ์ ชาวราศีกุมภ์จะเป็นผู้ที่มีความเมตตาและมีนิสัยร่าเริง ซึ่งชาวราศีนี้ควรจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้าสว่างหรือม่วงอมแดง เพื่อที่จะช่วยดึงพลังความมั่นใจออกมาทำให้มีแต่คนรักและยังส่งเสริมเรื่องหน้าที่การงานให้ได้รับโอกาสมากขึ้นด้วย           ราศีมีน ผู้เกิดราศีนี้จะเป็นคนที่มีความอ่อนโยนและใส่ใจคนรอบข้าง แต่คนในราศีนี้จะเป็นคนที่มีความลังเลไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ การเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีม่วงหรือสีฟ้าอ่อนจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจ และเข้มแข็งต่อสิ่งรอบข้างได้                ภาพจาก nonaun.lnwshop.com           ราศีเมษ คนราศีเมษนั้นจะเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อนและมีความทะเยอทะยานสูง การเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีแดงอ่อนๆ หรือสีเอิร์ธโทน ก็จะช่วยลดความอารมณ์ร้อนลงได้           ราศีพฤษภ ราศีนี้โดยทั่วไปจะเป็นคนที่ชอบศิลปะและรักสุนทรี แต่ลึกๆก็เป็นคนหัวแข็ง ซึ่งการใช้ผ้าปูที่นอนสีน้ำตาล ครีม หรือเหลือง จะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของคนรอบข้างได้ดีขึ้น           ราศีเมถุน ราศีเมถุนนั้นจะเป็นผู้ช่างพูดช่างคุยและฉลาด แต่ก็อาจจะกลายเป็นคนฟุ้งซ่านไร้สาระในสายตาคนอื่นได้ การใช้ผ้าปูสีดำจะช่วยให้เสริมให้เป็นคนหนักแน่นและกระตือรือร้นได้มากขึ้น           ราศีกรกฎ ชาวราศีกรกฏจะเป็นคนอ่อนไหวง่ายรักใครรักจริง การใช้ผ้าปูที่นอนสีขาวจะช่วยเสริมให้รู้สึกสบายใจ ไม่วิตกกังวลเมื่อต้องเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ            ราศีสิงห์ ชาวราศีนี้เป็นคนมีเสน่ห์ และบูชาความรักมากเป็นพิเศษ ซึ่งการใช้ผ้าปูที่นอนสีส้มจะช่วยส่งเสริมให้เป็นคนมีบุคลิกดีและสดใสร่าเริงมากขึ้น รวมถึงมีความเป็นกันเองกับคนรอบข้างได้มากขึ้นด้วย                 ภาพจาก dooads.net           ราศีกันย์ เป็นคนรักความสงบแต่ก็จริงจังกับทุกสิ่ง โดยการใช้ผ้าปูที่นอนสีเขียวนั้นจะช่วยเสริมให้เป็นคนมีเหตุผลมากขึ้นและไม่กังวลกับเรื่องอะไรมากจนเกินไป           ราศีตุลย์ เป็นคนที่มีความยุติธรรมและมีเหตุผล การเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีถูกโฉลกอย่าง สีฟ้า สีม่วง หรือสีชมพูนั้นจะเป็นการช่วยเสริมให้มีโชคลาภด้านการงาน การเงิน และเรื่องความรัก           ราศีพิจิก ชาวราศีนี้เป็นคนที่มีความตรงไปตรงมาแต่ยังมีความอ่อนไหวง่าย ซึ่งการใช้ผ้าปูที่นอนสีแดงเข้มและม่วงนั้น จะช่วยเสริมให้มีความมั่นใจและไม่อ่อนไหวง่าย           ราศีธนู ราศีธนูนั้นโดยส่วนมากแล้วจะเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ การใช้ผ้าปูสีฟ้าหรือสีเทาจะช่วยเสริมพลังในด้านโชคลาภและหน้าที่การงานให้สำเร็จผลลุล่วงไปได้ด้วยดี             ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเลือกใช้สีผ้าปูที่นอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยของตามแต่ละราศี ซึ่งก็จะส่งผลด้านพลังบวกให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

แนะวิธีคิด กลยุทธ์และการเลือกซื้อบ้านและที่ดิน เพื่อการลงทุน

การซื้ออสังหาฯเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุนเพื่อกำไร ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินใจกันในวันสองวัน จำเป็นต้องมีทั้งวิธีคิดและกลยุทธ์ในการเลือกซื้อบ้านแต่ละหลังเพื่อให้ได้กำไรจากการขาย หรือ นำมาต่อยอดสร้างรายได้จากการให้เช่าและอื่นๆ วิธีคิด กลยุทธ์ และการเลือกซื้อบ้านและที่ดินเพื่อการลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด เป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์กันหนักเลยทีเดียว แต่วันนี้เราจะมีแนวทางมาให้คุณได้ศึกษากันก่อนลงมือทำ  ภาพจาก www.investmentathome.comการเลือกซื้อบ้านและที่ดินเพื่อการลงทุนต้องอยู่ภายใต้ 4 แนวคิด ดังนี้ภาพจาก empowerwealth.com.au 1. ทำเลเด่น บ้านที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีหรือทำเลเด่น เช่น การคมนาคมสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอยู่ใกล้สถานที่ราชการหรือห้างสรรพสินค้า 2. เพื่อนบ้านต้องดี ทำเลที่มีเพื่อนบ้านดี คือการเคารพสิทธิส่วนตัวของผู้อื่น มีระเบียบวินัยและรักความสงบ 3. ราคาต้องถูก บ้านดีที่เหมาะกับการลงทุนไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป หากมีองค์ประกอบอื่นๆ  ครบถ้วนอาจอยู่ห่างไกล แต่การพัฒนาและความเจริญมีโอกาสไปถึงก็เป็นทำเลทองสำหรับการลงทุนได้ 4. โอกาสดี หมายถึง มีโอกาสหรือจังหวะในการเลือกซื้อบ้านได้ในราคาถูก กลยุทธ์ในการเลือกซื้อบ้านและที่ดิน ภาพจาก druzina.enaa.comการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่แตกต่างไปจากการทำธุรกิจอื่นๆ ที่จะต้องมีกลยุทธ์หรือแนวทาง ในการดำเนินงานที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น อาทิเช่น  การเลือกซื้อบ้านเก่า ซึ่งอาจไม่ใช่บ้านเก่าที่มีคนอยู่แล้ว แต่เป็นบ้านใหม่ที่ถูกเปลี่ยนมือโดยไม่มี คนเข้าอยู่ บ้านลักษณะนี้เป็นบ้านใหม่ที่สภาพยังไม่ทรุดโทรม ราคาถูกกว่าบ้านใหม่แต่ขายได้ราคา   การเลือกซื้อบ้านเก่าที่มีคนอยู่แล้ว หากเทียบกับบ้านใหม่ๆมักจะราคาถูกกว่า ตั้งอยู่ใกล้แหล่ง ชุมชนหรือใกล้เมืองมากกว่า เมื่อนำมาซ่อมแซมใหม่อาจสร้างกำไรให้หลายเท่าตัว   การเลือกซื้อบ้านที่เจ้าของบ้านมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือไม่สามารถผ่อนชำระกับสถาบันการเงินได้ต่อไป  มีแหล่งข้อมูลที่ดี ซึ่งช่วยให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารในการซื้อหรือขายได้อย่างรวดเร็วและอาจซื้อขายได้ในราคาพิเศษ วิธีคิด กลยุทธ์ และการเลือกซื้อบ้านและที่ดินเพื่อการลงทุน คือแนวทางหรือวิธีทำการตลาดอย่างหนึ่งของนักลงทุน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ จะนำแนวคิดและกลยุทธ์ด้านการตลาดซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำธุรกิจ ความรวดเร็วในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือการมีแหล่งข้อมูลที่ดีถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

ไอเดียดีดีในการตกแต่งสีห้องน้ำ

สีสันของห้องน้ำเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการตกแต่งห้องน้ำให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป สีต่าง ๆ ของห้องน้ำทำให้เกิดบรรยากาศ อารมณ์และความรู้สึกใดบ้าง ลองมาดูด้วยกัน   1. ห้องน้ำสีฟ้าหากคุณเป็นคนที่รักสายน้ำความสดชื่นและนึกถึงความชุ่มฉ่ำเย็นใจ สีฟ้าคือสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเลือกอกนำมาตกแต่งห้องน้ำ  เคล็ดลับในการตกแต่งห้องน้ำด้วยสีฟ้าก็คือ เราสามารถตกแต่งให้ทั้งห้องเป็นสีฟ้าได้แต่ควรจะเลือกสีฟ้าในหลายเฉดและหลายน้ำหนัก คือฟ้าอ่อน ฟ้าอมเทา ฟ้าเข้ม ฟ้าอมเขียวเป็นต้น การแต่งห้องน้ำสีฟ้าสามารถมีมุมมองและลูกเล่นเพิ่มเติมด้วยการใส่วัสดุตกแต่งมันวาวในโทนสีเงินเข้าไปช่วย หรือจะเป็นสีขาวและเทา จะทำให้ห้องน้ำของคุณมีมิติและมีน้ำหนักสีที่สวยมากกว่าเดิม 2. ห้องน้ำสีเขียวสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ห้องน้ำสีเขียวก็คือสีในดวงใจของคุณ ห้องน้ำสีเขียวจะให้ความรู้สึกที่เย็นตาเย็นใจและผ่อนคลายสดชื่น การตกแต่งห้องน้ำในโทนสีเขียวนั้นมีได้หลากหลาย หากต้องการให้ห้องน้ำเป็นสไตล์โมเดิร์น ลองเลือกสีเขียวมิ้นท์หรือเขียวอ่อน เขียวอมเหลือง ก็จะได้ห้องน้ำที่ทันสมัยและสดใส แต่หากต้องการห้องน้ำในแนวธรรมชาติสีเขียวเข้าหรือเขียวขี้ม้า เขียวใบไม้ก็จะสร้างบรรยากาศให้ห้องน้ำเป็นสไตล์ธรรมชาติขึ้นมาได้ โดยตกแต่งต้นไม้จริงเพิ่มเติมเข้าไปก็จะลงตัว  3. ห้องน้ำสีส้ม เหลือง และครีมห้องน้ำในโทนสีส้ม สีเหลืองและสีครีม จะให้ความรู้สึกสดใสและนุ่มนวล มีรสนิยม การเลือกสีในโทนนี้สามารถตกแต่งได้หลายสไตล์ หากชอบสไตล์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สีส้มออกน้ำตาลจะให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการห้องน้ำสีสดใส เหลืองเลม่อนจะทำให้ห้องน้ำของคุณเจิดจรัสซาบซ่าสดใสได้ ห้องน้ำสีครีมสามารถตกแต่งดอกไม้ให้ดูวินเทจนุ่มนวลชวนฝันทีเดียว  4. ห้องน้ำโทนสีเข้มมีคนไม่น้อยทีเดียวที่ชอบห้องน้ำที่ดูเคร่งขรึมในโทนสีเข้ม อย่างสีน้ำเงินเข้ม แดงเข้ม หรือแม้แต่สีดำ สีเหล่านี้จะทำให้ห้องน้ำดูไม่สกปรก แต่ก็อาจจะทำให้ห้องน้ำดูอับมืดได้ ควรช่วยเสริมด้วยกระจกเงาในบางมุมและมีลูกเล่นของแสงไฟเข้าช่วย โดยใช้ดวงไฟสีนวลตาเพื่อไม่ให้ดูห้องน้ำมีบรรยากาศร้อนแรงเกินไป                นอกจากสีของห้องน้ำที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นยังมีการออกแบบสีห้องน้ำในโทนอื่น ๆ อีก เช่นโทนสีหวาน ๆ ในสไตล์พาสเทล การใช้สีตัดกันเช่น ขาวแดง ขาวดำ เป็นต้น  หากเลือกสีของห้องน้ำได้อย่างลงตัวห้องน้ำธรรมดาดาก็ดูสวยงามน่าใช้โดดเด่นขึ้นมาได้

ไอเดียดัดแปลงของเก่าให้เป็นของแต่งบ้านเก๋ ๆ

ใครหลาย ๆ คนคงเคยสังเกตตามมุม ในตู้หรือในชั้น ตามห้องต่าง ๆ ของบ้านอาจจะมีของรก ๆ หรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางกองอยู่  แต่ของเหล่านั้นหากจะให้เอาไปทิ้งหรือเอาออกไปขายเป็นสินค้ามือสองก็รู้สึกเสียดาย แถมของบางอย่างก็เป็นของที่มีความรักความผูกพัน หรือมีความหลังอยู่ในนั้น ทำให้ยังอยากที่จะเก็บเอาไว้อยู่   อย่ากระนั้นเลย เรามาลองดัดแปลงสิ่งของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วเหล่านั้นให้กลายเป็นของแต่งบ้านกันเถอะ               ภาพจาก decorreport.com 1. วัสดุสิ่งของเหลือใช้นำมาทำโคมไฟได้เชื่อไหมว่า โคมไฟ นับเป็นของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้ได้ทุกโอกาสและสามารถตกแต่งได้ทุกมุมของทุกห้องในบ้านทีเดียว  หากเรามีวัสดุเหลือใช้ไม่ว่าอะไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถนำมาทำโคมไฟได้ทั้งหมด  เพราะหลักการง่าย ๆ ของการทำโคมไฟก็คือ ตัวโคม หรือพื้นที่ที่สามารถใส่หลอดไฟลงไปแล้วแสงไฟสามารถลอดผ่านออกมาได้  และส่วนที่ใช้สำหรับ วาง ห้อย เกี่ยว หรือแขวนแล้วแต่สะดวก   ดังนั้นหากเรามีวัสดุอะไรก็ตามที่สามารถนำมาทำให้เกิดเป็นช่องว่างตรงกลางได้ เราก็สามารถทำโคมไฟได้ ชุดไฟสำเร็จรูปที่มาพร้อมปลั๊ก สายไฟ และสวิซ ก็มีให้เลือกซื้อหาได้ตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปสะดวกสบาย  ขั้นตอนแรก นำวัสดุเหลือใช้ อาจจะเป็นกระดาษแข็ง กล่อง  ตุ๊กตาพลาสติก  หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช้ แต่ต้องแน่ใจว่าเมื่อถูกความร้อนเป็นเวลานานแล้วจะไม่ละลายหรือไหม้ได้   นำมาเป็นวัสดุหลัก ใช้ปืนกาวในการประสานให้เกิดรูปทรง และใส่อุปกรณ์ที่ใช้วาง ตั้ง หรือหากจะแขวนก็หาตะขอเกี่ยวสักชิ้น  เมื่อประกอบเสร็จก็นำชุดหลอดไฟสำเร็จมาติดตั้ง เท่านี้ก็พร้อมที่จะนำไปตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้แล้ว ภาพจาก forfur.com 2. กรอบรูปที่ไร้กฎเกณฑ์ของแต่งบ้านที่ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวาสดใสอย่างกรอบรูป หากจะสังเกตจะเห็นว่ากรอบรูปที่วางขายกันตามท้องตลาดมักมีราคาแพง ยิ่งหากเป็นกรอบรูปที่มีดีไซน์การตกแต่งสวย ๆ แปลก ๆ ยิ่งทีราคาสูง ทั้ง ๆ ที่วัสดุที่ใช้ไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับแพงที่ไอเดียและแนวคิดสร้างสรรค์  กรอบรูปสวย ๆ เราเองก็ทำได้ด้วยวัสดุเหลือใช้ในบ้าน เช่น  จานพลาสติกหรือเมลามีนที่ไม่ใช้แล้วเพียงแต่นำรูปมาติดแปะลงไป  กรอบลายของจานเหล่านั้นก็มีความสวยสดใสอยู่แล้ว อาจจะเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการเจาะห่วงที่ด้านบนหรือด้านข้างกรอบ แล้วร้อยห่วงจานกรอบรูปแต่ละใบเข้าด้วยกัน ติดตามผนังก็ให้ความสวยแปลกไปอีกแบบได้ 3. เนรมิตของรกให้กลายเป็นของสะสมมีค่าตามห้องเก็บของหรือตู้เราอาจจะพบกับของไม่ใช้แล้วที่มีจำนวนมาก ๆ เช่นตุ๊กตาสมัยเด็ก ๆ ของลูก ของเล่นที่แถมมากับอาหารฟาสฟู้ดส์ รถคันจิ๋ว ๆ ของเหล่านี้เราหากเราลองหาที่วางเก๋ ๆ อย่างตู้โชว์กระจก ชั้นวางเป็นช่อง ๆ แล้วนำของเหล่านี้มาจัดวางโชว์โดยจัดสีสันและตำแหน่งให้สวยลงตัว ของรก ๆ ก็กลายเป็นของโชว์สะสมแต่งบ้านสวยไปในทันทีภาพจาก forfur.com 4. ของตกแต่งที่มีชิ้นเดียวในโลกจากเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ของแต่งบ้านบางอย่างอาจจะเกิดได้จากวัสดุประเภทเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องไฟฟ้ารวมถึงของใช้ที่หักพังแล้วก็ได้ เช่นโต๊ะเก่า ๆ หากลองเอามาทาสีใหม่ ซื้อสติ๊กเกอร์มาตกแต่งหรือใครพอมีฝีมือศิลปะบ้าง นำมาทำเทคนิคเดโคพาธหรือคอลราจ ก็จะได้ของตกแต่งบ้านชิ้นใหม่จากของชิ้นเดิมที่มีชิ้นเดียวในโลกได้ บ้านที่รก ๆ ไปด้วยของเหลือใช้หรือของไม่ใช้แล้วก็จะกลายเป็นบ้านที่มีของแต่งบ้านสวย ๆ อยู่ในหลาย ๆ มุมของบ้านไว้อวดแขกที่มาเยือนไม่ยากเลย 

เลือกคอนโด สวย เฮง อยู่สบาย ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย

คอนโดมิเนียมนั้น เป็นลักษณะที่อยู่อาศัยที่แตกต่างไปจากที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ มาก คอนโดมิเนียมมีข้อจำกัดมากมายที่ไม่เหมือนกับบ้านในลักษณะ บ้านเดี่ยว ตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม  อีกทั้งเมื่อเกิดจุดด้อยจุดอับในหลักการทางศาสตร์ฮวงจุ้ยการแก้ไขปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงก็สามารถดำเนินการได้ยากกว่าด้วย  แต่ก็มีหลักในการเลือกคอนโดมิเนียมตามหลักฮวงจุ้ยที่สามารถนำไปมองหาหรือเลือกที่อยู่ในรูปแบบคอนโดมิเนียมได้อย่างกว้าง ๆ ดังนี้              ภาพจาก horoscope.sanook.com  หลักการพิจารณาการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม- ไม่เลือกยูนิคที่ระเบียงหรือหน้าต่างติดสะพาน ทางด่วน หรือรถไฟฟ้า  หลักการจะคล้ายกับทางสามแพร่งหรือสี่แยก เป็นจุดไม่สงบผู้คนจอและเกิดเสียงดัง-เลือกคอยโดมิเนียมที่ออกแบบให้ห้องครัวและห้องน้ำมีหน้าต่างระบายหรือใกล้ระเบียง เพราะห้องน้ำสำหรับฮวงจุ้ยถือว่าเป็นสถานที่ที่ไม่สะอาด หากไม่มีการระบายออกของอากาศและกลิ่น พลังงานชี่ที่มีอยู่ในบ้านจะไม่สะอาด ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยในระยะยาว- มุมต่าง ๆ ในห้องนอนของคอนโดมิเนียมมักจะปรับไม่ได้ ดังนั้นต้องสังเกตตำแหน่งที่จะวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในห้องนอนดังนี้คือ ตำแหน่งวางเตียงต้องไม่อยู่ใต้คานจะทำให้นอนหลับไม่เป็นสุข ปลายเตียงควรมีส่วนที่เยื้องหรือเลี่ยงประตูหากเป็นไปได้  ตำแหน่งการวางโต๊ะเครื่องแป้งไม่ควรหันหลังให้กับหน้าต่างหรือกระจกระเบียงห้อง เพราะเป็นมุมไม่เหมาะสม  พื้นที่ส่วนเตาไฟและประกอบอาหาร(ถ้ามี ไม่ควรอยู่ใกล้ประตูห้องนอนหรือทางเข้าห้อง              ภาพจาก horonumber.com - การเลือกทิศของห้องที่จะซื้อ ควรเลือกห้องในคอนโดมิเนียมในทิศที่ไม่มีตึกอื่นบัง เพราะจะจอแจ อบอ้าว สามารถเลือกได้ทุกทิศยกเว้นทิศตะวันตก ไม่เหมาะที่จะเลือก เนื่องจากจะสะสมไอแดดในตอนเย็นทำให้ห้องร้อนในช่วงเวลาที่กลับมาพักผ่อน - การเลือกชั้นในคอนโดมิเนียมตามหลักฮวงจุ้ย สามารถเลือกได้ทุกชั้นที่อยู่ช่วงกลางตึก คือไม่ควรอยู่ชั้นล่าง ๆ ที่ต่ำเกินไป หรือชั้นที่อยู่สูง ๆ เกินไป ชั้นที่ดีที่สุดคือ ชั้น 5 ชั้น 8 และชั้น 9  -หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ตรงหรือใกล้ลิฟท์  ทางหนีไฟและจุดทิ้งขยะ หากได้จุดที่ไกลทางเดินก็จะยิ่งดีและเป็นส่วนตัวมากกว่า  - ห้องที่ดีที่สุดในทางฮวงจุ้ยสำหรับคอนโดมิเนียมก็คือห้องหัวมุม เพราะพลังงานชี่จะไหลเวียนได้ดี มีทางให้ลมออกและลมเข้าได้อย่างดีที่สุด - แสงไฟสีส้มจะช่วยในเรื่องของพลังงานธาตุไฟ หากห้องอยู่ในทิศตะวันออกตะวันตก ควรทาสีห้องไปในโทนธาตุน้ำ ได้แก่สีฟ้า สีน้ำเงิน สีขาวนวล และได้รับสีส้ม สีแดง จากธาตุไฟ  - เสียงที่รบกวนจากห้องอื่น ๆ ด้านข้าง แก้ไขได้โดยการติดไฟแสงสีออกเขียวไว้ทางด้านเสียงนั้น 

ลักษณะบ้านเงินรั่วตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ที่อยู่อาศัยนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผู้อยู่อาศัย บางคนแต่เดิมอาจจะมีฐานะที่ยากจน แต่เมื่อได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่กลับมีฐานะที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้นจนมีฐานะร่ำรวยมากอย่างเห็นได้ชัด  ในขณะที่บางคนนั้นเมื่อแรกก่อนย้ายบ้านก็มีฐานะที่ดีพอสมควร บางคนก็ร่ำรวย แต่เมื่อย้ายบ้านแล้วกลับมีฐานะการเงินแย่ลง ทำงานอะไรก็พบอุปสรรคปัญหา เงินทองไม่เข้าบ้าน อาจเป็นไปได้ว่าลักษณะของบ้านที่อยู่อาศัยนั้นขัดต่อโชคลาภเงินทอง บ้านอาจจะมีบางจุดหรือหลายจุดที่ทำให้เงินรั่วไหล เก็บเงินไม่อยู่หาเงินไม่คล่อง  บ้านในลักษณะที่ว่ามีอะไรบ้างเราลองมาดูด้วยกัน  ภาพจาก looklivehome.com 1. บันไดบ้านเลขคู่บันไดบ้านที่รับทรัพย์และทำให้ร่ำรวยต้องเป็นบันไดเลขคี่ หากบ้านใดที่มีบันไดบ้านเป็นเลขคู่เงินทองจะตกหล่นเก็บเงินไม่ค่อยจะอยู่ วิธีแก้ก็คือทำขั้นบันไดเล็ก ๆเตี้ย ๆ เสริมขึ้นมาอีก 1 ขั้นก็จะช่วยได้ 2. บ้านอยู่ตรงทางสามแพร่งบ้านที่อยู่ตรงกับแยก มีถนนตรงมาสู่บ้าน บ้านนั้นจะยากจน ไม่สามารถทำมาค้าขายประกอบอาชีพได้เจริญรุ่งเรือง เพราะทางสามแพร่งเป็นจุดอับของโชคชะตาผู้มีชีวิตอยู่ วิธีแก้ก็คือต้องย้ายบ้าน หรือทำกิจการที่เกี่ยวกับคนตาย ยกตัวอย่างเช่น ขายของเครื่องเซ่นไหว้ กงเต็ก หรือเปิดร้านขายโลงศพ จะเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยได้   ภาพจาก arohouse.com 3. บ้านที่ตั้งในจุดมีเสาไฟฟ้าหน้าบ้านเสาไฟฟ้าก็มีความหมายเช่นเดียวกับทางสามแพร่ง คนในบ้านจะมีเรื่องเดือดร้อนโดยตลอด ทำให้ต้องเสียทรัพย์และอยู่อย่างไม่สงบสุข แต่เสาไฟฟ้าอาจจะมีผลเบากว่าทางสามแพร่ง วิธีแก้ไขก็คือให้ติดเสือคาบดาบไว้หน้าบ้าน 4. ประตูบ้านขนาดเล็กเกินไปขนาดของประตูบ้านจะต้องเกิดความสมดุลดีกับตัวบ้าน โดยเฉพาะในทางร่ำรวยทรัพย์สิน ห้ามใช้ประตูบ้านที่มีขนาดเล็กเกินไป ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่า ประตูบ้านเล็กเงินไหลเข้าบ้านน้อยหรือไหลเข้าบ้านไม่สะดวกนั่นเอง              ภาพจาก es.aliexpress.com 5. ห้องครัวควรอยู่ตำแหน่งซ้ายตำแหน่งของห้องครัวที่จะทำให้บ้านเก็บเงินอยู่ก็คือ ตำแหน่งฝั่งซ้ายหลังบ้าน ตำแหน่งซ้ายหลังของบ้านนั้นถือว่าเป็นตำแหน่งของทรัพย์ และเหมาะสำหรับวางครัวมากที่สุด ในครัวจำนวนของเตาไฟควรจัดให้เป็นเลขคี่ด้วย 6. รูปภาพ น้ำพุ หรือ ทะเลสาบ แม่น้ำ มหาสมุทร การตกแต่งบ้านด้วยน้ำพุ หรือภาพที่เกี่ยวกับน้ำ อย่างแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร น้ำตก จะทำให้ช่วยเสริมด้านการเงินให้คล่องขึ้น เงินทองจะไหลเข้าบ้านมากขึ้น  

การซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นธุรกิจที่ต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เนื่องจากต้องมีการทำนิติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งหลายคนรวมทั้งนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อาจเข้าใจว่าไม่สามารถทำการซื้อขายได้ วันนี้เราจะมีข้อกฎหมายมาแนะนำให้เป็นความรู้ เพื่อให้นักลงทุนอย่างคุณไม่เสียโอกาสในการซื้อขาย หรือปล่อยเช่าอสังหาฯให้กับชาวต่างชาติ   ภาพจาก www.laughtonteam.comชาวต่างชาติสามารถซื้อหรือเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมได้หรือไม่การซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆแต่อาจมีข้อจำกัด เช่น ในกรณีการซื้อคอนโดมิเนียมในทางปฏิบัติชาวต่างชาติสามารถซื้อได้เท่าที่ต้องการ แต่มีกฎอยู่ว่าภายในโครงการนั้นจะต้องมีคนไทยเป็นเจ้าของอยู่ 51 % ส่วนที่เหลืออยู่ 49 % ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของได้ การขายต่อหรือโอนกรรมสิทธิ์ก็ไม่มีปัญหาใดๆอยู่ภายใต้พื้นฐานการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยอิสระสิ่งสำคัญที่นักลงทุนจะต้องรู้ก็คือ เงินของชาวต่างชาติที่จะนำมาซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น จะต้องเป็นเงินที่โอนมาจากธนาคารต่างประเทศ มายังธนาคารในเมืองไทยซึ่งจะต้องมีใบเสร็จรับเงินและหรือใบรับรองจากธนาคาร (สิ่งนี้เป็นการควบคุมใหม่สำหรับการป้องกันการฟอกเงิน) ภาพจาก pointre.com ชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านและที่ดินได้หรือไม่กรณีชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อบ้านและที่ดินนั้น ไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ ยกเว้นเลือกทำวิธีใดวิธีหนึ่งใน 3 วิธีนี้1. ชาวต่างชาติสามารถใช้ชื่อคนไทยซื้อบ้านและที่ดินแทนได้ เช่น การแต่งงานกับคนไทยแล้วใช้ชื่อ ภรรยาหรือสามีคนไทยเป็นผู้ซื้อ2. ทำสัญญาเช่าบ้านและที่ดิน สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์แต่ละครั้งได้ไม่เกิน 30 ปี3. จัดตั้งบริษัทซึ่งหมายถึงการใช้หุ้นส่วนเป็นคนไทย แล้วโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของบริษัท ซึ่งบริษัทสามารถมอบอำนาจให้สิทธิอยู่อาศัย แม้ว่ากฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทย แต่ชาวต่างชาติมีสิทธิในการเป็นเจ้าของอาคารหรือห้องชุดในคอนโดมิเนียมเท่าที่ต้องการได้ โดยปฏิบัติตามกฎในการซื้อคอนโดมิเนียมที่โครงการนั้นจะต้องมีคนไทยถือกรรมสิทธิ์อยู่ 51 % และในกรณีที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินก็สามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่ แต่งงานกับคนไทยแล้วใช้ชื่อสามีหรือภรรยาที่เป็นคนไทยเป็นผู้ซื้อหรือใช้ชื่อคนอื่นซื้อให้ การเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินโดยการทำสัญญาเช่า และวิธีสุดท้ายการเป็นเจ้าของอาคารและที่ดินในรูปแบบของบริษัทร่วมทุนจำกัดที่มีเจ้าของคนไทยเป็นหุ้นส่วน  

ไอเดียเจ๋งๆ แต่งห้องน้ำให้สวยน่าใช้

ห้องน้ำที่สวยและน่าใช้ก็ทำให้เกิดความสุขและเป็นสวรรค์ในบ้านก็ว่าได้ เพราะช่วงเวลาที่เราใช้ในห้องน้ำนับเป็นช่วงเวลาของความผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวที่สุดช่วงหนึ่งของวันเลยทีเดียว การตกแต่งและจัดห้องน้ำให้สวยน่าใช้นั้นไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝากกัน 1. แสงสว่างในห้องน้ำ                ห้องน้ำก็เป็นห้องที่ต้องให้ความสำคัญกับแสงสว่างและปลั๊กไฟเช่นกัน แสงสว่างในห้องน้ำที่เหมาะสมก็คือแสงสว่างที่นวลตา อาจใช้แสงที่มีสีเหลืองแทนการใช้แสงไฟนีออนสีขาว เพราะจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากกว่า และในห้องน้ำไม่ใช่จุดที่ต้องการใช้สายตามากนัก นอกจากใครที่ชอบอานหนังสือในห้องน้ำก็อาจจะจัดให้มีดวงไฟอีกชุดเพื่อเปิดเมื่อต้องการอ่านหนังสือในห้องน้ำ  จุดสำหรับติดตั้งปลั๊กไฟเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่เปียกจึงเกิดอันตรายได้ง่ายเมื่อใช้สวิตช์ไฟฟ้า และปลั๊กไฟ  สวิตช์ไฟควรอยู่ในจุดผนังบริเวณส่วนแห้งของห้องน้ำ หากห้องน้ำบ้านใดไม่มีการแยกพื้นที่เปียกและแห้งควรติดตั้งสวิตช์ไว้นอกห้องน้ำจะปลอดภัยกว่า 2. ขนาดของสุขภัณฑ์                ขนาดของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำส่วนใหญ่ เจ้าของห้องน้ำมักเลือกจากความชอบในรูปทรงความสวยขององดีไซน์ เคล็ดลับในการเลือกสุขภัณฑ์ให้ลงตัวก็คือ ควรพิจารณาจากการใช้สอยของคนในบ้าน เช่นหากบ้านมีคนที่มีรูปร่างใหญ่ก็ควรเลือกโถสุขภัณฑ์ให้มีขนาดใหญ่เพื่อจะได้ใช้งานสบาย นั่งสบาย หากมีเด็กด้วยก็เลือกซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับเด็กเช่น ฝารองนั่งชักโครกสำหรับเด็ก  ห้องน้ำที่มีขนาดห้องเล็ก ไม่ควรเลือกสุขภัณฑ์ที่มีดีไซน์มากหรือใหญ่เทอะทะจะทำให้ห้องน้ำดูแคบอึดอัดได้ 3. สีของห้องน้ำ                โดยทั่วไปแล้วสีของห้องน้ำที่ทำความสะอาดง่ายและนิยมก็คือสีอ่อน สีสว่าง เช่น สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน สีฟ้า แต่ถ้าหากใครที่ชอบโทนสีเข้มหรือสีสดใสฉูดฉาดก็สามารถเลือกแต่งห้องน้ำเป็นสีดังกล่าวได้ เพียงแต่เสริมกระจกและของตกแต่งที่มีพื้นผิวสะท้อนมันวาวเข้าไปห้องก็จะดูสว่างขึ้น ไม่ดูทึบมืดเกินไป หรือดีไซน์การก่อสร้างห้องน้ำสีเข้มให้มีหน้าต่างกว้าง ๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน 4. พื้นห้องน้ำสวยและใช้งานลงตัว                เคล็ดลับของพื้นห้องน้ำสำหรับใครเพิ่งเริ่มที่จะสร้างหรือปรับปรุงห้องน้ำ พื้นห้องน้ำที่ดีก็คือ พื้นจะต้องมีความลาดเล็กน้อยโดยให้มีส่วนที่ต่ำกว่าเอนไปทางท่อหรือรูระบายน้ำ และต้องเป็นความเอียงที่เรียบระนาบเสมอ เพื่อไม่ให้น้ำขังในจุดต่าง ๆ ของห้องน้ำ พื้นที่เอียงได้องศาที่ดีและเอียงไปในทางรูระบายนำอย่างดีจะทำให้น้ำระบายได้เร็วและไม่เกิดน้ำขังเป็นแอ่ง 

วิธีตกแต่งห้องน้ำสำหรับคนหลายวัยในบ้าน

ในบ้านที่มีสมาชิกในบ้านอยู่กันหลายคน ย่อมจะมีสมาชิกที่มีวัยและอายุที่แตกต่างกันออกไป ทั้งวัยเด็กเล็ก ๆ วัยเด็กโต วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ ห้องน้ำจึงเป็นอีกสถานที่ในบ้านที่ผู้คนในบ้านทุก ๆ คนต้องใช้ร่วมกัน ดังนั้นการจัดแต่งห้องน้ำที่ดีและเหมาะสมกับสมาชิกทุกวัยในบ้านจึงมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องงคำนึงถึงด้วยได้แก่                 ภาพจาก community.akanek.com 1. จัดพื้นที่ให้ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้านเพราะวัยที่แตกต่างกันของคนในบ้านจึงต้องการรายละเอียดในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำด้วย โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นเด็กและเป็นผู้สูงอายุในบ้าน ความปลอดภัยที่กล่าวถึงนี้ก็ได้แก่                  พื้นของห้องน้ำ ในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ พื้นห้องน้ำควรจะมีพื้นผิวของวัสดุปูที่ไม่ลื่น มีความฝืดมากกว่าห้องน้ำโดยทั่วไป และไม่ควรมีความลาดเอียงมากเกินไป ในกรณีของทั้งเด็กและผู้สูงอายุพื้นที่มีระดับแตกต่างกันมาก เช่นพื้นห้องน้ำต่ำกว่าตัวพื้นในบ้านมากเกินไปก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่ายเช่นกัน                อุปกรณ์เสริมสำหรับสมาชิกในบ้านในห้องน้ำก็สำคัญเช่นกัน ในผู้สูงอายุที่เดินไม่ค่อยสะดวก ควรมีราวจับสแตนเลสในจุดต่าง ๆ ติดตั้งในห้องน้ำ เช่น ราวติดผนังด้านที่ติดตั้งชักโครก  ราวติดผนังใกล้อ่างล้างหน้า และผนังในบริเวณที่ใช้อาบน้ำเป็นต้น  สำหรับเด็กเล็ก ๆ สิ่งที่ต้องมีก็คือฝารองชักโครกขนาดเล็กที่เหมาะกับเด็ก ๆ นอกจากจะทำให้นั่งชักโครกสะดวกแล้วยังปลอดภัยจากอุบัติเหตุอีกด้วย 2. ออกแบบให้เป็นห้องน้ำที่ใช้สะดวกสำหรับทุกคนขนาดของการติดตั้งอุปกรณ์และระยะห่างของอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องน้ำก็ควรพิจารณาให้สะดวกในการใช้สำหรับสมาชิกทุกคนในบ้านเช่นกัน หากมีสมาชิที่มีรูปร่างใหญ่ การจัดมุมอาบน้ำหรือมุมชักโครกที่คับแคบก็จะเกิดความไม่สะดวกในการใช้สอยห้องน้ำได้ ในขณะเดียวกันอ่างล้างมือที่สูงกว่าตัวเด็กเล็ก ๆ ก็ทำให้เด็ก ๆ ล้างมือได้ยาก อาจจัดให้มีก๊อกน้ำที่สะดวกสำหรับเกในจุดอื่นของห้องน้ำให้เด็ก ๆ ล้างมือ หรือมีเก้าอี้ที่จะปีนล้างมือได้สะดวกและปลอดภัยวางไว้ก็ได้                ภาพจาก rukbarn.com 3. มีจำนวนห้องน้ำที่เพียงพอสำหรับทุกคนในบ้านจำนวนห้องน้ำกับจำนวนสมาชิกในบ้านก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน หากในบ้านมีสมาชิกหลายคนแต่มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว เมื่อช่วงเวลารีบเร่งเช่นช่วงเช้าตื่นนอนก็อาจทำให้ต้องเสียเวลารอต่อคิวใช้ห้องน้ำได้ เพราะฉะนั้นจำนวนห้องน้ำจึงต้องเหมาะสมกับจำนวนสมาชิกที่ต้องใช้ห้องน้ำ การแก้ไขหากเพิ่มจำนวนห้องน้ำไม่ได้เพราะพื้นที่และการออกแบบบ้านที่จำกัดก็คือ อาจจะจัดให้สุขาและส่วนอาบน้ำแยกห้องกัน และมีจุดล้างหน้าล้างมือที่เพิ่มขึ้นใจบริเวณอื่นของบ้านก็ช่วยได้ 4. ตำแหน่งของห้องน้ำบริเวณที่เป็นส่วนห้องน้ำของบ้านก็ต้องเหมาะสมกับการใช้งานของสมาชิกในบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรอยู่ในจุดที่ไม่ต้องเดินไกลเกินไปและไม่มีสิ่งกีดขวางหรือทางลื่นทางชันให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้ห้องน้ำในยามค่ำคืน                สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดในการออกแบบและจัดแต่งห้องน้ำสำหรับสมาชิกในบ้าน ให้ได้ใช้งานกันอย่างเหมาะสมและปลอดภัยนั่นเอง

รูปภาพเสริมฮวงจุ้ย ทั้งรุ่งเรือง ร่ำรวย และมีความสุข

รูปประดับเป็นอีกของตกแต่งหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำมาประดับบ้าน กรอบรูปต่าง ๆ ที่มีขายกันหรือหามาจากสถานที่ต่าง ๆ อาจจะมีหลากหลายประเภท รูปที่ใช้มาใส่กรอบรูปประดับนั้น จะเป็นรูปอะไรก็ตามขึ้นอยู่กับความชอบความพอใจของผู้เป็นเจ้าของบ้าน แต่กรอบรูปและรูปใช่ว่าจะเหมาะสมและติดได้ทุกชนิดและทุกห้องในบ้าน รูปบางรูปอาจจะไม่เหมาะที่จะใช้ติดบางห้อง หรือไม่เหมาะที่จะนำเข้าบ้านเลยด้วยซ้ำในทางหลักฮวงจุ้ย ในขณะที่รูปบางประเภทเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาติดตามห้องต่าง ๆ ของบ้าน เพราะช่วยเสริมความเป็นมงคลให้กับบ้าน ทำให้บ้านนั้นสมาชิกในบ้านมีความสุข ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ก้าวหน้าได้  นั่นเนื่องมาจากว่ารูปภาพไม่ใช่เป็นเพียงภาพแต่ภาพแต่ละภาพก็มีความหมายที่ต่างกันและให้พลังที่ต่างกันคือภาพจาก godsilaindy.com 1. ภาพเกี่ยวกับน้ำ รูปภาพที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น น้ำตก น้ำพุ ลำธาร ทะเล ทะเลสาบ สระน้ำ เหล่านี้ มีความหมายถึงทรัพย์สมบัติเงินทอง เป็นภาพที่เหมาะจะหามาติดประดับบ้าน ตำแหน่งที่เหมาะสมจะประดับติดหรือตั้งวางไว้ก็คือ ทางฝั่งซ้ายของประตูบ้าน ทางหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ภาพเกี่ยวกับน้ำจะทำให้เกิดความเคลื่อนไหว การไหลเวียนของเงินทาองและโชคลาภเข้ามาสู่บ้าน 2. ภาพดอกไม้โดยเฉพาะดอกไม้ที่มีชื่อมงคลต่าง ๆ หากเป็นดอกไม้จีนก็จะต้องเป็นดอกโบตั๋น เพราะชาวจีนเชื่อว่าดอกโบตั่นจะนำพาความเสน่หา ทำให้คนรักเมตตาและรู้สึกดีด้วย ทำอะไรคนก็จะให้ความร่วมมือ ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ดอกโบตั๋นคือราชินีของดอกไม้จีน  อาจจะใช้ภาพของกุหลาบ ดอกชบา หรือดอกไม้อื่น ๆ ที่มีชื่ออันเป็นมงคลก็ได้  ภาพจาก gajeab.exteen.com 3. ภาพปลาทั้งความหมายของจีนและความหมายของไทย รวมถึงชนชาติอื่น ๆ ทั่วไป เชื่อกันว่าปลา เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้เหลือเฟือ ความครบสมบูรณ์ การใช้ภาพปลาอาจจะเป็นปลาทอง ปลาคราฟ หรือปลาอื่น ๆ มาประดับก็เป็นการเสริมสิริมงคลตามหลักฮวงจุ้ย 4. ภาพวิวภูเขาภูเขาคือความหมายของการพึ่งพิงละความมั่นคง เหมาะที่จะนำมาประดับเพราะหมายถึง ชีวิตเมื่อจะทำสิ่งใดก็จะมีคนคอยช่วยเหลือส่งเสริมและค้ำจุนอยู่เสมอ ถือเป็นสิริมงคลต่อชีวิตคนที่อยู่อาศัย ตำแหน่งที่เหมาะจะแขวนหรือติดภาพวิวภูเขาก็คือ ผนังด้านหลังเก้าอี้ทำงาน ผนังหลังโซฟาเป็นต้นภาพจาก godsilaindy.com 5 ภาพคู่ต่าง ๆ ภาพที่มีคู่กันเช่น นกคู่ ปลาคู่ ต้นไผ่สองต้นคู่กัน ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่เป็นสิริมงคลในด้านการเสริมสร้างความรักและความผูกพันให้กับคนที่อยู่อาศัยในบ้าน นักว่าเป็นภาพชนิดที่เป็นมงคลคู่ควรกับบ้านเช่นกัน 

มาแต่งหน้าบ้านให้หน้ามองและตรงตามหลักฮวงจุ้ยกันเถอะ

ในการแต่งบ้านให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยนั้น หลายคนมักจะเข้าใจว่าจะต้องปรับห้องนอนหรือเน้นการตกแต่งภายในบ้านเป็นหลัก แต่ไรความเป็นจริงแล้วการแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เราสามารถเริ่มได้ตั้งแต่บริเวณหน้าบ้านกันเลยทีเดียว แต่การแต่งหน้าบ้านเพื่อเสริมมงคลนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลย                  ภาพจาก thaihometown.com 1. ทาสีประตูบ้านให้เป็นสีมงคล ไม่ใช่เพียงแค่การทาสีประตูให้เป็นมงคลเท่านั้น เพราะพื้นที่ประตูหน้าบ้านนั้น เราไม่ควรจะมีสิ่งของให้รกและดูเกะกะ เช่นกล่องสิ่งของต่างๆ หรือชั้นวางรองเท้า ซึ่งการปรับภูมิทัศน์หน้าประตูบ้านให้โล่งนั้น จะเป็นการช่วยให้พลังงานหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก นอกจากนี้เราควรเลือกสีของประตูบ้านให้เป็นสีมงคล เช่น น้ำตาลแดง หรือสีเขียว โดยความเชื่อแล้ว สีน้ำตาลหรือสีแดงนั้นจะช่วยในด้านความสมบูรณ์ และสีเขียวจะช่วยในเรื่องการเงิน ภาพจาก banidea.com 2. กำจัดต้นไม้ที่ตายแล้วออก การปลูกต้นไม้บริเวณหน้าบ้านนั้น เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างโชคลาภได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่หน้าบ้านของเรามีต้นไม้ที่ตายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้แขวนหรือปลูกลงกระถางก็ตาม ตามความเชื่อนั้นหมายความว่า คนในบ้านจะถึงคราวดวงตกซึ่งถือว่าไม่เป็นมงคล เพราะฉะนั้นเราควรกำจัดต้นไม้หน้าบ้านที่ตายแล้วออกไป และหาต้นไม้ใหม่มาปลูกทดแทนจะดีที่สุดภาพจาก decorreport.com 3. ทางเข้าบ้านแบบโค้ง ตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นบอกไว้ว่า ทางเดินลัดสนามหญ้าเข้าบ้านนั้น ถ้าจะให้ดีต้องเป็นทางแบบโค้งเท่านั้น เพราะจะเสริมสร้างโชคลาภและนำพลังงานที่ดีเข้าสู่คนในบ้าน รวมทั้งยังเป็นทางสกัดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาภายในบ้านได้ ภาพจาก thaihometown.com 4. ตำแหน่งของประตูหน้า-หลังต้องไม่ตรงกัน พลังชี่นั้นเป็นพลังงานที่ดี ที่ควรอยู่ในบ้าน เพราะฉะนั้นการตั้งตำแหน่งของประตูหน้าและหลังตรงกัน จะทำให้พลังชี่นั้นเข้ามาและออกไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นแล้วทางที่ดีเราควรวางตำแหน่งของประตูหน้าบ้านและหลังบ้านไว้คนละทิศกัน แต่ถึงแม้ว่าบ้านของเราจะถูกสร้างออกมาให้มีตำแหนงประตูตรงกันแล้ว ก็สามารถแก้ไขได้โดยการจัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ กั้นทางผ่านระหว่างประตูหน้ากับหลัง วิธีนี้ก็สามารถช่วยได้ ภาพจาก banidea.com 5. แขวนโมบายไว้หน้าบ้าน การแขวนโมบายที่มีสีสันสดใสไว้หน้าบ้านนั้นจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของคนภายในครอบครัวและคนรอบข้างนั้นดีขึ้น นอกจากนี้หากมีการวางพรมสีสวยไว้หน้าบ้านควบคู่ไปด้วย ก็จะยิ่งช่วยเสริมสร้างในเรื่องโอกาสดีๆ ให้กับชีวิตของเรามากขึ้นด้วยอย่างไรก็ตามการตกแต่งหน้าบ้านนั้น เราควรที่จะมองในเรื่องของความชอบและความเหมาะสมของตัวเองเป็นหลักด้วย แต่ก็ไม่ควรมองข้ามการตกแต่งหน้าบ้านให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยกันด้วย เพื่อที่จะได้เพิ่มสิ่งดีดี และโอกาสที่ดีต่างๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้ง่ายขึ้น

วิธีได้วงเงินสินเชื่อมาลงทุนในอสังหาฯ ตามยอดที่ต้องการ

การทำสินเชื่อเพื่อได้วงเงินมาลงทุนในอสังหาฯ นอกจากจะได้เงินลงทุนแล้ว ยังได้เครดิตที่ดีกับสถาบันการเงิน มีระยะเวลาในการผ่อนชำระอีกด้วย แต่การที่จะขอสินเชื่อตามวงเงินที่ต้องการต้องมีเทคนิคอะไรบ้าง เรามีคำตอบให้คุณ ภาพจาก www.ardorny.comโดยปกติแล้วสินเชื่อสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจแยกออกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภค ซึ่งสถาบันการเงินให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยทั่วไป เพื่อการมีบ้านเป็นของตนเอง เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเดี่ยว ซื้อทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม การกู้ยืมสินเชื่อประเภทนี้มักพบว่ามีดอกเบี้ยกู้บ้านค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ระยะเวลาผ่อนชำระจะยาวนานเป็นพิเศษ การขอสินเชื่อบ้านทำได้สะดวกไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนภาพจาก smartchoicerealtysolutions.com2. สินเชื่อเพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สินเชื่อเพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่สถาบันการเงินให้กับโครงการลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นการเฉพาะเจาะจง เช่น สร้างบ้านขาย สร้างอพาร์ตเม้นให้คนเช่า หรือก่อสร้างอาคารให้ผู้อื่นเช่าพื้นที่ ลักษณะสำคัญของสินเชื่อชนิดนี้ ก็คือการให้วงเงินกู้สูงกว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากภาพจาก www.argfinance.com.au กู้ยืมเงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างไร ให้ได้วงเงินตามที่ต้องการเงื่อนไขการกู้ยืมเงินสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีข้อจำกัดที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาก ทั้งเงื่อนไขเรื่องดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ เนื่องจากสินเชื่อชนิดนี้ให้วงเงินกู้สูง เงื่อนไขการชำระคืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนหรือรายได้ของผู้กู้ แต่ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นสำคัญสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะพิจารณาสินเชื่อเพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยอิงจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน เช่น รายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต รายรับที่เคยได้รับในอดีต ประวัติเครดิตของผู้กู้ยืม และทำเลที่ตั้ง ด้วยเหตุนี้การกู้ยืมเงินมาลงทุนให้ได้ตามวงเงินกู้ที่ต้องการ จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบล่วงหน้าเพื่อหาแนวทางปรับปรุงศักยภาพในการกู้ยืมเงินให้ได้มากตามวงเงินที่นักลงทุนต้องการจะเห็นได้ว่าเทคนิค การกู้ยืมเงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างไร ให้ได้วงเงินตามที่ต้องการ นั้นทำได้ไม่ยาก ถึงแม้จะมีเงื่อนไขและปัจจัยหลักในการพิจารณาที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน หากนักลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความรู้ความเข้าใจ และต้องมีการวางแผนหรือเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนยื่นสินเชื่อเพื่อกู้ยืมเงินมาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก่อนทุกครั้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งมือเก่าและมือใหม่สามารถกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ตามวงเงินที่ต้องการได้อย่างแน่นอน  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.landinvestingthai.com

เลือกโทนสีอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละห้อง

การเลือกโทนสีให้เหมาะสมในแต่ละห้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน เพราะโทนสีแต่ละห้องมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของคนที่อยู่ในห้อง วันนี้เรามีวิธีการเลือกโทนสีให้เหมาะสมในแต่ละห้องเพื่อคุณจะได้นำไปปรับใช้1. ต้องการความสบายตา ความเย็นใจ ต้องเลือก “สีเขียว”มีคนเคยบอกว่า หากคุณเมื่อยล้า เวลาจ้องอะไรนานๆ ให้มองไปที่สีเขียว ความเมื่อยล้านั้นจะบรรเทา เพราะสีเขียวเป็นสีที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น ผ่อนคลาย ช่วยลดความดันโลหิตอีกด้วยห้องที่เหมาะสมกับสีเขียว : ห้องนั่งเล่น และ ห้องนอน ภาพจาก www.drawhome.comภาพจาก www.drawhome.com ภาพจาก ideasforhomesdesigns.comภาพจาก ideasforhomesdesigns.com 2. สงบ ปลอดโปร่ง ด้วย “สีฟ้า”สีฟ้า เป็นสีที่ทำให้รู้สึกสดใส และ เย็นใจไปพร้อมๆกัน หากคุณต้องการความสงบทางจิตใจ และไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด อีกทั้งอิทธิพลของสีฟ้ายังช่วยเรื่องโรคปอดห้องที่เหมาะสมกับสีฟ้า : ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และ ห้องน้ำภาพจาก www.pinterest.com ภาพจาก www.pinterest.comภาพจาก  www.designrulz.com ภาพจาก www.theroomedit.comภาพจาก  www.homestratosphere.com ภาพจาก www.houzz.com 3. ร้อนแรง มีชีวิตชีวา ด้วย “สีแดง และ สีโทนร้อน”สีแดง หรือ สีโทนร้อง เช่น สีเหลือง สีส้ม สีม่วงแดง เป็นโทนสีร้อนที่ให้ชีวิตชีวา ด้วยเนื้อสีที่สด ทำให้คนที่อยู่ในห้องรู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวา อีกทั้งช่วยเพิ่มความเจริญอาหารห้องที่เหมาะสมกับสีแดง : ห้องนั่งเล่น และ ห้องรับประทานอาหารภาพจาก www.decoist.comภาพจาก  www.decoist.comภาพจาก  www.housetohome.co.ukภาพจาก www.thinkter.com 4. สุขุม และ หนักแน่น ด้วย “สีน้ำเงิน”สีน้ำเงิน เป็นสีโทนเย็น ที่ทำให้รู้สึกสุขุม หนักแน่น มีความเป็นผู้ใหญ่และทางการมากกว่าสีอื่นๆห้องที่เหมาะสมกับสีน้ำเงิน : ห้องทำงาน หรือ ห้องอ่านหนังสือTips : ควรมีสีอื่นมาตัดกับสีน้ำเงิน เช่น สีขาว เพื่อไม่ให้ห้องดูทึบเกินไป ภาพจาก  keenzy.us ภาพจาก  www.jimandpatsanders.com  5. ร่าเริง สดใสด้วย “สีเหลือง”สีเหลือง โทนสีสว่างที่ไม่ร้อนแรงจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกสดใสเวลาที่มอง ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้องอีกด้วยห้องที่เหมาะสมกับสีเหลือง : ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกภาพจาก www.home-designing.com ภาพจาก rilane.comภาพจาก rilane.com 6. วินเทจสไตล์ ด้วย “สีพาสเทล”สีพาสเทล คือการนำสีขาวเข้ามาผสม เพื่อลดความเข้ม และ ความสดของสีลง เช่น สีชมพูอ่อน สีม่วงอ่อน หรือ สีเขียวมิ้นต์ ให้ความรู้สึกชวนฝัน โรแมนติกห้องที่เหมาะสมกับสีพาเทล : ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และ ห้องรับแขก ภาพจาก rilane.com/bedroomภาพจาก rilane.com ภาพจาก rilane.comภาพจาก coloration.hobby-smart.comภาพจาก coloration.hobby-smart.com สีแต่ละสีให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน หากคุณเลือกโทนสีที่เหมาะสมก็ทำให้บ้านของคุณดูมีชีวิตชีวา และนอกจากเทคนิคการเลือกโทนสีห้องที่เรานำเสนอไปนั้น คุณอาจจะเพิ่มความสวยให้กับห้องด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือ วอลเปเปอร์ที่เข้ากับโทนสีห้องของคุณได้อีกด้วย

มารู้จักข้อดีข้อเสียของครัวปูนกันเถอะ

ครัวปูนเป็นครัวในแบบที่เรารู้จักกันดีเพราะเป็นที่นิยมใช้กันตามบ้านส่วนใหญ่ไม่แพ้ครัวบิ้วอินเลยสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะตกแต่งครัวด้วยเคาน์เตอร์ครัวแบบครัวปูน วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับครัวปูนมาให้ได้ทราบกันทั้งข้อดีในการใช้ครัวปูนและข้อเสียของครัวปูนมาฝาก          ก่อนอื่นเรามาทราบกันก่อนว่าครัวปูนนั้นคืออะไร ครัวปูนที่พูดกันติดปากก็คือการทำเคาน์เตอร์ด้วยวิธีการหล่อปูนตามแบบโครงสร้างที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งใช้วัสดุคือปูนและเหล็กเส้นบางส่วน นำมาทำเป็นโครงสร้างของเคาน์เตอร์ครัว โดนอาจใช้วิธีฉาบผิวให้เรียบเป็นการโชว์พื้นผิวปูนเปลือย และการตกแต่งหน้าเคาน์เตอร์และหน้าปูนด้วยกระเบื้อง จากนั้นก็ติดบานตู้ใต้เคาน์เตอร์ด้วยบายไม้หรือพีวีซี ข้อดีของครัวปูนก็คือ  1. ทนทานกว่าครัวในแบบบิ้วอิน          เพราะทำจากวัสดุปูนเป็นหลักทำให้ครัวปูนมีความทนทานในการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่คงทนกว่าครัวในแบบบิ้วอินที่ทำจากวัสดุที่บอบบางกว่า ทนน้ำไม่หลุดร่อนบวมหรือแตก หากเลือกวัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ที่ทนทานได้มาตรฐาน เช่นหินแกรนิต หินอ่อน หรือกระเบื้องชนิดต่าง ๆ    นอกจากนั้นยังทนความร้อนได้สูงมาก เหมาะกับการใช้ในครัวที่ต้องรองรับความร้อนหรือไฟ ไม่ต้องกลัวว่าผิวหน้าเคาน์เตอร์จะไหม้เสีย 2. ก่อสร้างง่าย ราคาไม่แพง          การก่อสร้างครัวปูนนั้นช่างทั่วไปสามารถทำได้และไม่ว่าแบบจะมีรูปทรงอย่างไร ทั้งตัวไอตรง ๆ รูปทรงตัวยู รูปทรงตัวแอล  หรือรูปทรงโค้งก็สามารถหล่อแบบปูนออกมาได้ตามที่ต้องการ และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายมาตรฐานทั่ว ๆ ไป 3. วัสดุตกแต่งมีให้เลือกมากหลากหลายสไตล์          วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการตกแต่งเคาน์เตอร์ปูนนั้นมีให้เลือกหลากหลายทั้งชนิดของวัสดุที่มีทั้งกระเบื้อง ไม้แท้ วัสดุสังเคราะห์ แกรนิต หรือแม้กระทั่งหินอ่อน ทั้งลวดลายและสีสันก็มีมาก การเรียงวงให้เกิดลวดลายต่าง ๆ ก็สามารถออกแบบได้ตามใจ 4. ทำความสะอาดง่าย          ครัวปูนนั้นทนทั้งน้ำและทนความร้อน ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย เมื่อต้องการทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็สามารถใช้น้ำล้างได้ทั้งหมด ใช้แปรงขัดและลงน้ำยาทำความสะอาดได้ตามชอบใจ ซึ่งต่างจากครัวแบบ บิ้วอินซึ่งวัสดุมักมีข้อจำกัดไม่สามารถทนชื้นและทนร้อนมาก การทำความสะอาดจึงต้องระวังเป็นพิเศษมากกว่าส่วนข้อเสียของครัวปูนก็มีดังนี้ 1. เกิดความอับชื้นภายในตู้ได้          ข้อเสียของครัวปูนซึ่งมักเกิดทั่วไปในครัวปูนส่วนใหญ่คือ ภายในตู้มักเดความอับชื้นเนื่องจากการคายความชื้นของเนื้อปูน ทำให้อับภายในตู้ได้ 2. ฟังชั่นภายในไม่มาก          ครัวปูนมีข้อจำกัดที่ฟังชั่นภายในให้ประโยชน์ใช้สอยที่จำกัด เพราะมักจะหล่อได้เพียงชั้นที่เพิ่มขึ้นมาต่างจากครัวบิ้วอินที่มีอุปกรณ์เสริมใช้งานได้สะดวกครบกว่า 3. ดูไม่ทันสมัย          รูปแบบของครัวปูนด้วยวัสดุที่เป็นปูนเมื่อเทียบกับครัวในแบบบิ้วอินจะดูไม่ทันสมัยเท่า เพราะมีรูปแบบเดียวต่างก็เพียงแต่รูปทรงการวางตัวของเคาน์เตอร์เท่านั้น           ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียที่นำมาให้ได้ทราบเพื่อเปรียบเทียบความชอบก่อนที่จะเลือกใช้ครัวปูนและครัวประเภทอื่นให้กับบ้าน ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนั่นเอง  ภาพประกอบจาก banidea.com

ปลูกต้นไม้แต่ละที เลือกต้นไหนดีให้มงคล…?

ความสุขของคนมีบ้าน ก็คือการได้ดูแล และปรับแต่งให้บ้านของตนดูดีอยู่เสมอ ใช่มั้ยล่ะคะ…?และกิจกรรมหนึ่งของการดูแลบ้าน คือการเลือกซื้อต้นไม้ ดอกไม้มาปลูกประดับสร้างความสดชื่นให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้พบเห็นนั่นเอง วันนี้เราเลยจะพาไปรู้จักกับต้นไม้ ดอกไม้ที่ควรปลูกในบ้าน และยังเสริมสิริมงคลให้กับบ้านด้วยล่ะค่ะ   1. ต้นมะยม          อยากให้มีคนนิยม ชมชอบ ปลูกต้นมะยมสิคะ เหมือนจะกลายเป็นคำโฆษณาติดหูไปแล้วล่ะค่ะ มะยมเป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมปลูกกัน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง อีกทั้งผลของมะยมยังสามารถกินได้ เป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยอีกด้วย    2. จำปา           สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์ จำปาถือเป็นไม้มงคล ส่งเสริมความโชคดี ที่ควรปลูกไว้ที่บ้านค่ะ จำปาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ออกดอกตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูฝน กลิ่นหอม เพิ่มความสดชื่นในบ้านได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว  3. ต้นคูน (ราชพฤกษ์)          เหลืออร่าม มองเห็นเด่นชัด คือต้นคูนนี่หล่ะค่ะ ความมงคลก็คือ ปลูกไว้แล้วจะช่วยชูเกียรติให้กับเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังความสวยงามของต้นคุณยังทำให้บ้านของคุณดูสดใส เป็นที่ชื่นชอบของคนที่พบเห็น แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คนพูดถึง เชิดชูได้ยังไง จริงมั้ยล่ะคะ  4. โป๊ยเซียน          ไม้มงคลแห่งโชคลาภที่ไม่ว่าชาวไทย หรือว่าชาวไทยเชื้อสายจีนก็นิยมปลูกติดบ้านไว้ คำว่าโป๊ยเซียน หมายถึง เซียนทั้ง 8 เป็นไม้ที่จะออกดอกตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาว แนะนำให้ปลูกเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม และเชื่อกันว่า ถ้าบ้านไหนมีดอกโป๊ยเซียนครบ 8 ดอก ก็จะสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านนั้น  5. มะลิ          กลิ่นหอมๆของมะลิบวกกับความสวยงามบริสุทธิ์เป็นที่ต้องใจของผู้พบเห็นฉันใด ความหมายของมะลิก็เป็นฉันนั้น การปลูกมะลิไว้ที่บ้าน หมายถึง ความรัก ความบริสุทธิ์ของคนในบ้าน ที่เป็นที่ต้องตา ต้องใจไปยังบุคคลที่พบเห็น เป็นต้นไม้มงคลที่นิยมนำไปกราบไหว้พระ นอกจากนั้นยังเป็นสัญลักษณ์แทนความบริสุทธิ์ของแม่อีกด้วย  ถูกใจกันบ้างหรือเปล่าคะ กับต้นไม้ ดอกไม้ มงคลที่เราเอามาฝากกันครั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาต้นไม้สักต้น ดอกไม้ประดับสักต้นมาปลูกที่บ้านแล้วล่ะก็ อย่าลืมนึกถึงความหมายและความมงคลกันด้วยนะคะ ที่มาภาพ www.pixabay.com 

ตำแหน่งที่ตั้งของบ้านที่ไม่เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย

การเลือกซื้อบ้านหรือการปลูกบ้าน ไม่เพียงแต่จะพิจารณาจากขนาดของบ้าน วัสดุและรูปแบบของการออกแบบบ้านเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงโดยเฉพาะในด้านของหลักการตามศาสตร์ฮวงจุ้ยก็คือ ตำแหน่งของบ้าน                 บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก คนที่อยู่ในบ้านจะเกิดความเจ็บป่วยได้ง่าย เนื่องจากหน้าบ้านและหลังบ้านจะรับทั้งฝนและแดด ในหน้าร้อนแดดจะแรงและระอุสาดเข้ามายังตัวบ้านเต็มที่ ในขณะที่หน้าฝนก็มีฝนสาดบ้านเต็ม ๆ ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่าย อีกทั้งตัวบ้านหากเป็นลักษณะของทาวน์เฮ้าส์หรือตึกแถวก็จะชำรุดโทรมได้ไวกว่า เพราะโดนทั้งแดดและฝนเต็มที่ บ้านที่ดีที่สุดควรเป็นบ้านที่เรียงตัวไปในทิศแนวเหนือใต้ บ้านอยู่ทิศใต้และหันหน้าไปทางทิศเหนือจะดีที่สุด                   ภาพจาก homenayoo.com                 บ้านที่มีเสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าบ้านบริเวณกลางตำแหน่งของบ้านหรือประตูหน้าบ้านบ้านลักษณะนี้เรียกกันว่าบ้านกระถางธูป เพราะการมีเสาไฟฟ้าหรือต้นไม้อยู่หน้าบ้านตรงกลางดูแล้วจะเหมือนมีธูปปักอยู่กลางบ้าน ถือว่าไม่เป็นมงคล หากมองแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ บ้านที่อยู่ในตำแหน่งนี้ก็นับว่าอันตราย เพราะเสี่ยงกับการเกิดไฟดูด เสาไฟฟ้าโค่นเมื่อพายุแรงหรือขับรถชนเสาไฟก็หักมาทับบ้านเรือนพังได้ ต้นไม้ที่กิ่งก้านใหญ่ยามถูกลมพายุพัด กิ่งก้านก็หักถูกหลังคาตัวบ้านเสียหายได้ จึงไม่เป็นมงคล                 บ้านที่อยู่บนที่ดินเว้าแหว่งก็เป็นบ้านในจุดอัปมงคล เช่นบ้านที่ถูกถนนกินส่วนที่ดินไปส่วนหนึ่งทำให้รูปทรงของที่ดินไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่ตัดเป็นทรงเบี้ยว ๆ หรือเป็นบ้านที่มีส่วนเกินส่วนล้ำของบ้านหลังอื่น ที่ดินอื่นเว้แหว่ง ก็จัดว่าอยู่ในทำเลตำแหน่งไม่ดี                 บ้านที่อยู่ติดกับวัด ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะเช่นกัน เพราะบ้านใกล้วัดจะทำให้ผู้อยู่อาศัยสมาชิกในบ้านเจ็บป่วยและมีปัญหาสุขภาพได้ง่าย ภาพจาก homenayoo.com                 บ้านที่อยู่ใกล้กับแหล่งเน่าเสีย เช่นบ้านที่อยู่ใกล้ที่ทิ้งขยะรวม จุดกำจัดขยะ บ่อบำบัด หรือแหล่งเน่าเสีย โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น บ้านที่อยู่ใกล้สถานที่ดังเกล่าเป็นบ้านต้องห้ามที่ไม่ควรอยู่อาศัย เพราะจะไม่เป็นมงคล คนที่อยู่อาศัยในบ้านจะหดหู่ทะเลาะเบาะแว้งและยากจน                  การพิจารณาเมื่อจะปลูกหรือซื้อ บ้าน ที่ดิน ที่พักจึงต้องสำรวจให้ละเอียดเสียก่อน แต่ถ้าไม่มีทางเลือกและต้องอยู่อาศัย อาจใช้วิธีการปรับเปลี่ยนเท่าที่ทำได้ เช่นการเปลี่ยนทิศเข้าออกบ้าน  การสร้างต้นไม้หรือกำแพงบัง ก็สามารถช่วยบรรเทาความไม่ดีได้ในระดับหนึ่ง 

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กับธุรกิจการลงทุน

การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการซื้อขายหรือเปลี่ยนมืออสังหาริมทรัพย์ที่ถืออยู่ ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถทำได้สองลักษณะคือ ลักษณะแรกดำเนินการด้วยตนเองและลักษณะที่สองคือจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือนายหน้ามาช่วยดำเนินการ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวข้องหรือมีความสำคัญต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างไรวันนี้เรามีข้อมูลมาให้คุณได้รู้กัน ภาพจาก www.cbtownandcountry.com ทำไมต้องใช้นายหน้าอสังหาฯ1. เพราะการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทำได้ยาก ต้องใช้เวลาและความรู้ความชำนาญมาก ซึ่งปกติคนทั่วไปมักไม่มีเวลา ไม่มีความรู้ความชำนาญมากพอ การใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงช่วยขจัดปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี2. เป็นเพราะธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีบริการที่พัฒนาก้าวไกลไปมาก สามารถสนองตอบความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายได้เป็นอย่างดี3. ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผลตอบแทนที่ได้กับค่าใช้จ่ายภาพจาก www.bankforeclosuressale.com หน้าที่ของนายหน้าอสังหาฯที่ทำได้ดีกว่าซื้อขายเอง1. ช่วยทำงานเต็มเวลาแทนผู้ขาย ในเรื่องการหาผู้สนใจมาซื้อ โอกาสในการขายจึงมีมาก2. ทำให้ผู้สนใจซื้อมีมากขึ้น เพราะไม่ใช่ได้จากการโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่จะได้ลูกค้าทางอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายของนายหน้าด้วย3. ช่วยแนะนำผู้ขายในการกำหนดราคาขายที่เหมาะสม โดยนายหน้าจะอาศัยข้อมูลราคาอสังหาริมทรัพย์ในลักษณะเดียวกันที่มีขายในตลาด ไม่อิงจากราคาเสนอขายเพียงอย่างเดียว4. ช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ขาย5. คำนวณจำนวนเงินที่ผู้ขายพึงจะได้รับสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆรวมทั้งภาษีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังช่วยคำนวณเงินที่เหลือจากการกู้ยืมเงินให้กับผู้ขายด้วย6. สามารถซื้อและแสดงให้เห็นจุดขายของอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากนายหน้าที่มีประสบการณ์จะรู้และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า7. ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆที่ทำให้การขายเกิดขึ้นโดยง่าย เช่น การพาผู้สนใจไปชมอสังหาริมทรัพย์ ดูแลเรื่องนิติกรรม และสัญญาต่างๆ8. ช่วยผู้ขายในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่9. ช่วยให้การเจรจาต่อรองการขายทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น เพราะนายหน้าอยู่ในฐานะคนกลาง10. ช่วยขจัดอุปสรรคให้กับผู้ซื้อ ในการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น เรื่องการติดต่อเจรจากู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ภาพจาก www.equialt.com นายหน้าอสังหาฯ หากเลือกได้ดีก็เหมือนเป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยให้คำปรึกษาในการการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันไม่ใช่เพียงผู้ขายฝ่ายเดียวเท่านั้นที่มอบความไว้วางใจให้นายหน้า แต่ยังมีผู้ซื้อจำนวนมากนิยมใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนควรพิจารณาให้ความสำคัญ

เปรียบเทียบครัวทึบและครัวโปร่ง เลือกอย่างไรให้เหมาะ

ลักษณะห้องครัวที่เราใช้กันอยู่ตามบ้านในปัจจุบันนั้นหากจะสังเกตจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 ลักษณะก็คือ ครัวในแบบทึบและครัวแบบโปร่ง  สำหรับครัวในแบบทึบก็คือครัวที่เราเรียกกันติดปากว่าครัวฝรั่ง เป็นห้องที่มีผนังปิดทั้ง 4 ด้าน อาจจะมีประตูและหน้าต่างในบางด้านของห้องครัวก็ได้                 ส่วนครัวในแบบโปร่งก็คือครัวที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าครัวไทย คือเป็นครัวที่เปิดโล่งในแบบดั้งเดิม อาจจะมีการกรุผนังบางด้านด้วยไม้ระแนง ซึ่งในปัจจุบันก็กลับมาได้รับความนิยมกันมากขึ้นทีเดียว  ข้อดีของครัวแบบทึบหรือครัวฝรั่งเมื่อเปรียบเทียบกับครัวแบบโปร่งเปิดโล่งก็คือ 1. สามารถกันลมฝนได้ดี เมื่อต้องการเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว ยิ่งหากเป็นจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวที่มีค่าหรือพังเสียเมื่อโดนความชื้นและความร้อนได้ การเก็บในครัวแบบปิดย่อมจะรักษาอุปกรณ์เหล่านั้นได้ดีกว่าครัวแบบโปร่งที่ค่อนข้างเปิดโล่งกันลมฝนได้ไม่มิดชิด 2. ป้องกันสัตวเข้ามาในครัวได้มากกว่า ครัวแบบทึบจะสามารถป้องกันสิ่งของและอาหารจากสัตว์ได้ ทั้งหนูแมลงสาบ งู และแมลงประเภทต่าง ๆ เมื่ออยู่ในครัวปิดการที่สัตว์เหล่านี้จะเข้ามาหาเศษอาหารในครัวได้ก็ยากกว่าแบบครัวเปิด  3. มีความสวยงามและเป็นส่วนตัวกว่า ครัวแบบปิดทึบจะตกแต่งให้สวยงามได้ง่ายกว่า ทั้งการทาสีและการตกแต่งในส่วนอื่น ๆ  และการเป็นห้องปิดจึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ข้อเสียของครัวแบบทึบเมื่อเปรียบเทียบกับครัวโปร่งแบบเปิดโล่งก็คือ 1. ระบายอากาศได้ยากกว่า เพราะความที่ไม่เปิดโล่ง ช่องทางที่อากาศและควันจะระบายมีน้อยกว่าครัวเปิด  2. ไม่เหมาะในการทำอาหารแบบไทย เพราะนอกจากอากาศแล้วยังมีกลิ่นที่ไม่สามารถระบายไปได้ เมื่อทำอาหารที่มีกลิ่น 3. อึดอัดและคับแคบ  ครัวปิดในขนาดพื้นที่เท่ากันกับครัวแบบเปิดจะมีความอึดอัดคับแคบกว่าเพราะอยู่ในกรอบปิดสี่เหลี่ยม ไม่โปร่งโล่ง                ข้อดีของครัวเปิด ก็คือ การก่อสร้างใช้งบประมาณที่น้อยกว่า ในเรื่องของโครงสร้างก็เบาทำให้พื้นในส่วนที่ต่อเติมเป็นครัวไม่ทรุดและไม่ดึงโครงสร้างเดิม   อากาศและควันรวมถึงกลิ่นถ่ายเทได้ดีกว่า  เหมาะกับการประกอบอาหารแบบไทย ๆ แต่อาจขาดความปลอดภัยในเรื่องของสัตว์พวกหนู งู และแมลงต่าง ๆ อีกทั้งไม่เหมาะจะเก็บอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการดูแลสูง นอกจากจะออกแบบตู้หรืออุปกรณ์เก็บของมิดชิดปลอดภัยเพิ่มขึ้น   ในด้านของความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะครัวเปิดก็มีความสวยงามแบบไทย ๆ และเรียบง่ายได้เช่นกัน                 นอกจากความสวยงามและข้อดีข้อเสียที่ได้กล่าวมา ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้สอยของแต่ละบ้าน รวมถึงพื้นที่ของแต่ละบ้านด้วยว่าเอื้ออำนวยให้ทำครัวในแบบใด

เทคนิคง่ายๆ ในการสร้างธรรมชาติไว้ในบ้าน

ธรรมชาติที่สวยงามย่อมทำให้ผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติรู้สึกสดชื่น สดใส และผ่อนคลาย การสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติจึงเป็นการพักผ่อนวิธีหนึ่งที่ดี แต่บางครั้งสำหรับคนบางคนการหาเวลาเพื่อไปใกล้ชิดธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้บ่อย ๆ ยิ่งหากมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีบริเวณน้อย หรืออาศัยอยู่ตามตึกตามคอนโดมิเนียม การจะใกล้ชิดธรรมชาติก็ดูยิ่งจะเป็นเรื่องยาก                   ไอเดียดี ๆ ที่นำมาฝากกันเพื่อให้ใกล้ชิดธรรมชาติได้บ่อยขึ้น ก็คือการหยิบจับธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัวเรา ภายในบ้านและที่พักอาศัยของเรา ก็จะทำให้เราสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้ทุกวัน  ไม่ยากเลยเทคนิคเหล่านั้นได้แก่             ภาพจาก hatyaiok.com 1. เพิ่มสีเขียวให้กับบ้านว่ากันว่าสีเขียวเป็นสีที่ทำให้สบายตาเมื่อมอง เป็นสีที่สื่อถึงธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้า และเป็นสีที่เหมาะที่สุดสำหรับการพักสายตาจากการเพ่ง หรือทำงานมาอย่างหนัก ลองเปลี่ยนสีผนังหรือมุมต่าง ๆ ของบ้านบางมุมให้เป็นสีเขียว โดยเฉพาะมุมที่ใกล้กับโซนทำงาน เช่น ทาสีผนังใหม่ให้เป็นสีเขียวเย็นตา เปลี่ยนผ้าม่านให้เป็นลายพื้นเขียวหรือมีลวดลายเขียว   เป็นต้น 2. ภาพธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศผนังบ้านหรือหลังโต๊ะตู้ที่โล่ง ๆ อยู่ ในวันหยุดลองไปเดินหาซื้อภาพถ่าย ภาพเขียน ธรรมชาติสวย ๆ มาติดก็ดีไม่น้อย อาจจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ  ชายทะเล ภูเขา ป่า น้ำตก  หรือภาพ นก ต้นไม้ ดอกไม้ มาติดไว้ตามผนังบ้านโต๊ะ หรือมุมที่สามารถมองแล้วสบายใจผ่อนคลาย               ภาพจาก aqhome.co.th3. ต้นไม้ในบ้านห้องเล็ก ๆที่จืดชืดไว้ชีวิต หรือดูโมเดิร์นห่างไกลธรรมชาติ ลองหากระถางต้นไม้เล็ก ๆ มาวางไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน เช่นบนโต๊ะ บนชั้นวางของ มุมต่างๆ ของบ้าน ต้นไม้ที่ว่า ควรเป็นต้นไม้ที่ปลูกดูแลได้ง่าย เช่นพลูด่าง หรือต้นกระบองเพชร  นอกจากต้นไม้กระถางแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีสวนถาด สวนขวด ที่จำลองตกแต่งเป็นสวนขนาดจิ๋วสวยงามขายตามตลาด ลองซื้อมาจัดวางมุมต่าง ๆ ของบ้านเมื่อมองดูก็ผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติได้ทีเดียว 4. เสียงน้ำตกเสียงนกเสียง เป็นสิ่งที่ช่วยบรรยากาศให้ร่มรื่นได้เช่นกัน ลองหาซีดีที่มีการบรรเลงเสียงน้ำตก เสียงนก เสียงธรรมชาติที่มักมีขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านหนังสือ มาเปิดในวันเวลาที่ต้องการผ่อนคลายก็จะให้ความรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้    ภาพจาก dmodernart.com 5. ของตกแต่งอื่น ๆ ที่สื่อถึงธรรมชาติในส่วนตาง ๆ ของบ้านอาจจะลองหาของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ที่มีเรื่องราวของธรรมชาติมาวางประดับ หรือหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่าง ๆ ก็ลองซื้อมาไว้แต่งบ้าน เช่นกรอบรูป โมบาย เซรามิค โคมไฟ ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายใกล้ชิดธรรมชาติได้เช่นกัน 

ต่อเติมบ้านอย่างไรให้รุ่งโรจน์ตามหลักฮวงจุ้ย

สำหรับที่มีแพลนว่ากำลังจะต่อเติมบ้านในอนาคต คงจะเตรียมเลือกแบบทที่ต้องการ ประโยชน์ใช้สอยที่จำเป็นและความต้องการในการต่อเติม รวมถึงรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับงบประมาณในการต่อเติมบ้าน ติดต่อผู้รับเหมาและทีมช่างที่ตนไว้ใจ  แต่นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ การศึกษาหลักฮวงจุ้ยเพื่อนำมาประกอบกับการออกแบบต่อเติมบ้าน เพื่อให้บ้านที่ต่อเติมใหม่ ที่จะได้ประโยชน์ใช้สอยตามที่ต้องการแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้ารุ่งโรจน์แก่คนในบ้านอีกด้วย            ภาพจาก derechopedia.com                 หลักของฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่สะสมภูมิปัญญาเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างสถานที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำมาหากินที่เหมาะสม ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์ สุขอนามัย รวมถึงดวงชะตา ดินฟ้าอากาศ นับเนื่องมากว่าพันปี  หลักในการต่อเติมบ้านตามศาสตร์ฮวงจุ้ยมีดังนี้ ต่อเติมให้ตัวบ้านให้สมดุลชีวิตรุ่งเรืองการต่อเติมบริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วหากต้องการให้ส่งผลที่ดี เจริญรุ่งเรืองต่อผู้อยู่อาศัย ต้องต่อเติมโดยคำนึงถึงความสมดุลย์ของตัวบ้านเป็นสำคัญ ความสมดุลที่ว่าคือ เมื่องมองดูโดยรวมของบ้านแล้ว ไม่ดูว่าบ้านมีเนื้อที่ตัวบ้านยื่นไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไปแต่ควรมองดูแล้วสองข้างของบ้านดูน้ำหนักและเนื้อที่ใกล้เคียงหรือเท่ากัน   ภาพจาก Davarealestate ต่อเติมแบบเติมเต็มไม่แหว่งเว้าไม่ควรต่อเติมเพียงครึ่งเดียวของบริเวณ อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เช่นหากเราต่อเติมโรงรถด้านข้างบ้านก็ไม่ควรเติมเพียงครึ่งหน้าหรือครึ่งหลัง เพราะจะทำให้บ้านดูเว้าแหว่ง ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วบ้านเว้าแหว่งจะส่งผลเสียต่อชีวิตของคนในบ้านในระยะยาว ต่อเติมบริเวณด้านหลังดีกว่าบริเวณด้านหน้าหากบ้านมีบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านให้เลือกต่อเติม ควรเลือกเติมด้านหลังดีกว่าเติมด้านหน้าจนบริเวณหน้าบ้านตื้นหรือเต็มจรดประตุรั้ว เพราะการเติมส่วนหน้าบ้านจนติดรั้ว จะทำให้เกิดความไม่สงบสุขหรือไม่ปลอดภัยได้  บ้านที่มีพื้นที่หน้าบ้านเหลือลานไว้บางส่วน จะทำให้คนในบ้านอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยมีความสุข ภาพจาก naibann.com ต่อเติมส่วนใหม่อย่าให้ประตูตรงกันกับประตุเดิมการต่อเติมบ้านควรเลี่ยงตำแหน่งประตูบ้านไม่ให้ตรงกับประตูเดิมที่มีอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การมีประตูบ้านตรงกันหลาย ๆ ประตู เช่นหน้าบ้านและหลังบ้านประตูตรงกันนั้นไม่ดี ซึ่งก็ตรงกับหลักสถาปัตยกรรมหากประตูหน้าและหลังตรงกัน ลมที่เข้าสู่บ้านจะออกอีกประตูไม่ระบายในบ้าน แต่ถ้าติดตั้งประตูเยื้องกันหรือต่างฝั่งกัน จะทำให้ลมที่เข้ามาเวียนอยู่บ้านจะโปร่งและเย็นกว่านั่นเอง             การต่อเติมบ้านหากออกแบบให้ดีก็จะทำให้มีผลต่อชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองขึ้น ลองนำหลักการของฮวงจุ้ยเหล่านี้ไปใช้ก็จะดีไม่น้อยทีเดียว 

เคล็ดลับแต่งห้องน้ำในคอนโดให้น่าใช้

สำหรับที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม เป็นที่อยู่อาศัยที่ความนิยมกันมากโดยในเมือง นับเป็นไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง  เมื่อพูดถึงพื้นที่และห้องต่าง ๆ ในคอนโด ห้องหนึ่งที่มักจะเกิดปัญหาสำหรับการตกแต่งก็คือห้องน้ำในคอนโดนั่นเอง  ไม่ว่าจะการตกแต่งให้สวยงามได้ยากเพราะพื้นที่ที่มักจะมีจำกัด และตำแหน่งของห้องน้ำในคอนโดซึ่งค่อนข้างบังคับในโครงสร้าง ให้เกิดความอับชื้นและอึดอัด  เจ้าของห้องน้ำในคอนโดจึงต้องรู้เคล็ดลับในการแต่งห้องน้ำเหล่านี้เสียก่อน  1. สำรวจจุดระบายอากาศ                ข้อแรกที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับห้องน้ำในคอนโดก็คือ จุดระบายอากาศ หากห้องน้ำในคอนโดของคุณอยู่ใกล้ระเบียงและมีหน้าต่างให้อากาศในห้องน้ำได้ถ่ายเทก็นับได้ว่าเป็นห้องน้ำคอนโดที่ดีมาก ๆ การตกแต่งอื่น ๆ และการใช้งานก็จะไม่ค่อยพบปัญหา แต่ถ้าห้องน้ำของคุณอยู่ด้านในตัวห้องของคอนโด ไม่มีหน้าต่างหรืออช่องระบายสู่ภายนอกอาคาร ต้องสำรวจว่ามีพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำไปสู่ภายนอกหรือไม่  ถ้าไม่มีก็ต้องจัดการติดตั้งเสียก่อน 2. แยกส่วนเปียกและแห้ง                ห้องน้ำในคอนโดมิเนียมควรเป็นห้องน้ำที่มีการจัดแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ชัดเจน  เพราะห้องน้ำมีแต่ส่วนที่เป็นส่วนเปียก จะทำให้ห้องอื่น ๆ พลอยเปียกไปด้วยได้ง่ายและเกิดความชื้นมากในบริเวณต่าง ๆ ในห้อง  วิธีแยกส่วนเปียกและแห้งในห้องน้ำทำได้หลายวิธี  เช่น ติดตั้งตู้อาบน้ำเพื่อแยกเป็นส่วนเปียกในการใช้อาบน้ำ หรือติดตั้งอ่างอาบน้ำถ้าห้องน้ำมีที่กว้างพอ  หรือถ้าต้องการประหยัดก็อาจใช้วิธีกั้นด้วยม่านพลาสติกหรือก่อบล็อกแก้วคั่นระหว่างบริเวณเปียกและบริเวณแห้งก็ได้3. เพิ่มมุมมองให้ดูโปร่งและกว้างห้องน้ำในคอนโดที่มีพื้นที่แคบ ตกแต่งให้ดูกว้างขึ้นได้ด้วยการใช้กระจกติดที่ผนัง หรือเลือกตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีสีมันวาวก็จะทำให้ห้องน้ำคอนโดเกิดมุมมองที่ดูกว้างและสว่างขึ้นได้4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยชั้นติดผนัง                ห้องในคอนโดมิเนียมมักมีขนาดที่จำกัด การเพิ่มชั้นวางของในห้องน้ำจะช่วยให้มีพื้นที่ในการเก็บอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ในห้องน้ำได้ เคล็ดลับอยู่ที่ชั้นที่ติดตั้งไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือกว้างจนเกินไป และควรติดให้สูงกว่าระดับสายตาจะทำให้ไม่ดูเกะกะและไม่อึดอัด 5. เลือกของตกแต่งทุกชิ้นให้มีประโยชน์ใช้สอย                การตกแต่งห้องน้ำให้ดูสวย อาจจะลองเลือกหาของตกแต่งน่ารัก ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่อย่างที่ทราบว่าด้วยเนื้อที่ที่ไม่กว้างมากของห้องน้ำ การเลือกของตกแต่งที่มีประโยชน์ใช้สอยพร้อมกับความสวย ความ น่ารักช่วยสร้างบรรยากาศจึงเป็นไอเดียที่ดี เช่นแปรงถูหลังรูปการ์ตูนน่ารัก เมื่อนำมาแขวนในห้องน้ำก็ดูสวยและทำให้ห้องน้ำน่ารักขึ้นแล้วยังได้ประโยชน์ใช้ถูหลังอาบน้ำได้ด้วย ดีกว่าเลือกตุ๊กตารูปการ์ตูนมาวางไว้โดยใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นต้น

ข้อห้ามในการตกแต่งห้องครัว

การตกแต่งห้องครัวให้สวยนั้น มีความแตกต่างจากการตกแต่งห้องอื่น ๆ อยู่บ้าง เนื่องจากหองครัวเป็นห้องที่มีอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อใช้สำหรับการประกอบอาหารหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในโซนของน้ำคืออ่างล้างงจาก ก็อกน้ำ และในโซนของไฟเช่นเตาแก๊สและการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ข้อห้ามหรือข้อควรระวังในการตกแต่งครัวที่ควรรู้สำหรับคนที่กำลังคิดจะตกแต่งครัวในบ้านมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูไปด้วยกัน  1. พื้นครัวไม่ควรลาดเอียงหรือเล่นระดับการมีพื้นครัวที่ระดับพื้นไม่เรียบเสมอกันจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เพราะอย่าลืมว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำในครัวนั้นมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้ หากไม่ระวัง พื้นที่ไม่เท่ากันจะทำให้เสียการทรงตัวและลื่นล้มลงได้ง่าย ๆ หากในขณะที่ล้มถือมีดอยู่ก็อาจจะบาดร่างกายอันตรายถึงชีวิต หรือหากกำลังถือหม้อหรือกระทะอยู่ก็อาจจะทำให้ของในภาชนะนั้นหกราดรดตัวได้ ยิ่งหากเป็นของร้อนก็จะอันตรายมากทีเดียว 2. วัสดุปูพื้นครัวไม่ควรมันลื่นในกรณีและเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน พื้นครัวก็ไม่ควรจะมีพื้นผิวที่มันหรือลื่นได้ง่าย เพราะในหลาย ๆ ครั้งพื้นครัวมักต้องมีน้ำชื้นแฉะจากการล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือในการทำอาหารบางประเภทได้ เมื่อพื้นมีความลื่นก็จะยิ่งอันตรายทำให้อุบัติเหตุได้ง่ายมาก 3. จุดของสายไฟและสวิตช์ไม่ควรใกล้เตาไฟและน้ำเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากหากการวางจุดเดินสายไฟไม่ถูกออกแบบไว้ก่อนให้รอบคอบ โดยเฉพาะลักษณะเดินสายไฟลอย เพราะความร้อนอาจจะทำปฏิกิริยากับสายไฟและสวิตช์ทำให้ไฟไหม้ครัวได้ หรือแม้กระทั่งความชื้นอาจจะทำให้เกิดไฟช๊อตหรือยืนบนพื้นเปียก มือเปียกเผลอไปโดนสวิตช์หรือปลั๊กไฟเข้าก็เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เช่นกัน 4. แสงสว่างในครัวไม่ควรมืดไปครัวเป็นจุดที่ไม่เหมาะกับแสงไฟนวล ๆ หรือไฟสลัวเลย เนื่องจากการทำครัวหรือประกอบอาหารต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ และในการประกอบอาหารนั้นสีของอาหารก็สามารถบ่งบอกถึงช่วงเวลาสุกของอาหารนั้น ๆ ได้หากเรามองสีอาหารและรายลละเอียดได้อย่างไม่ชัดเจนอาหารที่ปรุงก็อาจจะไม่อร่อยเท่าที่ควร  5. ครัวไม่ควรอยู่ในมุมอับเนื่องจากครัวเป็นสถานที่ที่มีทั้งควัน ไฟ ความร้อน และความชื้น จึงไม่ควรตั้งอยู่ในมุมอับ โดยเฉพาะในจุดที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้น เมื่อประกอบอาหารควันที่เกิดขึ้นก็จะอบอวลอยู่ และในเวลาที่ตั้งเตาใช้ไฟและความร้อน ความร้อนของเตาก็จะระอุอยู่ได้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องจัดห้องครัวไว้ในมุมอับ ควรให้มีพัดลมระบายอากาศ  ลูกหมุนระบายอากาศติดหลังคา หรือเครื่องดูดควัน                 ข้อห้ามเหล่านี้หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะทำให้ห้องครัวหมดปัญหาและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ กลายเป็นครัวที่น่าใช้ปลอดภัยในที่สุด

ต้นไม้แต่งบ้านเสริมดวงตามฮวงจุ้ย

บ้านที่มีปลูกต้นไม้อยู่ในบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะมุมใด ปลูกลงดิน ปลูกในหระถาง วาตั้ง หรือแขวน  บ้านจะหลังใหญ่หรือหลังเล็กก็จะรู้สึกถึงความสดชื่นขึ้น ต้นไม้นอกจากจะเย็นตาสบายตาเมื่อได้มองได้อยู่ใกล้แล้ว ต้นไม้ยังช่วยให้บ้านเย็นสบายขึ้นอีกด้วย  การปลูกต้นไม้นอกจากผลดีดังกล่าวแล้ว การเลือกต้นไม้มาปลูกเพื่อแต่งบ้าน ยังสามารถส่งผลให้ชีวิตคนในบ้านมีความสุขและเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย  ในทางกลับกันต้นไม้บางชนิดกลับเป็นต้นไม้ที่ไม่เหมาะในการนำมาปลูกในบ้าน เมื่อนำมาปลูกแล้วจะทำให้อยู่อาศัยได้ไม่สบาย ไม่สงบสุขและไม่เจริญรุ่งเรืองได้             ภาพจาก modernfs.com             ตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้ว ต้นไม้ที่เลือกมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านมีทั้งต้นไม้ที่เหมาะจะปลูกไว้ในบ้าน ทำให้คนในบ้านเจริญรุ่งเรือง ชีวิตมีความสุขมีความก้าวหน้า เรียกกันว่าคือไม้มงคล ในขณะที่มีต้นไม้อีกหลายชนิดที่ไม่ควรนำมาปลูกไว้ในบ้าน การแต่งบ้านด้วยการปลูกต้นไม้ ทั้งตกแต่งสวนหรือเสริมบรรยากาศบ้านในมุมต่าง ๆ จึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่า ต้นไม้เหล่านั้นจัดวางปลูกในจุดต่าง ๆ แล้วสวยงาม เหมาะสมกับสถานที่เพียงเท่านั้น  ดังนั้นเราลองมาศึกษาถึงไม้มงคลที่ควรปลูกในบ้านด้วยกัน             ต้นไผ่ ควรจะปลูกต้นไผ่ไว้บริเวณหน้าบ้าน และมีการดูแลตัดแต่งไม่ให้รกตา ต้นไผ่มีความหมายถึงการปกป้องคุ้มครองจากภัย หากมองดูวิเคราะห์ตามลักษณะของต้นไผ่แล้ว จะเห็นได้ว่าไผ่เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นเล็กเรียว ปลอดภัยเมื่อปลูกชิดรั้วหรือตัวบ้าน ไม่ต้องกลัวการหักโค่นอันตราย และเมื่อปลูกเรียงเป็นจำนวนมากก็เป็นเสมือนรั้วบังให้กับบ้านปลอดภัย คนภายนอกปีนเข้ามายากขณะที่คนภายในมองออกไปก็เห็นผู้คนผ่านไปมาพอสังเกต และยังเย็นตาด้วย  ภาพจาก bonsaibaan.igetweb.com ไม้ผลอย่างส้ม มะนาว ทับทิม เป็นต้นไม้ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกไว้หน้าบ้านเช่นกัน เพราะจะนำความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์มาสู่ทุกคนในบ้าน  ต้นส้มเป็นไม้มงคลเนื่องจากเสียงที่พ้องกันในภาษาจีนที่หมายถึงความมั่งคั่ง การปลูกไม้ผลไว้มีผลดีในตัวตรงที่เมื่อต้นไม้นั้นออกผลก็ยังได้เก็บกิน เป็นความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นจากการปลูกด้วย              ปลูกไม้หอมไว้ใกล้ตำแหน่งห้องนอน  เช่นต้นวาสนา ต้นกุหลาบ ต้นมะลิ การปลูกต้นไม้หอมไว้ใกล้ห้องนอนจะทำให้บรรยากาศของห้องนอนนุ่มนวลอ่อนหวานน่าอยู่น่าพักผ่อน คนในบ้านจะอารมณ์ดีและรักใคร่กลมเกลียวกัน เกิดความรักแน่นแฟ้นระหว่างสามีภรรยา ภาพจาก reviewthaitravel.com ไม่ควรปลูกไม้ใหญ่ไว้ติดตัวบ้าน โดยเฉพาะต้นไม้ที่ใบแผ่กางเป็นแนวกว้าง เช่นต้นไทร ต้นหางนกยูง เป็นต้น จะทำให้คนในบ้านเดือดร้อน ยากจนและยากลำบาก  เมื่อปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้ตัวบ้านมาก ๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดนอกจากโชครางก็คือ รากที่ชอนไชในดินที่ชอนไชย่อมทำให้รากฐานของบ้านพังได้             ห้ามปลูกต้นไม้ที่มียางไว้ในบ้านเช่นต้นมะม่วง  ต้นไม้ที่มียางยางของต้นไม้ย่อมจะตกลงมาทำให้บ้านสกปรกมีคราบและรอย อาจจะเลอะถูกเสื้อผ้ารองเท้า ต้นไม้มียางจึงไม่ใช่ต้นไม้มงคลตามหลักฮวงจุ้ย  

บทความที่แนะนำ

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเลต้องห้ามที่ไม่ควรลงทุน

ทำเล คือ สิ่งสำคัญเป็นอันดับต้นๆของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะถ้าทำเลไม่ดี หรือ ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า หรือ ผู้ซื้อแล้ว โอกาสจะสร้างกำไรหรือแม้กระทั่งขายออกก็คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้เรามีทำเลต้องห้าม ที่ไม่แนะนำให้ลงทุนซื้อเก็บไว้มาให้คุณศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน 1. ทำเลบ้านที่อยู่บนทางสามแพร่ง ภาพจาก takanahara.deviantart.com ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและจีน ถือเป็นทำเลอันตรายและอัปมงคลที่นักลงทุนอสังหาฯควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ณ บริเวณดังกล่าวด้วย 2. ทำเลอยู่ตรงข้ามกับวัดศาลเจ้าและสถานที่ไม่เป็นมงคล ภาพจาก www.tripadvisor.com ทำเลอสังหาฯ เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่า การอยู่ใกล้วัดและศาลเจ้าทำมาค้าขายไม่รุ่งเรือง เนื่องจากวัดมีงานศพอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าที่มักมีเสียงดังอึกทึก หรือทำเลที่อยู่ติดกับสถานที่ไม่เป็นมงคล เช่นป่าช้า หรือสุสาน ซึ่งมีปัญหาด้านวิวทิวทัศน์ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ น่ากลัว  3. อยู่ติดกับโรงแรมม่านรูดและสถานอาบอบนวดภาพจาก en.japantravel.com เนื่องจากเชื่อกันว่าอยู่ใกล้กับทำเลอโคจร ส่งผลให้ทำเลนั้นไม่น่าอยู่ และหากมองในหลักความเป็นจริง สถานที่ที่อยู่ใกล้กับโรงแรมม่านรูด หรือ สถานอาบอบนวด ก็ทำให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้ๆถูกมองไม่ดี และอาจจะเป็นอันตรายได้4. ที่ดินที่ติดริมน้ำ และ ถูกน้ำเซาะตลิ่งภาพจาก commons.wikimedia.org ที่ดินลักษณะนี้มีโอกาสพังทลายและสูญหายได้ หากสร้างสิ่งก่อสร้างก็จะไม่มั่นคง เพราะถูกน้ำเซาะ นอกจากนั้นอาจมีผลทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินเสี่ยงต่ออันตราย 5. ที่ดินที่มีรูปร่างผิดปกติและมีลักษณะไม่ดี ภาพจาก kolkata.locanto.in เช่น เป็นที่สามเหลี่ยมชายธง ที่ดินที่มีด้านหน้าแคบและมีส่วนลึกมาก หรือที่ดินที่มีรูปทรงผิดปกติในรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินพื้นนั้นไม่ได้6. ใกล้สิ่งรบกวนซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงภาพจาก raredelights.com เช่น  ที่ดินอยู่ใกล้กับทางขึ้นลงของเครื่องบิน หรือทางรถไฟ ส่งผลให้คนที่อยู่อาศัยแถวนั้นได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง  และส่งผลให้สุขภาพไม่ดี เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ7. ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า ภาพจาก www.siamfishing.com ที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า จะเป็นทำเลที่ถมแล้วไม่แน่นดินพรุ ทำให้มีปัญหาดินขาดความมั่นคงได้ในอนาคต และหากจะสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินนั้นแล้วก็จะไม่แข็งแรง เป็นอันตรายอีกด้วย 8. ทำเลอยู่ในแนวเวนคืน ภาพจาก www.martinreillymotors.com ทำเลในลักษณะนี้มีโอกาสถูกทางราชการมาเวนคืนหรือยึดคืนได้ตลอด9. บ้านที่มีทำเลอยู่ติดกับโรงพยาบาล ภาพจาก zombie.wikia.com ทำเลลักษณะนี้อยู่แล้วจะขาดความสุขกายสบายใจ เนื่องจากจะพบเห็นผู้ป่วยหรือคนเจ็บเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา และพลอยทำให้คนที่อยู่อาศัยไม่สบายไปด้วย10. ทำเลที่มีบ้านประกาศขายติดกันหลายหลัง ภาพจาก modernize.com ถือเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าทำเลบริเวณนั้นไม่น่าอยู่ หรือมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เคยเกิดเหตุหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน11. บ้านที่อยู่ติดหรืออยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ควรอยู่ใกล้ ภาพจาก www.immersionadventures.com เช่น ร้านขายโลงศพ ร้านซ่อมรถ ร้านขายสัตว์ปีก ร้านทำประตูเหล็กดัดและมุ้งลวด เพราะทำเลเหล่านี้มักมีปัญหาเรื่องมลภาวะด้านต่างๆตามมา ทำเลที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้าม หากได้ทำเลดีก็เหมือนได้ทองมีค่า เพื่อทำกำไรให้งอกเงย ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ การเลือกทำเลเป็นขั้นตอนที่ต้องพิถีพิถันมากที่สุด  ขอบคุณแหล่งข้อมูล www.trebs.ac.th

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา มักจะได้สตาร์ทเงินกันที่ 10,000 – 15,000 บาท แม้ว่ายอดเงินจะไม่ถึง 20,000 ก็อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปว่าจะมีโอกาสได้กู้บ้านเหมือนคนอื่นหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน  1. คำนวณหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้าน ภาพจาก www.makemoneyinlife.com           ใช้หลักการคำนวณในการหาจำนวนเงินที่คุณจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้านดู มีหลักการคำนวณอยู่ว่า ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น  เช่นคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท จะทำให้คุณสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้ที่ประมาณ 15,000 x 40%  ก็ประมาณ 6,000 บาท ซึ่งหมายถึงหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ก็จะสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท และที่สำคัญคือคุณต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ  เพราะหากมีหนี้สินอื่น ๆ เช่นมีการผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็อาจทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง ซึ่งอาจจะเหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น 2. หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่สามารถกู้ได้ภาพจาก www.cedarsquarehomes.com           หลังจากคุณลองคำนวณจำนวนเงินที่คุณสามารถผ่อนในแต่ละเดือนได้แล้ว ก็ลองมองหาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้จากการคำนวณในข้อที่ 1 เช่นถ้าคุณจะเลือกผ่อนชำระในระยะเวลา 30 ปี  ก็จะสามารถกู้ได้ประมาณ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันยังมีโครงการบ้านที่มีราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการ เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือบ้านในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่อีกมาก หรือ อาจจะเลือกเป็นบ้านมือสองก็ได้เช่นกัน                                                            3. ทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี ภาพจาก www.canadianmortgagetrends.com           ก่อนที่จะทำการกู้บ้าน คุณไม่ควรมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีจากจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ บัตรผ่อนชำระต่างๆ เพราะ เมื่อคุณไปยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้วทางธนาคารก็จะไปตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณ และถ้าณเห็นว่ามีรายชื่อคุณใน Blacklist ก็อาจทำให้คุณทำเรื่องกู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น เพราะธนาคารก็ไม่มั่นใจว่าคุณเองจะจ่ายค่างวดให้ได้หรือไม่ และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากคุณ เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ทางธนาคารก็เกรงว่าคุณจะมีเงินไม่พอสำหรับส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านก็ไม่พอ ทางที่ดีควรทำประวัติเครดิตบูโรของคุณให้ดี อย่างการชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา  และไม่ผิดนัดจ่ายหนี้ หรือไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมากเกินไป หรือทางที่ดีที่สุดคือไม่ก่อหนี้เลยน่าจะดีกว่า   4. หาผู้กู้ร่วมภาพจาก earlysalary.com           ถ้าหากบ้านที่คุณจะกู้เกินวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้ คุณอาจจะต้องหาตัวช่วยเป็นผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้นเพื่อให้การกู้ของคุณมีโอกาสผ่านมากขึ้นโดยความหมายของผู้กู้ร่วม หมายถึงการเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั่นเอง ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบหนี้ที่เป็นส่วนเท่า ๆ กัน เพียงเว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในบางธนาคารก็อาจจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ที่อยู่ในฐานะที่เป็นพี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน หรือพ่อแม่กู้ร่วมกับบุตร หรือสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ถ้าหากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องยื่นแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบอย่างทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือหากมีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่ จากเคล็ดลับการทำเรื่องสินเชื่อกู้บ้านให้กับพนักงานเงินเดือนน้อยๆได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง และมีความสุขในการเริ่มต้นครอบครัวเล็กๆของคุณได้อย่างสมบูรณ์  ขอบคุณแหล่งข้อมูล  moneyhub.in.th 

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

10 ข้อห้ามควรรู้ตามหลักฮวงจุ้ยในการแต่งบ้าน

การแต่งบ้านด้วยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ จะทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น และทำให้บ้านอยู่สบายลงตัวขึ้นด้วย ส่วนไม่ว่าใครจะแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ใด ๆ ทั้งโมเดิร์น แอนทีค วินเทจ คันทรี่ ไอริช คลาสสิค สไตล์ไทย ๆ หรือจะเป็นสไตล์ใดก็ตาม ต่างก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของเจ้าของบ้าน หากเราได้แต่งบ้านตามสไตล์ที่เราชอบบ้านก็เป็นเหมือนสวรรค์เล็ก ๆ นั่นเอง                   นอกจากการแต่งบ้านจะทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว การแต่งบ้านโดยอิงศาสตร์ของฮวงจุ้ย ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้เกิดความสุข ความรุ่งเรืองร่ำรวย สุขภาพดี ของคนในบ้านได้อีกด้วย ศาสตร์ของฮวงจุ้ยที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงศาสตร์เก่าแก่ที่มีมานานหรือเป็นสิ่งงมงาย เมื่อได้ศึกษาหลักการฮวงจุ้ยแท้จริง จะเห็นได้ว่าหลักฮวงจุ้ยเป็นการผสมผสานความเข้าใจถึงหลักวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม  ธรรมชาติ และรายละเอียดของชีวิตรวมถึงการใช้ชีวิต ที่ได้สั่งสมวิเคราะห์ผ่านยุคสมัยมากว่าพันปี               ในบางครั้งบ้านบางหลังเมื่อตกแต่งเข้าอยู่แล้ว มองโดยภาพรวมอาจจะสวยงามและน่าอยู่ แต่เมื่อสมาชิกในบ้านอาศัยอยู่ในบ้านไประยะเวลาหนึ่ง กลับเกิดปัญหา เช่นความเจ็บป่วยไข้ สุขภาพอ่อนแอ อารมณ์ขุ่นมัว  ชีวิตมีอุปสรรคปัญหา สิ่งเหล่านี้ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วเชื่อว่ามาจากการตกแต่งและจัดบ้านโดยไม่ทราบถึงหลักข้อห้ามบางประการของฮวงจุ้ยนั่นเอง  หลักข้อห้ามเหล่านั้นโดยกว้าง ๆ ก็ได้แก่   1. ห้ามสร้างรั้วรอบลานโล่งหน้าบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านเกิดโรคขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับดวงตา 2. บ้านที่มีขนาดเล็ก ไม่ควรทำประตูบ้านขนาดใหญ่เกินไป จะส่งผลให้คนในบ้านมีปากเสียงเสมอ และประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองก้าวหน้า 3. หลังคาถ้าไม่สูงโปร่ง ไม่ควรแก้ไขด้วยการเจาะโล่ง แต่ควรใช้วิธีเปลี่ยนกระเบื้องใสเข้าแทน 4. กำแพงบ้านควรรักษาให้ดูใหม่สะอาดเสมอ และควรติดไฟสว่างในกลางคืนจะทำให้คนที่อาศัยอยู่รุ่งเรืองและปลอดภัย 5. ไม่ควรสร้างห้องใต้ดินไว้กลางบ้าน หรือสร้างให้เล่นระดับเป็นหลุมกลางบ้าน เพราะความชื้นจะทำให้สุขภาพอ่อนแอเจ็บป่วยได้ 6. ไม่ควรต่อเติมหรือทุบบ้านให้มีรูปทรงเว้าแหว่ง เพราะจะเกิดคดีหรือปัญหาใหญ่กับลูก ๆ ในบ้านได้ 7. ถ้าบ้านอยู่ในจุดที่มีสะพานพุ่งตรงเข้าหาตัวบ้าน ไม่ควรปล่อยให้จุดนั้นโล่ง ควรปลูกต้นไม้กันสายตาให้ทึบ   8. ถ้าบริเวณหน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่ยืนตายต้น ให้รีบโค่นออก มิฉะนั้นจะพบกับความยากจน 9. ไม่ควรตกแต่งกระจกไว้ตรงหัวนอน เพราะจะมีผลต่อสุขภาพ 10. ห้ามวางเตียงนอนตรงกับประตูหรือวางให้ตำแหน่งและเท้าตรงกับประตูไม่ควรมีหิ้งหรือชั้นบริเวณหัวนอน  จะทำให้เป็นโรคประสาท สมอง และความเครียดได้             การตกแต่งบ้านให้สวยงามโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้การตกแต่งบ้านเกิดผลดีต่อสมาชิกในบ้านได้อย่างดีอีกด้วย  ภาพจาก sinsaehwang.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท
www.yimsu.com/property
Yimsu Property

Yimsu Property เปิดให้ใช้บริการแล้ว ลงประกาศฟรี! อสังหาฯ ทุกประเภท

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน