ยังไม่มีบัญชี?สมัครสมาชิก

เคล็ดลับการเงิน


สูญเสียไปเท่าไหร่แล้วกับการ “เดท”

          การเดทเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ใช้เงินเยอะทีเดียวสำหรับหนุ่ม ๆ บางคน การพยายามเอาชนะใจสาวสักคนด้วยการพาเธอไปกินข้าวดูหนัง การหาข้ออ้างพาเธอไปที่นั่น ที่นี่เพื่อที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณหมายปอง และใช้โอกาสนี้ในการคว้าใจเธอมาครอบครองให้ได้ เสียเงินสักเท่าไหร่ก็ยอม เรามาลองคำนวณกันดูเล่น ๆ ตรงนี้ดีกว่าว่าหนึ่งปีเราเสียเงินไปกับการเดทเท่าไหร่บ้างภาพจาก Freepik.comค่าอาหาร            ค่าอาหารสำหรับการเดทแต่ละครั้งนั้นขึ้นอยู่กับร้านที่ไปด้วยแต่หากต้องการสร้างความประทับใจแน่นอนว่าต้องแพง สำหรับค่าอาหารโดยเฉลี่ยที่ใช้ในการเดทไม่ต่ำกว่า 300 บาทสำหรับคู่รักมัธยม ไม่ต่ำกว่า 500 สำหรับคู่รักมหาลัยและ ไม่ต่ำกว่า 800 สำหรับคู่รักที่สูงวัยกว่านั้น (ประมาณการคร่าว ๆ นะ)                ทีนี้เรามาดูความถี่กันบ้าง คู่รักมัธยมเดทกันอาทิตย์ละ 3 ครั้งเป็น เงิน 900 บาท เดือนละไม่ต่ำกว่า 3,600 บาท (เบ ๆ มาก)                ถัดมาเป็นคู่รักมหาลัยเดทกันอาทิตย์ละ 3 ครั้งเป็นเงิน 1,500 บาทเดือนละไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท (เริ่มเยอะแฮะ)                และคู่รักวัยทำงานเดทกันอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เป็นเงิน 2,400 บาท เดือนละไม่ต่ำกว่า 7,200 บาท ภาพจาก  Freepik.com ค่าตั๋วหนัง            ค่าตั๋วหนังแต่ละโรงก็มีราคาที่แตกต่างกันไปโดยทั่วไปแล้วอยู่ที่ 120-180 บาท ถ้าหากเป็นที่นั่งพิเศษก็อาจเพิ่มขึ้นอีก 20 - 40 บาท สมมุติให้คู่รักทุกวัยดูเฉลี่ยอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละ 4 ครั้งนั่นเอง สำหรับคู่รักวัยเรียนอาจได้ราคาพิเศษดูเรื่องละ 100 บาทดังนั้นเท่ากับเดือนละ 400 บาทต่อคน และคู่รักวัยทำงานอยู่ที่เรื่องละ 150 บาทเดือนละ 600 บาท ของขวัญในโอกาสพิเศษ                สำหรับคู่รักวัยเรียนนั้นนอกจากวันวาเลนไทน์และวันเกิดของทั้งสองคนที่ต้องซื้อของขวัญให้กันแล้วยังมีวันครบรอบ 1 เดือน 100 วัน 6 เดือน 1 ปีแล้วแต่คู่ว่าจะครบรอบกันถี่ขนาดไหน สำหรับคู่รักวัยทำงานนั้นไม่ค่อยซีเรียสเรื่องวันครบรอบสักเท่าไหร่ (เอ๊ะ หรือซีเรียส) แต่หากลืมวันเกิดหรือพลาดของขวัญวาเลนไทน์เตรียมหาข้อแก้ตัวดี ๆ ไว้ได้เลย โดยงบของขวัญของวัยเรียนนั้นปีหนึ่งไม่เกิน 2,000 บาทและวัยทำงานอยู่ที่ 5,000-20,000 บาทต่อปีจ้าภาพจาก Freepik.com                 ถ้าเป็นยุคก่อน 3G เข้าถึงประเทศไทยนี่ต้องมีค่าโทรศัพท์ที่ใช้โทรหากันด้วยนะ บางคนหมดเดือนหนึ่งหลายพันทีเดียวสำหรับค่าโทรศัพท์ที่ใช้โทรหาคุณแฟน โชคดีสมัยนี้มีแพคเกจเหมาจ่ายเดือนไม่กี่ร้อยที่ใคร ๆ ก็ต้องใช้แม้แต่คนโสด เอาล่ะไหนลองสรุปรวมยอด 1 ปีกันหน่อยว่าแต่ละวัยน่าจะหมดไปกับการเดทเท่าไหร่                คู่รักวัยมัธยมอยู่ที่ ((3,600+400)x12) + 2,000 = 50,000 บาท                คู่รักวัยมหาวิทยาลัยอยู่ที่ ((6,000+400)x12) + 2,000 = 78,800 บาท                คู่รักวัยทำงานอยู่ที่ ((7,200+600)x12) +5000, +20,000 = 98,600 บาท ถึง 100,100 บาท                ทำไมกดเครื่องคิดเลขแล้วแอบเป็นยอดรวมที่น่าตกใจเหมือนกันนะ หรือว่ากดเครื่องคิดเลขผิดกั มีใครที่หมดไปกับการเดทมากหรือน้อยกว่านี้มั้ย มาแชร์กันหน่อยสิ   

สำหรับคนที่กำลังจะแต่งงานคุณต้องเตรียมตัวแชร์กระเป๋าสตางค์กันในเรื่องใดบ้าง

          สำหรับคนที่มีความรักสุกงอมและกำลังจะเข้าสู่พิธีแต่งงาน แน่นอนว่าเมื่อแต่งงานชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครคนนั้นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของคุณ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของคุณ และแน่นอนว่าต้องแชร์หลายสิ่งร่วมกัน ดังนั้นเงินจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คู่รักและคู่สามีภรรยาทะเลาะเบาะแว้งกันเพราะคุยกันไม่เข้าใจ ไม่ลงตัวในเรื่องเงินทอง มาดูกันก่อนว่าหลังจากแต่งงานแล้วคุณจะต้องแชร์อะไรกันบ้างภาพจาก Freepik.com ค่าอาหารที่ทานร่วมกันที่บ้าน            คุณและคู่ต้องแชร์ค่าอาหารร่วมกันอันนี้ไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่เพราะว่าก่อนแต่งงานก็ต้องผลัดกันจ่ายค่าอาหารแหรือแชร์กันมาบ้างอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อคุณมาอยู่ด้วยกันและซื้ออาหารเข้าบ้านแม้แต่เกลือหนึ่งขวดคุณก็ต้องหารกันด้วยนะ ไม่เกี่ยวว่าใครจะทานมากทานน้อย อ้อ แต่ก็แล้วแต่บางบ้านด้วยนะ เพราะบางบ้านสามีทำงานคนเดียวภรรยาอยู่ที่บ้านก็อาจจะเป็นส่วนที่สามีต้องดูแล แต่ครอบครัวยุคใหม่ส่วนมากจะทำงานด้วยกันและแชร์ค่าใข้จ่ายกันจ้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค            ก่อนมาอยู่ร่วมกันคุณไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้อีกฝ่ายแน่นอน ถึงตอนนี้คุณต้องช่วยกันแชร์ค่าน้ำ ค่าไฟ (ค่าเช่าบ้าน) ค่าส่วนกลาง ค่าอินเตอร์เน็ต แต่สำหรับคนที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาก่อนแล้วก็คงขนหน้าแข้งไม่ร่วงแถมยังได้จ่ายน้อยลงด้วยก็เรียกว่าเป็นกำไรกันไปภาพจาก Freepik.com ค่าของใช้ในชีวิตประจำวัน            ของที่ใช้แล้วหมดไปอย่างสบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม กระดาษชำระ ของใช้สิ้นเปลืองทั้งหลาย ต้องจ่ายร่วมกัน ห้ามปล่อยให้คุณภรรยาหรือคุณสามีต้องทำงานบ้านแล้วต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้เพียงลำพังเป็นอันขาด มิฉะนั้นคุณอาจจะมีปัญหาครอบครัวได้  ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกของคุณทั้งคู่            แน่นอนว่าเมื่อแต่งงานกันแล้วเกือบทุกคู่ต้องมีโซ่ทองคล้องใจเป็นบุตรชายบุตรสาวที่มาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ยิ่งในการเลี้ยงดูคนคนหนึ่งให้เติบโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็น ค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าอาหาร ค่าเล่าเรียนซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ถูก ๆ แล้วนะคุณ การซื้อสินทรัพย์ร่วมกัน            คู่รักที่มั่นใจว่าจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่ามักซื้อหรือผ่อนสินทรัพย์ร่วมกันไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ ที่ดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณอาจไม่ได้วางแผนว่าจะซื้อก่อนจะแต่งงานก็ได้ แต่เมื่อมีครอบครัวการสร้างความมั่นคงและความสะดวกสบายให้กับครอบครัวและลูกหลานสืบไปก็เป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญด้วย บางคู่ก็เก็บออมเงินสดไว้ใช้ยามเกษียณด้วยกันในรูปแบบของเงินฝากประจำและหุ้นด้วยภาพจาก Freepik.com ค่าบำรุงรักษาสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ซื้อหรือใช้งานร่วมกัน                       ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าปรับปรุงสวนและที่ดินรวมถึงภาษีที่ต้องเสียในแต่ละปี เป็นส่วนที่คุณทั้งคู่ต้องช่วยกันจ่ายซึ่งในแต่ละปีไม่น้อยเลยทีเดียว                ที่จริงค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ใครหลายคนอาจจะต้องจ่ายแม้ยังไม่ได้แต่งงานก็เถอะ แต่ต้องยอมรับว่าหลายคู่มีปัญหาเรื่องเงินทองที่คุยกันไม่เข้าใจว่าทำไมตนต้องจ่าย หรือทำไมเธอไม่ต้องจ่าย ทางที่ดีควรตกลงกันเสียตั้งแต่เริ่มแรกว่าที่ต้องช่วยกันจ่ายมีอะไรบ้างอย่าปล่อยให้ปัญหายาวนานใหญ่โตจะดีกว่าจ้า               

รวยไงใครแคร์ 4 วิธีจีบสาวแบบเปย์แรง

          การจีบสาวของสายเปย์นี่รวยอย่างเดียวไม่ได้นะฮะ ต้อง.. ด้วย คือว่าต้อง “คิด” ด้วยว่าเปย์อย่างไรถึงจะถูกใจสาว ไม่ใช่ว่าเปย์สุ่มสี่สุ่มห้าแล้วเธอจะเออออมาเป็นแฟนเรา เธออาจจะรับของกำนัลที่คุณให้แล้วลอยละล่องหายไปกับสายลมก็ได้ใครจะรู้ ลองมาดู 4 การเปย์แรงเอาใจสาวที่ได้ผลทางนี้ก่อน เครื่องประดับที่แวววาวหรือนาฬิกาที่ใส่ได้ทุกวัน            ถ้าหากคุณมั่นใจว่าคุณสามารถเลือกแบบเครื่องประดับที่สาวเจ้าน่าจะถูกใจได้ก็โอเค แต่หากคุณไม่มั่นใจก็ให้พนักงานเลือกให้น่าจะดีกว่า หรือสังเกตุจากเครื่องประดับที่เธอสวมใส่เป็นประจำก็ได้คุณต้องมั่นใจว่าของขวัญชิ้นนี้จะถูกใจเธอและเธอจะต้องหยิบมันมาสวมใส่บ่อย ๆ อาจเลือกเป็นสร้อยคอ ต่างหู หรือสร้อยคอมือเรียบ ๆ ที่ไม่เหมือนใครและสามารถใส่ได้กับทุกชุด การเลือกซื้อเครื่องประดับที่เธอสวมใส่อยู่เป็นประจำหรือเครื่องประดับแบรนด์ที่เธอชื่นชอบนั้นจะทำให้เธอสวมใส่เครื่องประดับชิ้นนั้นบ่อยและคิดถึงคุณทุกครั้งที่สวมมันภาพจาก Freepik.com ทานอาหารชมดาวบนภัตตาคารลอยฟ้า            ใคร ๆ ก็พาสาวสวยไปทานข้าวได้แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพาเธอไปทานข้าวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรือภัตตาคาร ชักชวนเธอชมวิวยามค่ำคืนภายใต้ร้านหรูบรรยากากาศโรแมนติก คุณต้องเทคแคร์และปรนเปรอเธอด้วยเครื่องดื่มชั้นดี ที่สำคัญเมนูที่เสิร์ฟต้องเป็นเมนูที่พิเศษที่ไม่ได้จะหาทานได้ทุกวันอย่างเนื้อที่หายากและมีราคาแพงเพื่อให้เธอจดจำอาหารค่ำคืนนี้ไปอีกนานแสนนานภาพจาก Freepik.com ล่องเรือสองต่อสอง            ระดับคุณแล้วไม่พาสาวไปเล่นน้ำในสระหรือริมทะเลหรอกน่า ต้องพาล่องเรือออกไปรับลมทะเลที่กลางทะเลเวิ้งว้างกันสองต่อสอง จิบแชมเปญและดื่มดำบรรยากาศเงียบสงบที่ได้ยินเพียงแค่เสียงลมและเสียงของเธอกับคุณเท่านั้น เป็นช่วงเวลาดีที่สุดที่จะทำให้เธอประทับใจในตัวคุณได้ บนเรือมีแค่เธอกับคุณแล้วและสายตาของเธอกำลังจับจ้องมาที่คุณอย่าทำพลาดล่ะ พาไปช็อปปิ้งที่ต่างแดน            พาเธอไปช็อปปิ้งกระเป๋าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เธอโปรดปรานไกลถึงต่างประเทศ การมาเที่ยวต่างประเทศกันสองต่อสองโดยที่มีคุณเท่านั้นที่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดทุกคำโดยที่เธอไม่ต้องพยายามและคอยดูแลเธออย่างดีระหว่างทริปท่องเที่ยว การแนะนำสถานที่เลื่องชื่อและพาเธอไปรวมถึงไปเป็นเพื่อนเธอระหว่างช็อปปิ้งจะทำให้เธอมองว่าคุณช่างพึ่งพาได้จริง ๆ และใกล้ชิดกันมากขึ้นไปอีกภาพจาก Freepik.com                 สาวส่วนใหญ่อาจจะชอบผู้ชายสายเปย์ แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะจะบอกให้ สาวที่คุณหมายปองเองก็อาจจะเจ๋งพอจะเปย์ตัวเองได้ แต่หากเธอให้โอกาสคุณแล้วล่ะก็ อย่าดูแลเธอด้วยเงินเท่านั้นจงดูแลเธอด้วยพลังกายและความจริงใจ คุณก็จะได้ใจเธอมาครอบครองไม่ยากเย็น

ชวนสาวเดทแบบประหยัดงบที่ไหนอย่างไรดี?

          เดี๋ยวนี้ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าการจะชวนสาวสักคนไปเที่ยวเพื่อจีบเธอมาเป็นแฟนหรือการชวนแฟนไปเที่ยวเพื่อเอาอกใจเธอนั้นมันมีต้นทุนที่ต้องคำนึงถึงอยู่เหมือนกัน เพราะสถานที่ที่พาเธอไปและกิจกรรมที่ไปทำก็มีค่าใช้จ่ายและเมื่อเดทสาวด้วยความถี่สูง ลองคิดคำนวณแล้วค่าใช้จ่ายก็มากไม่ใช่เล่น ดังนั้นลองมาดูกันว่าเดทกันที่ไหนถึงจะได้ใจเธอและสบายกระเป๋าอีกต่างหาก พาไปเที่ยวสวนสัตว์            ถ้าหากเธอคนนี้เป็นสาวรักสัตว์คุณมาถูกทางแล้ว เสียค่าเข้าชมสวนสัตว์เพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น (เงินจำนวนนี้อาจซื้อกาแฟในห้างได้แค่แก้วเดียวด้วยซ้ำ) คุณและเธอจะใช้เวลาชมนกชมไม้และสิงห์สาราสัตว์ต่าง ๆ อีกไม่น้อยกว่า 2-3 ชั่วโมงแน่ ๆ อาสาเป็นช่างภาพให้เธอเพื่อที่คุณจะได้ข้ออ้างในการจ้องมองเธอ พูดคุยกับเธอเล่นมุกขำ ๆ เรื่องสัตว์ไม่ต้องหาเรื่องมาคุยอะไรให้วุ่นวายขัดเขิน อาหารที่ขายภายในสวนสัตว์ก็ราคาไม่แพงเพราะกลุ่มลูกค้าเป็นครอบครัวและเด็ก ๆ นั่นเอง ที่สำคัญไฮไลท์ก็เจ้าเรือถีบนั่นไง อาสาถีบเรือให้เธอนั่งชมวิวเป็นโอกาสใกล้ชิดและโชว์แมนที่หาไม่ได้ง่ายๆ  นะแต่ต้องดูสภาพอากาศให้เป็นใจด้วยล่ะภาพจาก Freepik.com ชวนไปทำบุญ            งานบุญงานกุศลใครจะปฏิเสธกันล่ะคุณ ดูเป็นการพบปะที่ขาวสะอาดและเปี่ยมไปด้วยจุดประสงค์ที่ดีงาม หากคุณชวนเธอไปทำบุญโลงศพให้อาหารปลา นอกจากได้สร้างภาพลักษณ์ในทางบวกแล้วบุญที่คุณทำร่วมกันในวันนี้อาจส่งผลให้เธอตกลงเป็นแฟนคุณในเร็ววันนี้ก็ได้ใครจะรู้ หลังจากทำบุญเสร็จแล้วก็ชวนเธอรับประทานอาหารชื่อดังใกล้วัด แต่คุณต้องหาข้อมูลมาก่อนล่ะว่าราคาไม่แพงและอร่อยไม่ต้องห่วงเธอคงกินไม่มากเพราะเธออิ่มบุญที่คุณพาเธอมาทำวันนี้แล้ว ปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะ            จูงจักรยานไปปั่นด้วยกันในวันที่อากาศดีสักวันที่สวนสาธารณะ หากคุณไม่มีจักรยานหรือไม่อยากเป็นธุระขนจักรยานไปมาก็เช่าจักรยานที่มีบริการที่สวนสาธารณะนั้น ๆ เลยราคาไม่น่าเกิน 50 บาทปั่นได้เช้าจดเย็น (ที่สวนรถไฟ 20 บาทเท่านั้น) นอกจากได้ออกกำลังกายและใช้เวลาร่วมกันแล้ว ยังได้สัมผัสอากาศสดชื่นซึ่งช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่ง หากเธอกำลังอารมณ์ดีก็ลองขอเธอเป็นแฟนเลย อาจจะสำเร็จก็ได้ภาพจาก Freepik.com ชวนกันไปอ่านหนังสือ            ชวนกันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดหรือศูนย์หนังสือดูเป็นโมเม้นท์มุ้งมิ้งแบบเด็ก ๆ ไปหน่อยแต่จะเป็นช่วงเวลาที่คุณได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นเมื่อต้องนั่งเงียบ ๆ และต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำหากคุณค้นพบว่าคุณยังรู้สึกมีความสุขแม้ว่าไม่ต้องพูดจากันและเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกัน จะทำให้คุณทั้งคู่รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นแบบไม่ต้องทำอะไรเลยล่ะภาพจาก Freepik.com                 การพาเธอไปเดทเพื่อสร้างความประทับใจนั้นบางครั้งก็ไม่ต้องใช้เงินมากมาย การทำให้เธอประทับใจในความตั้งใจและจริงใจของคุณต่างหากที่สำคัญกว่า

ความรักกับเงินอะไรสำคัญกว่า    

          หัวข้อความรักกับเงินเป็นเรื่องที่ถูกเอามาพูดถึงกันบ่อยว่าอะไรสำคัญกว่ากันและสิ่งไหนดีกว่าและอะไรกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนสองคนไปกันรอดและยืนยาว ที่จริงแล้วทั้งสองอย่างก็เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของคนเราให้มีกำลังในด้านจิตใจและร่างกายจริงมั้ย งั้นลองมาดูกันว่าความรักและเงินนั้นมีข้อดีกับความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง                “ความรัก” คือความปราถนาให้คนที่เรารักมีความสุขกายสบายใจและเป็นทุกข์ใจเมื่อเห็นคนที่เรารักเสียใจร้องไห้หรือทุกข์ใจ ความรักเป็นความปราถนาดีต่อคนหนึ่งและพยายามทำทุกสิ่งให้คนรักมีความสุข ซึ่งมีข้อดีดังนี้ภาพจาก Freepik.com                 มีแรงใจในการสร้างสรรค์งาน ความรักทำให้มนุษย์มีพลังสร้างสรรค์อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ยากลำบากต้องใช้ความพยายามหรือเป็นงานศิลปะที่เหนือขอบเขตจินตนาการรักก็สร้างสรรค์ได้                 ผลักดันให้คุณอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ความรักทำให้เราอยากทำอะไรดี ๆ เพื่อใครสักคนและอยากให้เค้าคนนั้นรู้สึกว่าเราคือสิ่งดีที่สุดที่อยู่ตรงหน้าเค้า รวมถึงผลักดันให้คุณพยายามฟันฝ่าจนกลายเป็นคนรักที่ดี รวมถึงเป็นพ่อ แม่ ที่ดีในอนาคตด้วยภาพจาก Freepik.com                 อารมณ์ดีและมีความสดใสเปล่งปลั่งจากภายใน คุณเคยเห็นคนมีความรักหน้าบูดบึ้งมั้ยล่ะ ไม่เลย คนมีความรักมักจะยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีและมักแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่นเสมอ เพราะฉะนั้นหากความสัมพันธ์ที่คุณมีเกิดจากความรักแล้วล่ะก็ความสดใสในช่วงเวลานั้นไม่ใช่สิ่งที่ซื้อหากันได้เลยนะ                 “เงิน” วัตุมีค่าที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตและถึงแม้ใครหลายคนจะบอกว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้แต่มันใกล้ความจริงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเพราะเงินบันดาลได้ทุกสิ่งจริง ๆ                 การมีสินทรัพย์มากทำให้รู้สึกมั่นคง ต้องยอมรับว่าความรู้สึกมั่นคงส่งผลถึงจิตใจและอารมณ์อย่างมากทีเดียว เมื่อชีวิตมีพร้อมทุกอย่าง ไม่มีเรื่องต้องกังวลหรือขวนขวายค้นหาอะไรมาเพิ่มก็ทำให้ชีวิต ณ. ขณะนั้นมีความสุขมากภาพจาก Freepik.com                 หมดปัญหาเรื่องสุขภาพ เงินบันดาลทุกสิ่ง อาหารสดมีคุณภาพการดูแลรักษาร่างกายให้เยาว์วัยและการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอแน่นอนว่าพรั่งพร้อมกว่าคนที่มีทุนทรัพย์น้อย และถึงแม้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันก็ยังมั่นใจได้ว่าอย่างไรก็จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด การมีสุขภาพที่ดีแน่นอนว่าเป็นความสุขสูงสุดของคนอีกอย่างหนึ่งทีเดียว                 ทุกความปราถนาสามารถเป็นจริงได้ ทุกสิ่งที่คนเราปรารถนานอกจากเป็นอารมณ์ความรู้สึกแล้วแทบจะใช้เงินซื้อหาได้เกือบทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวสุดหรู หรืออาหารมื้ออร่อยอิ่มหมีพีมัน รวมไปถึงการซื้อเครื่องเล่นหรือสิ่งของที่สร้างความบันเทิงมาไว้ในครอบครอง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรามีความสุขมาก ๆ ก็จะไม่ขวนขวายหาสิ่งใดหรือใครอีก                 ความรักหรือเงินก็ดีไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าความปราถนาของคน ๆ นั้นขาดสิ่งใดที่จะช่วยให้เขาหรือเธอรู้สึกเติมเต็ม หลายคนคงเชื่อมั่นว่าความรักย่อมชนะทุกสิ่ง หญิงที่มีรักแท้จะได้พบกับเจ้าชายแต่ในโลกของความเป็นจริงนั้นแตกต่างจากเทพนิยายมากมาย คุณต้องค้นหาก่อนว่าคุณต้องการอะไร เหมาะกับความสัมพันธ์เช่นไรที่จะนำพาคุณไปพบความสุขที่แท้จริง

วิธีโสดแล้วรวย ไม่มีความรักแต่มีเงิน เอาซี้!

          เดี๋ยวนี้น่าตกใจที่มีหนุ่มสาวอายุ 30+ อยู่เป็นโสดกันเยอะมาก เพราะสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เราแต่งงานกันตั้งแต่ 10ปลาย ๆ ถึง 20 ต้น ๆ ก็เริ่มมีทายาทแล้ว สมัยนี้อายุ 40 เพิ่งแต่งงานกันก็มี เพราะอะไรหลายคนถึงอยากอยู่เป็นโสดหรือเพราะยังไม่เจอใครที่ใช่หรือเปล่า บางคนก็เป็นโสดอย่างตั้งใจเพราะโสดแล้วดีจะตายไงล่ะไม่ต้องทุกข์ใจเพราะใครบางคนแถมไปไหนมาไหนก็สบายตัวแถมโสดแล้วรวย โสดแล้วดียังไงมาดูเล้ยภาพจาก Freepik.com มีเงินเก็บไว้ลงทุนต่อยอด            คนโสดส่วนใหญ่มักใช้เวลาอยู่กับตัวเองและเพื่อนฝูง สำหรับคนที่เพื่อนต่างก็มีแฟนกันหมดแล้วมักไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรที่ต้องใช้เงินสักเท่าไหร่ กินข้าวก็กินคนเดียวอิ่มก็คือจบ ดูหนังในโรงบ้างที่บ้านบ้าง เสื้อผ้า หรือเครื่องสำอางค์อะไรก็ไม่ต้องซื้อมากนักเพราะไม่รู้จะแต่งให้ใครดู ทำให้มีเงินเหลือเก็บ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเงินก้อนนี้มักถูกนำไปต่อยอดเป็นเงินฝากประจำ ลงทุนในกองทุนและลงทุนในหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและเงินปันผลมาไม่น้อย ทำให้มีเงินเก็บสำหรับชีวิตยามเกษียณเผื่อใครต้องโสดยาว ๆ ไงล่ะ มีเวลาไปเรียนเพิ่มอัพรายได้ขึ้นไปอีก                เป็นเรื่องปกติที่คนโสดมักมีเวลาเหลือเฟือ ตื่นเช้าทำงานกลับบ้านนอน หลังเลิกงานและเสาร์อาทิตย์เป็นช่วงเวลาที่คนโสดมักพยายามหาอะไรมาทำให้ตัวเองยุ่ง ๆ เข้าไว้จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ซึ่งหนึ่งกิจกรรมในนั้นคือการเลือกเรียนต่อปริญญาอีกสักใบหรือลงคอร์สเสริมความรู้เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองและต่อองค์กรหรือบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เมื่อได้คุณวุฒิมากขึ้นเงินเดือนก็มากขึ้น รายจ่ายเท่าเดิมที่เพิ่มเติมคือรายรับก็รวยสิจ๊ะภาพจาก Freepik.com ไม่มีใครให้ดูแลก็ดูแลสุขภาพตัวเอง            เมื่อไม่ต้องเสียเวลาไปดูแลใครเลยทำให้มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ยิ่งเทรนด์รักสุขภาพกำลังมา พอว่างก็ไปวิ่งจ็อกกิ้งที่สวนลุมบ้าง เปลี่ยนไปทานอาหารสุขภาพ งดอาหารหวานและแคลลอรี่สูงลง ช่วยลดรายจ่ายของอาหารมื้อหนักหรือบุฟเฟต์ที่เคยจัดรัว ๆ ออกไป แถมพอสุขภาพดีก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ็บป่วย ไม่ต้องไปหาหมอเสียค่ารักษาพยาบาล ไม่เสียค่ายาใด ๆ ได้ทั้งสุขภาพที่ดีและแถมจิตใจก็แจ่มใสอีกด้วยภาพจาก Freepik.com โสดหารายได้เสริม                ในส่วนของการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์นั้นก็หารายได้เสริมไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์หรือรับงานฟรีแลนซ์นอกเหนือจากงานที่ทำเป็นประจำรวมไปถึงการทำความฝันให้เป็นจริง เช่น ใครฝันอยากมีธุรกิจหรือมีแบรนด์เป็นของตัวเองหรืออยากเป็นนักเขียนก็ใช้เวลาว่างตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับตัวเองแล้วยังสร้างความมั่งคั่งได้อีกแน่ะ                บางครั้งการเป็นโสดมันก็เหงาแต่ในความมืดมิดนั้นก็ช่วยให้คุณมองเห็นแสงดาวได้ชัดเจนขึ้น ถ้ายังไม่เจอคนที่ถูกใจสักที รวยแล้วก็ซื้อกิน จบนะ!  

 เหตุเกิดจากความรักที่ทำให้คุณเป็นหนี้มีอะไรบ้าง

          พูดถึงการเป็นหนี้เป็นสินนั้นใคร ๆ ก็ไม่อยากเป็น ทุกคนล้วนมีเหตุจำเป็นในการกู้ยืมกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน การกู้ยืมจากเพื่อนฝูงหรือกู้ยืมมาจากคนปล่อยกู้หน้าเลือดก็ตาม บางครั้งก็เป็นหนี้ระยะยาวจากการซื้อสินทรัพย์อย่างบ้านและรถ นอกจากนี้ยังมีการเป็นหนี้ที่เกิดจากความรักด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมความรักทำให้เป็นหนี้ได้ล่ะ? ให้ลองสำรวจดูว่าคุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่และควรแก้ปัญหาอย่างไร? ภาพจาก Freepik.com การพาแฟนไปทานอาหารหรูเกินงบเป็นประจำ            การพยายามทำให้แฟนสาวประทับใจด้วยการเอาอกเอาใจและตามใจด้วยการพาเธอไปรับประทานอาหารที่เธอต้องการเป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ตกแต่งสวยงามก็มีเมนูราคาแพงและบางครั้งเก็บ Service charges และ Vat ต่างหากอีก ซึ่งบางครั้งก็เกินกำลังของคุณไปเหมือนกัน นานเข้าก็กลายเป็นหนี้ก้อนโตและเมื่อคุณไม่สามารถพาเธอไปได้อีกต่อไปก็จะมีประเด็นว่าเพราะอะไรคุณถึงเปลี่ยนไป ดังนั้นทางทีดีคุณควรวางแผนรายจ่ายและพาแฟนสาวไปทานอาหารที่มีราคาปานกลางและราคาสูงสลับกันไป และคุยเปิดอกกับเธอเรื่องรายจ่ายให้เข้าใจ ถ้าเธอรักคุณเธอจะเข้าใจคุณน่าภาพจาก Freepik.com ปิดบังเรื่องหนี้สินทำเหมือนไม่มีอะไร            เพราะไม่อยากให้คนที่คุณรักต้องมาวิตกกังวลเรื่องเงินทองจนไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนที่คุณกำลังเป็นอยู่ จึงจงใจปกปิดว่าคุณกำลังแบกรับภาระหนี้สินมากมายเอาไว้และใช้เงินจับจ่ายใช้สอยกับคนรักปกติไม่ได้ประหยัดแต่อย่างใด เพราะคาดหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งของก็มีมูลค่ามากขึ้นทุกวันภาระดอกเบี้ยที่คุณต้องแบกรับลองนำมาคำนวณเล่นๆ  ก็น่าจะหลายอยู่นะคุณ ดังนั้นทางที่ดีบอกกับคนรักของคุณแบบเปิดอกว่ามีหนี้สินอะไรบ้างและชักชวนกันหาทางประหยัดอดออมเพื่ออนาคตที่สดใสของคุณทั้งคู่จะดีกว่าภาพจาก Freepik.com กู้ยืมเงินมาใช้สำหรับงานแต่ง            เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากทีเดียวสำหรับการกู้ยืมเงินมาใช้ในงานแต่งงาน เพราะเป็นเงินก้อนโตที่อาจเกินกำลังใครหลายคน แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังใช้ไม่หมดเสียที ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันหากคาดหวังเงินช่วยงานแต่งจากแขกในงานคุณอาจต้องพบกับความผิดหวังก็ได้ อีกทั้งหากคุณมีทายาทหลังงานแต่งแน่นอนว่าก็ต้องวางแผนการเงินที่ต้องมีการใช้จ่ายเพิ่ม ดังนั้นทางที่ดีหากคุณยังไม่มีเงินเก็บควรค่อย ๆ เก็บสะสมเงินไปจนกว่าจะสามารถจัดงานแต่งได้หรือจัดงานเล็ก ๆ ค่าใช้จ่ายไม่มากจะดีกว่าเพื่อความสุขที่ยืนยาวและไม่ต้องมาทะเลาะกับสามีภรรยาเรื่องเงินทองอีกด้วยนะ                อย่าให้เรื่องเงินทองมาบั่นทอนความสัมพันธ์ของคุณได้ ไหน ๆ คุณก็จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วเปิดอกพูดคุยกันและช่วยกันวางแผนการใช้เงินร่วมกันดีกว่า ซึ่งจะช่วยให้ความรักและชีวิตของคุณทั้งคู่มีความสุขและยืนยาวจ้า                

คุยเปิดอกกับคนรัก 4 วิธีแก้ปัญหาการเงินความรัก

          คู่สามีภรรยาและคู่รักหลายคู่มีปัญหาถึงขั้นแตกหักเลิกรากันไปเพราะปัญหาเรื่องเงินทอง บางคนมีปัญหาตั้งแต่เริ่มคุยกันยังไม่ได้คบเป็นแฟนเลยด้วยซ้ำคุณเชื่อมั้ย ในเมื่อเงินเป็นปัจจัยที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างความสุขและแน่นอนทำให้สัมพันธ์ภาพระหว่างคุณและคนรักไปด้วยกันได้ดี หากคุณมีปัญหาในเรื่องนี้ ห้ามเลย ห้ามใช้อารมณ์ในการพูดคุยเพราะมันจะไปกันใหญ่ หนทางที่ถูกต้องคือนั่งเปิดอกคุยกันถึงปัญหาและหาวิธีการแก้ไขไปด้วยกันภาพจาก Freepik.com ผลัดกันเป็นเจ้ามือค่าอาหารที่ทานร่วมกัน            ผู้ชายบางคนมีปัญหามากมายในหัวข้อนี้เพราะต้องรับหน้าที่ในการเป็นเจ้ามือของคุณแฟนในทุก ๆ มื้อ ซึ่งบางครั้งก็เกินกำลังไปมาก แต่ด้วยความที่เป็นผู้ชายและรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องดูแลให้คนของคุณอิ่มท้องและมีความสุข รวมถึงต้องการเอาใจเธอเพื่อครองใจเธอให้ได้ แต่หลายคนพบปัญหาเมื่อนานไปค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่มากจนบางคนถึงกับเป็นหนี้เป็นสินเลยทีเดียว โชคดีที่สมัยนี้มีสาว ๆ หลายคนเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีและเธอรู้สึกดีที่จะได้แชร์ค่าอาหารหรือผลัดกันจ่ายค่าอาหารกับคุณเพราะเธอเองก็อยากดูแลคุณเช่นกัน สำหรับคนที่อยากให้แฟนสาวช่วยออกค่าอาหารบ้างแนะนำให้ลองทิ้งคราบพญาราชสีห์แล้วสวมรอยเป็นลูกแมวไปออดอ้อนคุณแฟนว่า “ที่รักต่อไปเราผลัดกันจ่ายค่าอาหารดีมั้ยคะ จะเก็บเงินไว้แต่งงาน..” หรือจะบอกไปตามตรงว่าเงินไม่พอใช้ก็ว่าไป ถ้าเธอรักคุณจริงยังไง๊ ยังไงเธอก็ยอมจ้า แบ่งกันจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับทริปท่องเที่ยวที่ไปด้วยกัน            อีกหนึ่งกิจกรรมที่ใช้เงินค่อนข้างมากก็คือการไปท่องเที่ยวที่ต่าง ๆ ร่วมกัน คือถ้าหากคุณขอแฟนคุณว่าที่รักคะ เรามาหารกันครึ่ง ๆ สำหรับทริปนี้นะ บางคนก็ไม่ถือสาและคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องหารกันแต่บางคนถ้าเพิ่งเริ่มคบกันอาจจะรู้สึกไม่ดีก็ได้ ดังนั้นควรเริ่มด้วยการสำรวจค่าใช้จ่ายของทริปนั้น ๆ ว่ามีอะไรบ้างแล้วคุยกันว่าช่วยกันแบ่งจ่ายอะไรบ้างเป็นต้น เช่น คุณผู้ชายอาจรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก ส่วนคุณผู้หญิงอาจจะดูแลค่าอาหารของทริปนี้ก็ได้ ภาพจาก Freepik.com การเลือกเฟอร์นิเจอร์เมื่อคุณย้ายมาอยู่ด้วยกัน            เมื่อคุณเตรียมการแต่งงานและตกลงใจจะซื้อเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งบ้านร่วมกัน ถึงขั้นนี้เป็นเรื่องจริงจังที่ต้องวางแผนแล้วคุณต้องทำโน้ตขึ้นมาว่าเฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้างและราคาเท่าไหร่ จากนั้นให้หารกัน จุดนี้ไม่แนะนำให้ซื้อใครซื้อมันนะ แนะนำให้หารกันเพื่อเลี่ยงปัญหาอันนั้นของชั้น อันนี้ของเธอในอนาคต ดังนั้นหารเท่า ๆ กันไปเลยจ้า ใครต้องจ่ายเงินค่าจัดงานแต่งงาน?            อยากบอกคู่ที่กำลังคิดจะแต่งงานว่าหากวันนี้คุณมาถกเถียงกันว่าใครควรเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้หรือเกี่ยงกันอยู่ล่ะก็ อย่าเพิ่งแต่งเลย เพราะอนาคตเมื่อคุณใช้ชีวิตร่วมกันแล้วยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับสินทรัพย์ที่จะซื้อร่วมกันไหนจะเมื่อภรรยาตั้งครรภ์ ค่าเทอมเมื่อลูกคุณเข้าโรงเรียนอีก งานแต่งงานนี่เรียกว่าเป็นบททดสอบระดับบอสเลย คุณจะเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่าหากแต่งงานกันไปการจัดการและการดูแลสิ่งต่าง ๆ ใครจะเป็นคนจัดการและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากวันนี้คุณคุยกันว่าเราจะช่วยกันให้ถึงที่สุดสำหรับงานแต่งของคุณทั้งคู่โดยไม่มีใครต้องรับภาระล่ะก็ แต่งเลย เชียร์!ภาพจาก Freepik.com                 เรื่องเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอ ๆ กับความสัมพันธ์เลยทีเดียวพอจับมามัดรวมเลยยิ่งเปราะบางดังนั้นเปิดอกคุยกันเลย เพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนยาวของคุณทั้งคู่จ้า

4 เหตุผลที่ฐานะการเงินมีอิทธิพลในความสัมพันธ์และความรัก

เรามักพบเห็นเรื่องราวเหล่านี้ทั้งในนิยายที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อสักร้อยปีก่อน ในภาพยนตร์และละคร รวมถึงในชีวิตจริงที่กล่าวถึงความรักที่ไปด้วยกันไม่ได้เพราะความแตกต่างของฐานะการเงิน อันดับแรกคงเป็นเพราะความรักความรู้สึกเป็นเรื่องที่แสนจะนามธรรมจับต้องไม่ได้เป็นเรื่องของอารมณ์และความนึกคิดล้วน ๆ ส่วนเงินเรื่องของรูปธรรมการได้มาการใช้ไป วัตถุและของมีค่า เพราะอะไรการเงินถึงมีอิทธิพลต่อความรักของคนสองคน ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือความรักและฐานะควรจะสัมพันธ์กันหรือไม่ มีเหตุผลอะไรที่อาจทำให้คุณไปด้วยกันไม่ได้บ้างมาดูกันภาพจาก Freepik.com ความห่วงใยของผู้เป็นบุพการี             จุดเริ่มต้นของความรักเกิดจากคนสองคนที่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข จนเมื่อเริ่มอยากใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตร่วมกันเป็นความสัมพันธ์ที่เข้าสู่ขอบเขตของความจริงจังจากคนรักกลายเป็นครอบครัว หลายคนพบปัญหาพ่อแม่ทัดทานและไม่เห็นด้วยที่จะคบหากับคนรักที่มีฐานะต่างกันมากเกินไป แน่นอนว่าพ่อแม่บางคนอาจแค่ไม่ถูกชะตาว่าที่ลูกเขยว่าที่ลูกสะใภ้หรืออาจรู้จักกันเพียงผิวเผินทำให้อยากทัดทานลูกของตนไว้ก่อนจะพบกับปัญหาในภายภาคหน้า เพราะถึงแม้พ่อแม่อาจไม่ได้รู้จักคนรักของคุณอย่างที่คุณรู้จักมาก่อน แต่ต้องยอมรับว่าท่านพบผ่านอะไรมามากมายกว่าเรานัก เรียกว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนก็ว่าได้ เป็นไปได้ว่าท่านอาจมองเห็นจุดเล็ก ๆ ที่คุณมองข้ามไปซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ให้ลองเปิดใจแล้วคุยกับท่านดูว่าเรื่องที่ท่านห่วงใยนั้นแก้ไขได้หรือไม่ หรือคุณควรจะรับฟังท่านและคิดดูใหม่อีกครั้งดี? การใช้ชีวิตที่แตกต่าง            แน่นอนว่าเมื่อมีฐานะและพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน วิถีชีวิตย่อมแตกต่างกันรวมไปถึงนิสัยการใช้เงินด้วย คนหนึ่งอาจใช้โดยไม่ได้วางแผนและคนหนึ่งอาจคิดถี่ถ้วนถึงขั้นตระหนี่ก่อนที่จะตัดสินใจใช้จ่ายอะไรสักอย่าง ซึ่งเมื่อคนสองคนมาอยู่ร่วมกันใช้ชีวิตร่วมกันการตัดสินใจว่าจะซื้อข้าวของหรือเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านต้องทำร่วมกันและหากเป็นคนที่มีนิสัยการใช้เงินต่างกันมีทะเลาะกันแน่นอนภาพจาก Freepik.com แผนการในอนาคตที่ไม่เหมือนกัน                เมื่อคุณตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนแล้ว แผนการในอนาคตของคุณต้องเปลี่ยนไปแน่นอน จะมีคนรักของคุณและอาจมีลูกน้อยของคุณเข้ามาร่วมด้วย แต่หากแผนการที่คุณวางไว้สำหรับคนทั้งคู่แตกต่างกันคนหนึ่งอยากอดออมทุกอย่างไว้ใช้ในอนาคต อีกคนหนึ่งอยากใช้เงินเสียวันนี้การเก็บเงินไว้เป็นเรื่องอนาคต เมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกันแบบนี้จะเดินทางเดียวกันได้มั้ยล่ะคุณภาพจาก Freepik.com ทัศนคติด้านการเงินที่ไม่เหมือนกัน            เอาตรง ๆ พูดแบบไม่โลกสวยเลยบางคนที่บ้านมีกิจการและมีหุ้นส่วนในกิจการนั้นแค่ได้รับเงินปันผลจากกิจการก็สามารถใช้ชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานสักนิด กับบางคนที่ต้องเหน็ดเหนื่อยหาเช้ากินค่ำกว่าจะได้เงินสักก้อนมาใช้จ่าย เมื่อเห็นคนรักใช้เงินมือเติบไม่เหลือเก็บเพราะคาดว่าเดี๋ยวก็ได้เงินมาง่าย ๆ ก็น่าจะทำให้หงุดหงิดใจได้ไม่น้อยจริงมั้ย                พูดกันโดยรวมแล้วหากมีฐานะการเงินที่แตกต่างกันก็ทำให้มีพื้นฐานความคิด การเลี้ยงดูและนิสัยการจับจ่ายที่แตกต่างกันซึ่งจุดนี้ต้องยอมรับว่ามันนำมาซึ่งปัญหาจริง ๆ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วการจูนทัศนคติทั้งด้านการใช้ชีวิตและการเงินให้เหมือนกันนั้น สำคัญมากจริง ๆ ถ้าจูนกันไม่ได้ก็ต้องบ้ายบายอย่างเดียวเชื่อเถอะคุณ  

ความรักและการเงินความแตกต่างของคนโสดและคนมีคู่

            หลายคนคงเคยได้ยินและสัมผัสได้ในชีวิตจริงว่าการใช้ชีวิตรวมถึงการใช้เงินนั้นเปลี่ยนไปหลังจากมีแฟนแล้วจากหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากการใช้เวลาที่มีร่วมกับคนรักของคุณแล้ว คุณยังใช้เงินไปเยอะเสียด้วยในช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านั้น  ลองมาดูว่าทำไมคุณผู้ชายถึงใช้เงินเยอะกว่าปกติเมื่อมีหวานใจงอกมาหนึ่งคน ค่าอาหารคนโสด & มีแฟน            คนโสด ทานอาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง บุฟเฟต์อาทิตย์ละครั้ง อย่างมากก็ 2 ครั้งกินอิ่มจบไม่ค่อยมีก็อก 2 ต่อของหวานสักเท่าไหร่                มีแฟน ทานอาหารตามสั่ง ข้าวราดแกงวันที่ไม่มีนัดกับคุณแฟน วันไหนมีนัดต้องจัดเต็ม 2-3 มื้อไม่รวมของหวานที่คุณแฟนโปรดปราน ยิ่งนัดถี่ยิ่งเปย์ถี่เปรียบเทียบกับตอนโสดแล้วจ่ายมากกว่าแน่นอน ถึงแฟนจะช่วยหารก็เถอะ เพราะเมื่อดัชนีความสุขขึ้นสูง ความสามารถในการจดจำว่ากินอะไรไปแล้วบ้าง กับความสามารถในการตัดสินใจจะลดต่ำลง เออออห่อหมกพากันไปกินนู่นนี่เรื่อยไปภาพจาก Pinterest.comดูหนังคนโสด & มีแฟน            คนโสด ดูหนังคนเดียวบ้างนาน ๆ ครั้งซื้อมันฝรั่งสักซองน้ำเปล่าสักขวดเข้าไปกินก็หรูแล้วไม่กล้าซื้อชุดป็อบคอร์นคู่น้ำกลัวกินไม่หมด บางทีก็ไม่ซื้ออะไรเลย สุดสัปดาห์ว่าง ๆ ก็ดูหนังแผ่นอยู่ที่บ้านทำอะไรกินง่าย ๆ ค่ารถก็ไม่ต้องเสีย                มีแฟน กิจกรรมหลังเลิกเรียนหรือเลิกงานต้องมีเพราะจะได้ใช้เวลาร่วมกัน หนังใหม่ได้ดูเกือบทุกเรื่องค่าตั๋วหนังสมัยนี้ก็ไม่ใช่ถูก ๆ แถมต้องซื้อชุดน้ำกับป็อบคอร์นราคาแพงกว่าค่าตั๋วหนังด้วยซ้ำเข้าไปกินด้วย ช่วงแรก ๆ ต้องใจป๋าซื้อที่นั่งฮันนีมูนซีทแบบส่วนตัวจะได้นั่งจู๋จี๋กับคุณแฟนได้สะดวกซึ่งราคาต่างจากตั๋วหนังชั้นประหยัดเมื่อมาดูคนเดียวเห็น ๆภาพจาก Pinterest.comท่องเที่ยวโสด & มีแฟน            คนโสด ขึ้นรถลงเรือตัวปลิวไม่ต้องรอใคร ไปยังไงก็ได้รถส่วนตัวหรือขนส่งสาธารณะ ข้าวของใส่เป้ใบเดียวก็หมด ทริปเที่ยวชมธรรมชาติกับอาหารพื้นเมืองชิล ๆ สไตล์คนโสด ที่พักนอนรวมแบบโฮสเทลถูกแสนถูกก็ยังได้                มีแฟน นัดหมายกันอย่างดีการเดินทางต้องอำนวยความสะดวกให้กับคุณแฟนที่สุด ข้าวของเพิ่มจากหนึ่งกระเป๋าเป็นสาม เที่ยวชมธรรมชาติพร้อมทำหน้าที่ตากล้องที่ถ่ายยังไง๊ยังไงก็ไม่ถูกใจเธอ อาหารต้องเป็นร้านเด็ดเจ้าดังในพื้นที่ราคาถูกบ้างแพงบ้างตามดวง ที่พักต้องเป็นโรงแรมที่มีห้องน้ำอย่างดีเตียงกว้างบรรยากาศโรแมนติคเอาใจสาวซึ่งต้องจ่ายแพงกว่าอยู่แล้วภาพจาก Pinterest.com ช็อปปิ้งโสด & มีแฟน          คนโสด ช็อปปิ้งคืออะไร? สบู่ ยาสีฟัน?                มีแฟน ภารกิจอันยิ่งใหญ่คือการไปเป็นเพื่อนพร้อมทำหน้าที่ที่ปรึกษาในการเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางค์ บางคนก็อาจโดนลูกอ้อนต้องควักกระเป๋าช่วยแฟนออกค่าช็อปปิ้งของพวกเธอด้วย นอกจากนี้หนุ่มบางคนก็โดนแฟนบิ้วท์ให้ซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ชีวิตไม่เคยสนใจมาก่อนอย่างเจลใส่ผลหรือแว่นกันแดดเท่ ๆ ค่าใช้จ่ายก็งอกสิครับ                เชื่อว่าทุกคนก็คงมองออกว่าอยู่เป็นโสดน่าจะทำให้เรามีฐานะทางการเงินที่ดีกว่าตอนมีแฟนแน่นอน แต่ว่าช่วงเวลาที่สวยงามและความสุขในระหว่างเวลานั้น ไม่แน่ว่าในอดีตหรืออนาคตที่ไม่ใช่ห้วงเวลานี้คุณอาจไม่สามารถใช้เงินจำนวนเท่ากันนี้ซื้อสิ่งเหล่านี้มาได้ รวมถึงคนข้างกายที่เค้าทำให้คุณยิ้ม หัวเราะและพร้อมจะดูแลคุณยามเจ็บป่วย ร้องไห้ไปกับคุณเมื่อคุณเศร้า อาจไม่ได้อยู่ข้างคุณถ้าวันนั้นคุณไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกินเมื่อได้อยู่กับคุณ คว้าโอกาสแล้วทำให้ความรักเป็นแรงผลักดันให้คุณก้าวขึ้นไปยังจุดที่สูงขึ้นเพื่อดูแลคนที่คุณรักได้ดีขึ้นไม่จำกัดนะว่าเป็นแฟนหมายรวมไปถึงครอบครัวของคุณเองด้วยไงล่ะ

ผมมีงบ 500 จะจีบสาวติดมั้ย?     

          ในเว็บบอร์ดยอดนิยมอย่างพันธ์ทิพย์ก็มีกระทู้แนวนี้มาให้เห็นกันเรื่อย ๆ เลยนะ ยกตัวอย่างเช่น “มีเงิน 120 เลี้ยงสาวได้ไหมครับ” หรือว่า ”เงินเดือนไม่ถึง 15,000 ไม่มีสิทธิ์จีบสาวเหรอครับ” แต่เรื่องของความรักนี่นอกจากความจริงจังจริงใจหมั่นดูแลเทคแคร์เอาใจสาวเจ้าแล้ว กระเป๋าต้องไม่แบนแฟนทิ้งด้วย แต่ถามว่ามีงบน้อยจีบได้มั้ยที่จริงก็พอจะมีวิธีอยู่บ้างนะภาพจาก Freepik.com ชวนสาวทานข้าวโดยเลือกร้านดังเจ้าเก่า            บุฟเฟต์ที่คิวยาวหรือร้านดังในห้างพักก่อนจ้ะ ลองมองหาร้านเด็ดเจ้าเก่าอาหารอร่อยแถวบ้านที่บรรยากาศโอเคไปเสนอสาวที่คุณสนใจและดูท่าทีเธอก่อน โดยบรรยายสรรพคุณว่าร้านนี้อายุยาวนานและรสชาติอร่อยที่ร้านดังในห้างก็เทียบไม่ได้อะไรก็ว่าไป หากสาวเจ้าไม่ติดขัดอะไรก็พาไปเลย ร้านข้าวหมูกรอบชื่อดังหรือร้านเกี๋ยวเตี๋ยวลูกชิ้นเด้งได้อะไรแบบนี้ถ้าไม่สั่งมาทานกันมากจริง ๆ ราคาก็ไม่แรงมากแต่ควรหาร้านที่มีบรรยากาศโอเคเหมาะสำหรับการเดทเพื่อให้เกียรติคู่ควงของคุณสักหน่อยเท่านั้นเอง ใช้โปรโมชั่นดูหนังราคาถูก            ตอนนี้แค่เป็นลูกค้าบัญชีเงินฝากธนาคารถือบัตรเอทีเอ็ม ไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็มีโปรโมชั่นดูหนังฟรี รวมถึงค่ายโทรศัพท์ทุกค่ายต่างจับมือกับผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์มอบส่วนลดค่าตั๋วหนังและตั๋วแบบหนึ่งแถมหนึ่งให้แก่ผู้ใช้บริการรวมไปถึงการใช้แต้มแลกตั๋วหนังและป็อบคอร์นด้วย นอกจากนี้การเลือกโรงหนังที่มีอัตราค่าตั๋วเหมาะกับเงินในกระเป๋าของเราก็สำคัญ ให้ลองสังเกตุว่าโรงหนังบางแห่งหนังเรื่องเดียวกันจะมีราคาแตกต่างกันไปในแต่ละสาขา บางครั้งมีส่วนต่างร่วมร้อยซึ่งหากคุณเลือกสถานที่ถูกก็จะเซฟไปได้เยอะ เชื่อพี่สิพี่เรียนมาภาพจาก Freepik.com ชวนกันไปออกกำลังกาย            เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา สาว ๆ หลายคนก็สนใจเรื่องการออกกำลังกายกันอยู่แล้ว ลองชวนเธอไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ปั่นจักรยานในวันอากาศดี ๆ เป็นการได้ใช้เวลาร่วมกันและแถมยังได้สุขภาพที่ดีมาเป็นของแถมรวมทั้งไม่ต้องใช้เงินมากมาย แค่เตรียมเครื่องดื่มเย็น ๆ กับผลไม้ไว้ให้เธอดับกระหายหลังจากออกกำลังกายเสร็จ และนั่งพักผ่อนพูดคุยกันในสวนสาธารณะ ผู้หญิงจำนวนหนึ่งทีเดียวที่ชอบผู้ชายที่ดูแลตัวเอง นี่แหละโอกาส! ชวนมาบ้านสั่งอะไรมาทานแล้วเปิดหนังดูด้วยกัน            วิธีนี้ไม่แนะนำให้ทำกับสาวที่คุณเพิ่งรู้จักเพราะอาจทำให้เธอคิดว่าคุณคิดไม่ซื่อกับเธอก็ได้และตีตัวออกห่าง แต่หากเป็นเพื่อนในกลุ่มแก๊งค์เดียวกันและเธอเคยผ่านหรือเข้ามาบ้านคุณบ้างกับเพื่อน ๆ คนอื่นหรือเริ่มต้นความสัมพันธ์กันแล้ว ลองถามเธอว่า เธอเชื่อใจและสะดวกใจหรือไม่ถ้าต้องอยู่กันสองคน ลองพูดถึงแผนการให้เธอฟังว่าจะทำอะไรทานกันบ้างดูหนังเรื่องอะไร ถ้าเธอไฟเขียวก็ซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารทานที่บ้านและเปิดหนังดูไปทานไปใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันมีโอกาสอย่างมากที่ความสัมพันธ์จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเลยล่ะCr. Freepik.com                 หนุ่มที่มีเงินก้นถุงน้อยและโสดมาถึงทุกวันนี้เพราะไม่กล้าจีบสาว อย่ากังวลไปลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู เพราะการจะเอาชนะใจสาวสักคนอาจไม่ใช่การลงทุนด้วยเงินมาก ๆ เสมอไป การได้ใช้เวลาร่วมกันจนรู้สึกว่าคนนี้ใช่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขต่างหากที่ทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาว ที่สำคัญสาว ๆ สมัยนี้ส่วนใหญ่หาเงินเงินเก่งและพึ่งพาตัวเองได้ที่เธอต้องการคือคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างเธอต่างหากล่ะ

4 เคล็ดลับการออมเงินสำหรับคู่รัก

          วันนี้จะมาแนะนำกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคู่รักซึ่งงานนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะมันคือการชักชวนกันออมเงินใส่กระปุกร่วมกันเพื่อนำเงินนี้ไปใช้ร่วมกันในอนาคตไม่ว่า รับประทานอาหารมื้อพิเศษ ทริปท่องเที่ยวสองต่อสอง หรือเก็บเงินไว้สำหรับงานแต่งงานและทริปฮันนีมูนสำหรับคุณสองคน แต่ทำอย่างไรถึงจะสามารถเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำในเมื่อช่วงเวลาที่คุณอยู่ด้วยกันมันคือช่วงเวลาแห่งความสุขใช้จ่ายไปเท่าไหร่ก็ไม่แคร์ซะงั้น ดังนั้นต้องมีเทคนิคกันสักหน่อยภาพจาก Freepik.com แรลลี่แข่งกันเก็บเงินโดยมีรางวัลยั่วใจ            คู่รักนั้นถึงคราวต้องห้ำหั่นกันนี่เรียกได้ว่านองเลือดยิ่งกว่าศึกวันแดงเดือด เริ่มต้นด้วยการตั้งกติกาที่คุณทั้งสองรับได้โดยแข่งกันเก็บเงินและมีเป้าหมาย เช่น แข่งกันเก็บแบงค์ 50 หรือเหรียญ 10 ที่ผลิตระหว่างปี 2550-2555 อะไรก็ว่าไปให้ครบ 2,000 บาท ใครเก็บได้ก่อนคนนั้นจะได้ทานอาหารที่ชอบฟรี 1 มื้อโดยผู้แพ้ต้องเป็นคนเลี้ยง สำหรับเงินที่ทั้ง 2 เก็บได้ก็จะถูกนำเข้ากองกองกลางไว้สำหรับใช้ร่วมกันต่อไป ถึงแม้มันจะเป็นการออมเงินธรรมดาแต่เมื่อมีแรงกระตุ้นก็น่าสนุกดีใช่มั้ย? แล้วอย่าโกงกันล่ะ ซื้อสลากออมสินรัว ๆ ถูกเมื่อไหร่จัดทริปเที่ยวเมื่อนั้น            ตกลงกับคนรักว่าจะซื้อสลากออมสินในจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละเดือนและเมื่อไหร่ที่มีการถูกรางวัลก็จัดทริปไปเที่ยวด้วยกันโดยไม่ให้เกินงบเงินรางวัลที่ถูกและตั้งข้อแม้เพิ่มว่าถ้าถูกรางวัลเล็ก ๆ จะรอจนกว่ายอดเงินรางวัลจะมากพอไปเที่ยวได้ คุณอาจจะมองว่าอ้าวแบบนี้ก็ไม่ได้เก็บเงินน่ะสิ ถึงแม้จะนำเงินรางวัลที่ถูกมาใช้ในการท่องเที่ยวแต่ว่ามูลค่าสลากนั้นยังคงเดิมเมื่อครบกำหนดอายุสลากแล้วถอนสลากออกมาพร้อมดอกเบี้ยเห็นยอดเงินแล้วก็น่าจะชื่นใจกันบ้างแหละภาพจาก Freepik.com กลั้นใจเปิดบัญชีฝากประจำเป็นชื่อคุณทั้งสอง            หากคุณมั่นใจแล้วว่าคนนี้แหละทีคุณจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปตลอดชีวิตที่เหลือก็ลองชวนเธอไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำเป็นชื่อคู่ไว้สำหรับงานแต่งของคุณเลย ถือเป็นการซ้อมขอแต่งงานไปในตัว ดูท่าทีของเธอไปด้วยถ้าเธอแสดงอาการปลื้มปริ่มและกระตือรือร้นจะไปเปิดบัญชีร่วมกับคุณแสดงว่าเธอเองก็มองว่าคุณเป็นพ่อของลูกเธอแน่นอนแต่หากสาวเจ้าเกิดอาการลังเล กระเง้ากระงอด ก็อาจต้องทำใจไว้บ้างนะคุณภาพจาก freepik.com เก็บเท่ากับที่กิน-ท่องเที่ยวหยอดกระปุก            ออกจะยากสักหน่อยในการเก็บเงิน หากคุณทั้งสองเป็นสายตะลอนกิน ลุยเที่ยว ไปไหนไปกันไม่มีใครห้ามใคร ดังนั้นต้องตกลงกันก่อนว่าหากวันนี้เราทานอาหารร่วมกัน 1,000 บาทเราต้องหยอดกระปุกร่วมกัน 1,000 บาทนะตัวเอง เก็บเงินไว้สำหรับงานแต่งหรือเป้าหมายอื่น ๆ เช่นทริปท่องเที่ยวในฝันของคุณทั้งคู่ก็ได้                แต่ละข้อไม่ยากเลยใช่มั้ย สิ่งสำคัญก็คือคุณทั้งสองต้องช่วยกันกระตุ้นอีกฝ่ายให้เก็บออมเงิน หากคนหนึ่งหย่อนคนหนึ่งต้องดึง เพื่ออนาคตของคุณและสมาชิกน้อย ๆ ในอนาคตไงล่ะ 

ชี้ชวนมาดูการลงทุนเพื่อความรักที่น่าสนใจ 5 เสต็ป

          การลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง อีกหนึ่งการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็คือการจีบสาวนี่แหละฮะท่านผู้ชม บางคนก็ได้ตกลงคบกันพบกับผลกำไรทางใจกันไป บางคนก็พบกับผลขาดทุนยับเยินนอกจากเสียเงิน เสียเวลา เสียใจแล้วยังเสียศูนย์ต้องเสียเงินทองในการพักรักษาใจไปอีกโข ลองมาดูวิธีการลงทุนเพื่อจีบสาวแบบเบสิคแบบไปทีละสเต็ปกันหน่อย สเต็ปแรกชวนสาวทานข้าว            หากสาวเจ้ารับนัดไปทานข้าวกับคุณสองต่อสองแล้วอย่าให้พลาด เลือกร้านที่เป็นสไตล์ที่เธอชอบหรืออย่างน้อยอาหารต้องอร่อยอลังการเพราะเดทแรกงานสร้างความประทับใจต้องมา และคุณต้องเสนอตัวเป็นเจ้ามือหรือหากเธอดึงดังต้องการแชร์ค่าอาหารจริง ๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าเธอเป็นจิตใจดีไม่ต้องการเอาเปรียบคุณและเป็นสัญญาณที่ไม่ดีว่าเธอคิดกับคุณแค่เพื่อนก็ได้ ให้บอกเธอว่าขอผลัดกันเป็นมื้อหน้าเธอค่อยเป็นเจ้ามือเรียกว่านัดคราวหน้ากันแบบเนียน ๆ ไปเลยจ้าภาพจาก Freepik.com สเต็ปที่สองใกล้ชิดกันมากขึ้นในโรงหนัง            การชวนดูหนังเนี่ยเป็นบททดสอบอีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้ว่าคุณจะสามารถนั่งใกล้ ๆ กันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำได้โดยไม่อึดอัดหรือไม่ตลอดระยะเวลาที่หนังฉายหรือเปล่า แต่เป็นวิธีการละลายพฤติกรรมที่แนะนำเพราะจะเป็นเวลา 2 ชม.เต็ม ๆ ที่คุณและเธอจะอยู่ในอารมณ์เดียวกันหรือมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังที่กำลังดูนั่นเอง หลังจากออกจากโรงหนังอย่างไรคุณต้องมีเรื่องพูดคุยกันเกี่ยวกับหนังที่เพิ่งดูไปและหากคุณเป็นคอหนังแนวเดียวกันแล้วล่ะก็ยาวแน่นอน สเต็ปที่สามหมั่นเปย์ของกำนัล            อันนี้เป็นโจทย์ที่ยากขึ้นและเป็นการลงทุนที่มากขึ้น ขึ้นอยู่กับสาวที่เราต้องการลงทุนด้วยว่าเธอน่ะเป็นแนวไหน ดังนั้นคุณต้องทำการบ้านสักหน่อย เพราะการซื้อของกำนัลผิดชั้นก็เหมือนละลายเงินทิ้งไปเปล่า ทางที่ดีขออาสาพาเธอไปช็อปปิ้งแล้วอาสาจ่ายให้เธอสักชิ้นอ้างว่าเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าให้เธอไปเลยภาพจาก Freepik.com เสต็ปที่สี่เงินฝากธนาคารบัญชีคู่                อันนี้เป็นการลงทุนที่แนะนำสำหรับสาวที่ตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแล้วและคุณมั่นใจว่าคนนี้แหละที่คุณจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเธอ จูงมือกันไปเปิดบัญชีคู่เลย นอกจากจะได้เงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยสำหรับอนาคตของคุณทั้งคู่แล้ว ยังทำให้สาวเจ้าปลาบปลื้มเพราะคุณช่างมองการณ์ไกลและมีการวางแผนเหมาะที่จะเป็นผู้นำครอบครัวที่สำคัญในอนาคตนั้นมีเธอรวมอยู่ด้วย กลับไปที่จุดเริ่มต้น เข้าฟิตเนสดูแลตัวเอง            อันนี้เป็นการลงทุนเพื่อความรักสำหรับคนที่ยังไม่มีใครที่ถูกใจหรือผ่านอาการช้ำรักมาก่อน เป็นการลงทุนเพื่อความรักโดยเริ่มจากการรักตัวเองก่อน คนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีนั้นมีเสน่ห์และดูโดดเด่นกว่าคนทั่วไปแถมถ้าคุณมีสุขภาพที่แข็งแรงก็จะช่วยให้จิตใจแจ่มใสไปด้วย ที่สำคัญนะสาวหลายคนทีเดียวที่ยอมรับว่าสะดุดตาผู้ชายครั้งแรกที่รูปร่างของเค้าคนนั้น รออะไรล่ะลงทุนเลยค่าสมาชิกฟิตเนสถูกกว่างบเลี้ยงข้าวสาวทั้งเดือนแน่นอน ไม่แน่นะคุณอาจได้สาว หรือ หนุ่มมาแนบกายในฟิตเนสนั่นแหละภาพจาก Freepik.com                 การจีบสาวสักคนนั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยากบางครั้งก็เกี่ยวกับดวงจริง ๆ ลงทุนไปแล้วกำไรกันบ้างขาดทุนบ้าง อยากให้เก็บเรื่องราวระหว่างทางเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับการลงทุนครั้งต่อไปนะจะได้ลดผลขาดทุนลงหรือได้กำไรกันถ้วนหน้าจ้า

สายเปย์มือใหม่ฟังทางนี้ สาวแซ่บสายไหนเค้าชอบอะไรกันบ้าง

          สมัยนี้การสร้างความประทับใจให้สาวที่แอบชอบไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ขนาดคอยดูแลเอาใจใส่ดูแลกันอย่างสม่ำเสมอแล้วบางทีโดนสายเปย์ฉกไปหน้าตาเฉย ดังนั้นถ้ามั่นใจว่าสาวคนนี้ใช่แล้วบางครั้งก็ต้องใจป๋ากันหน่อย ทุ่มเทไปเลยเพราะหากได้เธอมาแนบกายแนบใจแล้วความสุขล้นที่ได้ดีกว่าเดียวดายแน่นอน ก่อนอื่นถ้าอยากจะเอาอกเอาใจเค้าเราก็ต้องสืบมาก่อนว่าเค้าเป็นสาวแซบสายไหนจะได้เปย์ให้ถูกทางและได้ใจสาวคนนั้นมาครอบครอง สาวแซ่บสายรักสวยรักงาม            หลังจากส่องเฟซบุคไอจีของสาวเจ้าแล้วพบว่าเธอมักจะโพสท์กระทู้หรือรูปภาพการแต่งหน้าหลากสไตล์รวมไปถึงติดตามบล็อกเกอร์ทุกสถาบัน ใครได้สาวสายนี้ไปเป็นแฟนคุณโชคดีแล้วเพราะเธอรักสวยรักงามและมักดูแลตัวเองให้สวยอยู่เสมอ ถ้าคุณแอบซื้อเครื่องสำอางค์ให้เจ้าหล่อนต้องเป็นปลื้ม ยิ่งหากทำการบ้านมาดีเลือกแบรนด์ที่สาวเจ้าเพิ่งกด Like รับรองว่าสาวแซ่บคนนั้นต้องกด Like ของกำนัลจากคุณแน่นอน แค่ต้องสืบดี ๆ ต้องระวังซื้อชนกันเท่านั้นแหละภาพจาก Freepik.com สาวแซ่บสายตะลอนกิน            ถ้าคุณไปหลงสาวที่มักใช้เวลาว่างตามล่าหาร้านอาหารรสเด็ดเจ้าดังล่ะก็ ลองเซอร์ไพร์สเธอด้วยเมนูเด็ดในตำนานที่ต้องต่อคิวเพื่อให้ได้มา แล้วนำไปมอบให้กับมือรัว ๆ ไม่แน่นะเธออาจจะเห็นความพยายามแล้วตอบกลับมาว่า “คราวหน้าไปทานด้วยกันนะ” ก็ได้เอาซี้ สาวแซ่บสายแชะ            ถ้าเธอชอบถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ ร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามหรือชอบถ่ายภาพตัวเองล่ะก็ ลองเริ่มด้วยการแนะนำร้านที่มีมุมถ่ายรูปสวย  ๆ แล้วหาโอกาสขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเธอสักมื้อ หยอดเธอไปว่ารูปที่ถ่ายที่ร้านนั้นคงดูสดใสขึ้นถ้ามีเธอเป็นแบบให้คุณถ่าย หรือชวนเธอไปลงคอร์สเรียนถ่ายรูปด้วยกันโดยแก้เก้อว่าไม่มีเพื่อนไปโดยจะขอออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดให้ เท่านี้ก็ช่วยให้คุณใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นแล้วเหลือแต่เทคร์ให้ใจอ่อนเท่านั้นแหละภาพจาก Freepik.comสาวแซ่บสายแบรนด์เนม            เป็นสายที่ต้องเปย์กันอย่างหนักหน่วงและเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุนเลยล่ะว่าคุณมีโอกาสที่จะได้ผลกำไรจากใจสาวเจ้าบ้างหรือเปล่า ไม่งั้นอาจต้องทุ่มเทแล้วพบกันผลขาดทุนในการเปย์ทั้งผลขาดทุนทางใจจ้า แต่ถ้าคุณมั่นใจก็ลุยเล้ย เพราะสาวสายนี้เธอไม่ค่อยสนใจใครง่าย ๆ หรอกนะบอกเลยภาพจาก Freepik.com สาวแซ่บสายท่องเที่ยว            เป็นแฟนคลับสาวสายนี้ต้องทำใจหน่อยเพราะเธออาจจะอยู่ไม่ติดที่สักเท่าไหร่ สาวสายนี้ต้องเอาใจด้วยการอาสาเป็นสารถีและคอยส่งข่าวสารสถานที่ท่องเที่ยวหรือส่วนลดสายการบินให้เธอ ถึงเธอจะดูติสท์ ๆ และมีโลกส่วนตัวสูงอยู่สักหน่อยแต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ต้องการใครสักคนที่จะร่วมเดินทางไปกับเธอทุกหนแห่ง ยิ่งถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์คล้ายกันพูดจาภาษาเดียวกันแล้วล่ะก็สมหวังแน่แนอน                สายเปย์ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินเป็นฟ่อน ๆ ให้กับสาวที่แอบปิ๊งหรอกนะ เพราะพวกเธอส่วนใหญ่แพ้ใจคนที่ใส่ใจและสามารถดูแลเธอได้จริง ๆ ต่างหาก และไม่อยากให้มองการดูแลใครสักคนเป็นการลงทุนเพื่อบางสิ่ง เพราะการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนสิ่งที่ได้กลับมามักเกินคาดเสมอเชื่อสิ

พร้อมหรือยังสำหรับรักครั้งนี้มาสำรวจค่าใช้จ่ายสำหรับงานแต่งงานว่ามีอะไรกันบ้าง?

          ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับเดือนแห่งความรัก เชื่อว่ามีคู่รักคู่ใหม่เกิดขึ้นหลายคู่แน่นอนรวมไปถึงคู่ที่ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน หลังจากคบหาดูใจกันมาหลายปีดีดัก ซึ่งการที่คนสองคนจะมาใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องขออนุญาติผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและประกาศให้เพื่อนฝูงรับรู้ข่าวดีของคุณทั้งคู่โดยจัดงานฉลองการแต่งงานขึ้น แต่การจัดงานแต่งงานนี้ไม่ง่ายนะจะบอกให้ เพราะถึงกับต้องมีบริษัทออแกไนซ์มาจัดการเรื่องนี้ให้ทีเดียว สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้นมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย แหวนแต่งงานของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว                แหม ขอสาวเจ้าแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีแหวนประดับเพชรเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ก็ว่ากันไปให้สาวสวมใส่ไว้เป็นการไว้ตีตราจอง ไม่ใช่เฉพาะสาวเท่านั้นหนุ่ม ๆ เองก็ต้องแสดงตัวด้วยว่าผมมีเจ้าของแล้วนะด้วยการสวมแหวนแต่งงาน ซึ่งแหวนแต่งงานนี้มีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้านเลยล่ะจ้าภาพจาก Freepik.com ว่าที่บ่าวสาวถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง            ความใฝ่ผันของสาว ๆ ที่จะได้ใส่ชุดเจ้าสาวร่วมกับคนรักและถ่ายภาพในบรรยากาศที่ชื่นชอบกลางแมกไม้ ชายทะเล หรือสถานที่ ๆ มีสถาปัตกรรมที่สวยงาม รวมไปถึงมีหลาย ๆ คู่ทีเดียวที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งไกลถึงต่างประเทศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรักของคนทั้งคู่และเก็บไว้เป็นความทรงจำ นอกจากนี้ยังนำภาพบางส่วนมาใช้สำหรับการ์ดแต่งงานรวมถึงนำไปใส่กรอบประดับภายในงานแต่งและเป็นพร็อพประดับที่จุดต่าง ๆ ของงานอีกด้วย ซึ่งมีผู้ให้บริการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งหัวใสได้รวมการถ่ายถาพนิ่งและวิดีโอวันงานไว้ในแพคเกจเพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย เรียกได้ว่า One stop service เลย ซึ่งราคานั้นเริ่มที่หลักพันไปจนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับความต้องการของว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่นเองภาพจาก Freepik.com ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาววันงาน            ส่วนใหญ่แล้วชุดสำหรับวันงานมักจะใช้ชุดจากสตูดิโอถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่เลือกใช้บริการรวมถึงบริการแต่งหน้าทำผมเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย แต่ก็มีหลายคนที่อยากให้วันนี้ออกมาได้อย่างใจมากที่สุดจึงอาจเลือกตัดชุดเองหรือจ้างช่างแต่งหน้าคิวทองมาแต่งหน้าให้ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่น การ์ดงานแต่งและของชำร่วย            หลังจากลิสท์รายชื่อแขกผู้มีเกียรต์แล้วก็ต้องออกแบบการ์ดแต่งงานและจัดพิมพ์จากนั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะนำไปแจกจ่ายเพื่อเชิญแขกแต่ละคนอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงของชำร่วยเพื่อเป็นที่ระลึกแก่แขกที่มาร่วมงานและแสดงความขอบคุณที่มาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของคุณทั้งคู่ ซึ่งราคาต่อชิ้นนั้นส่วนใหญ่ก็อยู่ที่หลักสิบ ต้องลองเอาไปคำนวณร่วมกับแขกที่มาร่วมงานจึงจะเห็นภาพของค่าใช้จ่ายชัดขึ้นภาพจาก Freepik.com สถานที่จัดงานและอาหารจัดเลี้ยงรสเลิศ            เป็นงานช้างเลยทีเดียวสำหรับการจัดหาสถานที่จัดงานที่ถูกใจทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว รวมไปถึงจัดงานได้อย่างมืออาชีพตามความต้องการและต้องสามารถรองรับจำนวนแขกที่คาดว่าจะมาร่วมงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สำหรับอาหารจัดเลี้ยงในวันงานนั้นถือเป็นไฮไลท์ทีเดียวเพราะเป็นอีกหนึ่งตัวแทนคำขอบคุณของบ่าวสาวที่มอบให้กับแขกเหรื่อ โดยราคาสำหรับสถานที่จัดงานและอาหารแล้วรวมกันสำหรับแขกต่อหนึ่งคน น่าจะอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันจ้า                ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายยิบย่อยในงานพิธีการต่าง ๆ เพื่อความสมบูรณ์ของงานแต่งครั้งหนึ่งในชีวิตของคนทั้งคู่ ในปัจจุบันก็มีหนุ่มสาวหลายคู่ทีเดียวที่เน้นจัดงานแต่งเล็ก ๆ อบอุ่นและเชิญเฉพาะคนในครอบครัวและญาติสนิทมาร่วมงานเพื่อเก็บเงินไว้ใช้สำหรับสร้างครอบครัวแทน ค่านิยมได้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนหลายสิ่ง ผู้หญิงยุคใหม่เองก็เข้ามามีส่วนในการทำงานหาเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายมากขึ้นไม่ให้ฝ่ายชายรับภาระอยู่ฝ่ายเดียวก็คนเค้ารักกันอะเนอะ

ทำความรู้จักกับหุ้น 6 ประเภท ของ ปีเตอร์ ลินซ์

            หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ ปีเตอร์ ลินซ์ เป็นครั้งแรกจากบทความนี้ แต่เค้าคนนี้เป็นเซียนหุ้น VI (Value investor) ที่โด่งดังมากในอดีต เป็นผู้จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงและทำเงินมากมายในตลาดหุ้นและเป็นผู้เขียนหนังสือ One Up On Wall street ซึ่งปัจจุบัน ปีเตอร์ ลินช์ได้เลิกเป็นผู้จัดการกองทุนและผันตัวมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือแล้ว                 ปีเตอร์ ลินช์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการลงทุนที่ทำงานหนักมาก ทำให้เค้ากลายเป็นเซียนหุ้นผู้วิเคราะห์หุ้นได้อย่างเฉียบขาดและได้ใช้ประสบการณ์จากการทำงานของเค้าจัดประเภทหุ้นที่น่าลงทุนไว้ทั้งหมด 6 ประเภทได้แก่ภาพจาก harborx.com  หุ้นโตช้า Slow Growers เป็นหุ้นของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตช้าหรือเรียกว่าหยุดนิ่งเลยก็ว่าได้ ราคาในตลาดหลักทรัพย์ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว แต่มีการปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีความสามารถในการทำกำไรปีละ 2%-4% ซึ่งเป็นหุ้นที่ปีเตอร์ ลินช์ไม่ค่อยให้ความสนใจเพราะสามารถทำกำไรได้น้อยเมื่อเทียบกับหุ้นประเภทอื่น ๆ หุ้นแข็งแกร่ง Stalwarts เป็นหุ้นของธุรกิจขนาดใหญ่ยักษ์ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานกันเป็นประจำ อัตราการขยายตัวไม่สูงเท่าไหร่เนื่องจากเดิมเป็นบริษัทใหญ่อยู่แล้ว มีความสามารถในการทำกำไรด้ปีละ  10%-20% และสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้แม้จะประสบกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ภาพจาก Freepik.com  หุ้นโตเร็ว Fast Growers เป็นหุ้นของบริษัทเล็ก ๆ ที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วรวมถึงมีความสามารถในการทำกำไรต่อปี 20%-25% ซึ่งปีเตอร์ ลินช์จัดให้เป็นหุ้นที่มีโอกาสทำกำไรได้สูงโดยให้ข้อสังเกตุว่าหากบริษัทเริ่มมีอัตรากำไรที่หยุดนิ่งให้รีบขายหุ้นเพราะหุ้นโตเร็วเองก็มีความเสี่ยงสูงและอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วขึ้นได้ ดังนั้นควรพิจารณาผลประกอบการและงบการเงินอย่างใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด หุ้นวัฏจักร Cyclicals เป็นหุ้นของบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและความเป็นไปของอุตสาหกรรม หากตัดสินใจจะลงทุนในหุ้นประเภทนี้ควรพิจารณาอย่างใกล้ชิด เพื่อเลือกจังหวะในการลงทุนหรือจังหวะในการขายหุ้นเพื่อทำกำไรสูงสุดเพราะราคาอาจต่ำแบบฉุดไม่ขึ้นอีกเลยก็ได้ภาพจาก Freepik.com  หุ้นฟื้นตัว Turnarounds เป็นหุ้นของบริษัทที่เคยประสบปัญหาขาดทุนหรือยอดขายตกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดตกต่ำ แต่หากคุณมองเห็นสัญญาณฟื้นตัวหลังจากปรับโครงสร้างหรือเห็นสัญญาณที่ดีหลังจากปรับแผนงานให้เข้าซื้อหุ้น ออกจะฟังดูสุ่มเสี่ยงอยู่สักหน่อยแต่หุ้นลักษณะนี้ก็เป็นหุ้นที่มีโอกาสทำกำไรได้มากเช่นกันยามกิจการฟื้นตัวเต็มที่ หุ้นทรัพย์สินมาก Asset Plays เป็นหุ้นของบริษัทที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ที่จริงแล้วมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงซ่อนอยู่ โดยมีข้อสังเกตุว่าหากมูลค่าหุ้นต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์แสดงว่าคุณเจอหุ้นทรัพย์สินมากซึ่งเป็นหุ้นที่น่าลงทุนเข้าให้แล้วข้อสังเกตุเหล่านี้เรียกได้ว่ามีประโยชน์และช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดประเภทหุ้นที่น่าลงทุนและตัดสินใจลงทุนได้มากขึ้น อย่างไรก็ดีการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนนะ

ความแตกต่างกองทุนเปิดและกองทุนปิด

                ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่สนใจเรื่องการสร้างความมั่งคั่งและลงทุนมากขึ้น จะเห็นได้ว่าเริ่มสนใจกันตั้งแต่ยังเยาว์วัยไม่ว่าจะเป็นการหารายได้พิเศษ การขายของออนไลน์ การลงทุนในธุรกิจส่วนตัว เงินออมดอกเบี้ยสูง รวมไปถึงการลงทุนในกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนดูแลหน่วยลงทุนของคุณให้ สำหรับกองทุนนั้นมีหลายแบบซึ่งอาจแบ่งตามประเภทโครงการได้ 2 แบบคือกองทุนปิด (กองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อหน่วยลงทุน) กองทุนเปิด (กองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) ซึ่งมีความแตกต่างกันในแง่ของการซื้อขาย แตกต่างอย่างไรบ้างมาดูกันเลย                 กองทุนปิด มักมีอายุโครงการที่แน่นอนและเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวโดยบริษัทจัดการลงทุนจะไม่รับซื้อหน่วยลงทุนคืนจนกว่าจะครบอายุโครงการ ซึ่งกองทุนปิดส่วนใหญ่ผู้ลงทุนจะรู้ผลตอบแทนล่วงหน้าว่าจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่หลังจากครบอายุโครงการ แต่ก็มีกองทุนปิดบางกองทุนที่มีนโยบายช่วยเสริมสภาพคล่องให้นักลงทุนโดยอาจแต่งตั้งบริษัทเสนอซื้อเสนอขายขึ้นมาหรืออาจนำหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมตัวแทนซื้อขายหุ้นและต้องซื้อตามราคาตลาดซึ่งอาจไม่เท่ากับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนปิดนั้น เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเงินเย็นและมีสภาพคล่องสูงภาพจาก Freepik.com                 สำหรับ กองทุนเปิด นั้นส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวมที่ไม่กำหนดอายุโครงการแต่ก็มีระยะเวลาจำกัดในการเสนอขายครั้งแรกเช่นเดียวกับกองทุนปิด หลังจากนั้นบริษัทจะเปิดให้มีการซื้อขายหน่วยลงทุนซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนที่แตกต่างกันไป บางกองอาจเปิดซื้อขายทุกวันทำการ บางกองทุนเปิดขายกองทุนทุกวันทำการแต่รับซื้อคืนเฉพาะวันพุธ หรืออาจเปิดซื้อขายสัปดาห์ละครั้ง เดือนละครั้งก็ได้ กองทุนเปิดที่เปิดให้ผู้ลงทุนซื้อขายได้ทุกวันส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูงและมีความเสี่ยงสูงเช่นกันเพราะการซื้อขายอาจทำให้ราคาสุทธิของมูลค่าหุ้นเปลี่ยนแปลงในวันที่มีการซื้อขายจำนวนมากได้ ภาพจาก Freepik.com                 นอกจากการแบ่งตามลักษณะโครงการแล้วยังสามารถแบ่งกองทุนรวมตามนโยบายการลงทุนได้ดังนี้ กองทุนรวมตราสารแห่งทุน (Equity Fund) กองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ (Fixed income Fund) กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมมีประกัน กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น (Capital Protected Fund) กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign investment Fund หรือ FIF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement mutual Fund หรือ RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund หรือ LTF) กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนในต่างประเทศ (Country Fund) กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange traded Fund หรือ ETF) กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม (Sector Fund) กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรพัย์ (Property Fund) กองทุนรวมเพื่อลงทุนเป็นคนต่างด้าว (Thai Trust Fund) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)​​​​​​​ภาพจาก Freepik.com กล่าวคือกองทุนปิดนั้นเน้นการลงทุนระยะยาว 3 5 7 ปีซึ่งมีอัตราผลตอบแทนและเงินปันผลที่ค่อนข้างแน่นอน สำหรับกองทุนเปิดนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและผันผวนกว่าแต่ก็มีโอกาสทำกำไรได้เช่นเดียวกับกองทุนเปิดและเป็นกองทุนที่ช่วยเสริมสภาพคล่องได้ดีกว่ากองทุนปิด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกองทุนตามนโยบายการลงทุนให้เลือกศึกษาเรียกได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบให้เลือกลงทุนในกองทุนที่เข้ากับสไตล์การลงทุนของแต่คน ทั้งนี้การลงทุนมีความเสี่ยงก่อนลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะ 

ความแตกต่างของตราสารทุนและตราสารหนี้

                หากคุณกำลังสงสัยว่าทำไมนะบางช่วงจังหวะ บางเวลา นักลงทุนมักเลือกที่จะลงทุนในตราสารทุนหรือกองทุนที่มีนโยบายลงทุนกับตราสารทุนในเปอร์เซ็นต์สูง และทำไมนักลงทุนเลือกลงทุนในตราสารหนี้ทั้งที่ผลตอบแทนอาจไม่เท่ากับตราสารทุนของบริษัทที่ทำกำไรดีก็ได้ วันนี้เราจะมาศึกษากันว่าตราสารทุนและตราสารหนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้างภาพจาก Freepik.com                ตราสารทุน หรือ หุ้น ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีจุดประสงค์ในการนำเงินลงทุนนี้มาใช้ในกิจการและผู้ลงทุนในหุ้นของกิจการนั้น ๆ ก็เปรียบเสมือนกับเจ้าของคนหนึ่งของกิจการนั้นด้วย ซึ่งหากคุณลงทุนในกิจการนั้นจำนวนมากอาจได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อออกเสียงในการตัดสินใจแนวทางการทำงานของกิจการด้วย ในแง่ของผลตอบแทนนั้นหากคุณเป็นผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนต่างของมูลค่าหุ้นซึ่งอาจหมายถึงกำไรจากผลประกอบการและแน่นอนว่ารวมถึงผลขาดทุนด้วย สำหรับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์นั้นผลตอบแทนเป็นไปตามอัตราในเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ซึ่งมีความแตกต่างจากผู้ถือหุ้นสามัญ ซึ่งหากอยู่ในช่วยเศรษฐกิจขาขึ้นและกิจการมีแนวโน้มที่จะไปได้ดีมีความสามารถในการทำกำไรนักลงทุนมักจะเลือกลงทุนในหุ้นหรือตราสารทุนกันซะมากกว่าภาพจาก Freepik.com                 ตราสารหนี้ หรือ พันธบัตร (พันธบัตรจะใช้เรียกตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ) หุ้นกู้ (หุ้นกู้จะใช้เรียกตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน) นักลงทุนเป็นเปรียบเสมือนเจ้าหนี้ของกิจการ โดยกิจการสามารถนำเงินนี้ไปใช้จ่ายในกิจการโดยนักลงทุนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในผลกำไรหรือขาดทุนของบริษัทนี้รวมถึงไม่มีสิทธิเสียงในการบริหาร โดยผลตอบแทนนั้นเป็นไปตามอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ไม่เปลี่ยนแปลงทำให้มีความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนก็ต่ำกว่าผลตอบแทนจากตราสารทุนที่มีความสามารถในการทำกำไรเช่นกัน การที่นักลงทุนเลือกที่จะลงทุนในตราสารหนี้ส่วนใหญ่นั้นเพราะต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ทของตนเองและอีกปัจจัยก็คือภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้น หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือซบเซา การลงทุนในตราสารทุนอาจไม่ทำกำไรเท่าที่ควรหรืออาจมีผลขาดทุนก็ได้ ดังนั้นการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าภาพจาก Freepik.com                 สำหรับนักลงทุนที่ได้ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของตลาดและข้อมูลประกอบการลงทุนในกิจการที่สนใจแล้วคงตัดสินใจเลือกได้ไม่ยากแต่หากเป็นมือใหม่ในการลงทุนแนะนำให้เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้เพื่อกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในกองทุนรวมนั้นคุณไม่ต้องเฝ้าหน้าจอหรือคอยตามข่าวสารมากนักเพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารหน่วยลงทุนให้คุณอยู่ อย่างไรก็ดีการได้รู้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้เชื่อว่าจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจและเลือกกองทุนที่เหมาะกับคุณง่ายขึ้นจริงมั้ย?               

จ่ายเงินแบบล้ำ ๆ ไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์กับ Samsung Pay

                ยุคนี้เรียกได้เต็มปากว่าเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตเราอย่างมากโดยเฉพาะ Smart Phone ที่จะขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะตื่นนอนตอนเช้าก็ต้องเช็คมือถือก่อนว่ามีใครฝากข้อความหรือส่งอีเมลมาหาหรือเปล่า ไหนจะเช็คความเคลื่อนไหวของเพื่อน ๆ และคนที่แอบปิ๊งผ่านแอพพลิเคชั่น รวมไปถึงใช้แอพพลิเคชั่นมือถือเลือกเส้นทางที่ไวที่สุดในการเดินทางและหาร้านอร่อยรับประทานในแต่ละวัน นี่แค่บางส่วนเท่านั้น และตอนนี้มือถือได้กลายเป็นกระเป๋าสตางค์เสมือนใช้ในการจับจ่ายซื้อของในช่องทางออนไลน์ได้แล้ว และสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตมีเฮแน่นอนเพราะตอนนี้มือถือของคุณสามารถเป็นบัตรเครดิตเสมือนได้อีกด้วย                ต้องบอกกันก่อนว่าความพิเศษนี้มีเฉพาะใน Smart Phone ของ Samsung เท่านั้นในรุ่น Samsung Galaxy S7 edge Samsung Galaxy S7 Samsung Galaxy S6 edge+ Samsung Galaxy Note 5 Samsung Galaxy A7 (2016) Samsung Galaxy A5 (2016) Samsung Galaxy A7 (2017) Samsung Galaxy A5 (2017) Samsung Galaxy A3 (2017) Samsung Galaxy A9 Proภาพจาก Samsung.com เหตุที่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น Samsung Pay ได้เฉพาะในมือถือ Samsung รุ่นเหล่านี้เท่านั้นอันดับแรกดูชื่อก็รู้แล้วว่าแอพพลิเคชั่นนี้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Samsung เท่านั้นและเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นรวมถึงการรักษาความปลอดภัยมีอยู่ในมือถือของ Samsung เท่านั้นในขณะนี้ เริ่มการทำงานของแอพพลิเคชั่น   สำหรับการใช้งานครั้งแรกเริ่มต้นด้วยการเปิดแอพพลิเคชั่น แล้ว Log-in ด้วย Samsung Account จากนั้นบันทึกรหัสผ่านและบันทึกลายนิ้วมือสำหรับใช้งาน เพิ่มข้อมูลบัตรเครดิตของคุณเข้าไปในแอพพลิเคชั่นเพื่อสร้างบัตรเครดิตเสมือนโดยสามารถเพิ่มลายเซ็นต์ที่ใช้ในการเซ็นต์สลิปเวลาชำระค่าสินค้าด้วย Samsung pay ได้ด้วย สามารถสร้างบัตรเครดิตเสมือนได้หลายใบ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถแยกบัตรเครดิตออกจากกันได้ด้วยเลขท้ายสี่ตัวของบัตรแต่ละใบ หากไม่ต้องการใช้บัตรเครดิตใบนั้นในแอพพลิเคชั่น Samsung Pay แล้วสามารถเลือกที่บัตรไบนั้นแล้วกดลบออกจากแอพพลิเคชั่นได้โดยไม่มีผลกับบัตรจริงที่เป็นการ์ดพลาสติกแต่อย่างใด บัตรเครดิตที่สามารถใช้งานกับแอพพลิเคชั่น Samsung Pay ได้ บัตรเครดิต KTC บัตรเครดิต Citibank บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพภาพจาก Samsung.com วิธีการใช้งาน Samsung Pay กับเครื่องรูดบัตร            หลังจากตั้งค่าบัตรเครดิตเสมือนภายในเครื่องเรียบร้อยแล้วและต้องการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วย Samsung Pay เพียงเปิดมือถือแล้วเลือก Samsung Pay หรือ รูดที่หน้าจอโทรศัพท์จากขอบหน้าจอล่างขึ้นมาก็จะเข้าสู่แอพพลิเคชั่นได้เช่นกัน จากนั้นเลือกบัตรที่ต้องการใช้งานและยืนยันตัวตนด้วยการแสกนลายนิ้วมือที่หน้าจอหรือใส่รหัสลับที่กำหนดไว้ แอพพลิเคชั่นก็จะเข้าสู่สถานะพร้อมจ่ายทันที จากนั้นนำโทรศัพท์มือถือไปแตะหรือถือไว้เหนือเครื่องจ่ายเงิน โทรศัพท์จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กที่เหมือนกับแถบแม่เหล็กของบัตรเครดิตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่และมีอายุเพียง 30 วินาทีเพื่อความปลอดภัยไปยังเครื่องรูดบัตรเพื่อทำรายการ โดย Samsung Pay นั้นสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ที่เครื่องรูดบัตรแบบ MTS (Magnetic Secure Transmission) และ NFC (Near Field Communication) สำหรับในประเทศไทยสามารถใช้งานได้ 99% ก็ว่าได้ สามารถพิมพ์สลิปได้โดยมี “(S)” หลังเลขบัตรเครดิตที่แสดงในสลิปเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นการใช้จ่ายผ่าน Samsung pay สำหรับการยกเลิกรายการก็สามารถทำได้ตามปกติเหมือนกับบัตรเครดิตทั่วไปภาพจาก Freepik.com                 ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่ได้ใช้ Samsung Pay โดยขณะนี้แอพพลิเคชั่นนี้ยังไม่สามารถใช้กับบัตรเดบิตได้ แต่เชื่อว่าน่าจะมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า Samsung มากขึ้นในอนาคตแน่นอน

เรื่องน่ารู้กับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนประกันสังคมมีอะไรบ้าง?

          หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งเดือนก็ทุกคนคงชื่นใจที่ได้รับเงินเดือนสักทีในวันเงินเดือนออก แต่ว่าเป็นยอดที่ถูกหักประกันสังคมไปถึง 5% (ขั้นต่ำ 68 บาทสูงสุด 750 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอดูเมื่อนำมาคิดคำนวณกับระยะเวลา และทำให้เกิดคำถามว่าเราจะได้อะไรจากการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมนี้บ้าง? 1. กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย สามารถเข้ารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลที่เลือกไว้กับประกันสังคม ซึ่งครอบคลุมความช่วยเหลือ (ช่วยค่าใช้จ่ายแต่อาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ในกรณีเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก, มะเร็ง 10 ชนิด, โรคสมองและโรคหัวใจ, กรณีการบำบัดทนแทนไต,กรณีทำหมัน, กรณีทันตกรรมรวมไปถึงช่วยจ่ายค่าห้องและค่าอาหารกรณีต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ยกเว้นกลุ่ม 13 โรคยกเว้นที่จะไม่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้ และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างเจ็บป่วยครึ่งหนึ่งของค่าจ้างตามวันที่หยุดจริงไม่เกินครั้งละ 90 วันและไม่เกิน 180 วันใน 1 ปีภาพจาก Freepik.com 2. กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนที่เป็นสตรีสามารถเบิกเงินช่วยเหลือค่าทำคลอดบุตรและได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างลาคลอด 90 วัน 3. ค่าเลี้ยงดูบุตร สำหรับผู้ประกันตนที่มีบุตรอายุ 0-6 ปีสามารถขอเบิกค่าเลี้ยงดูบุตรจากประกันสังคมได้เดือนละ 400 บาทต่อคน 4. กรณีทุพพลภาพ ทุพพลภาพ หมายความว่าการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะของร่างกายหรือสูญเสียภาวะปกติของจิตใจจนไม่สามารถทำงานได้ปกติ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นเงินช่วยเหลือในค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนการขาดรายได้ภาพจาก Freepik.com 5. กรณีเสียชีวิต หากผู้ประกันตนเสียชีวิตจะได้รับค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ซึ่งมีอัตราที่ต่างกันตามระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยหากส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือนและหากส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไปจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน 6. กรณีชราภาพ เมื่อผู้ประกันตนมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์และจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือนไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ สำหรับผู้ประกันตนที่อายุ 55 ปีบริบูรณ์แต่จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือนจะได้รับบำเหน็จชราภาพ 6. กรณีว่างงาน สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เมื่อผู้ประกันตนลาออกหรือถูกเลิกจ้างรวมไปถึงกรณีที่สถานประกอบการหยุดกิจการชั่วคราว สามารถไปขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักจัดหางานของรัฐเพื่อขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ภาพจาก Freepik.com ผู้ประกันตนมาตรา 39 สำหรับผู้ประกันตนที่เคยเป็นพนักงานประจำ หากเคยนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและออกจากงานมาแล้วไม่เกิน 6 เดือนสามารถยื่นขอส่งเงินสมทบเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ด้วยตนเอง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่เลือกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนมาตรา 33 เลยทีเดียวสำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม (http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?cat=645 ) และสายด่วนประกันสังคม 1506 จะเห็นได้ว่าการมีประกันสังคมมาช่วยดูแลเราในเรื่องสุขภาพก็ช่วยให้หมดห่วงยามที่เจ็บไข้ได้ป่วยและกรณีที่คลอดบุตร รวมไปถึงมีเงินบำเหน็จ บำนาญไว้ใช้จ่ายเมื่อยามเกษียณเพิ่มขึ้น และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันทุพพลภาพหรือถึงแก่กรรมก็ยังมีเงินส่วนนี้ที่จะเข้ามาช่วยค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ดีมากเลยจริงมั้ย                                             

สนใจลงทุนในกองทุนรวม RMF มีเงื่อนไขอย่างไร?

          เมื่อคุณเริ่มทำงานประจำไปได้สักพักและพบว่าคุณไม่สามารถทำงานได้ตลอดไปซึ่งคนส่วนใหญ่เกษียณอายุการทำงานในช่วงอายุ 55-60 ปี แต่เราจะทำอย่างไรดีให้มีเงินใช้ในชีวิตประจำวันและยามเจ็บป่วยโดยไม่เป็นภาระลูกหลาน หลายคนจึงเริ่มเตรียมวางแผนออมเงินสำหรับไว้ใช้สอยหลังจากเกษียณอายุ ซึ่งมีหลายวิธีให้เลือกไม่ว่าจะเป็น เงินออมแบบฝากประจำดอกเบี้ยสูง ลงทุนในกิจการหรือซื้อหุ้นของกิจการที่มีผลตอบแทนที่ดี รวมไปถึงการลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยจัดการการลงทุนให้ซึ่งเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ค่อยมีเวลาติดตามข่าวสารมากนักอย่างเราภาพจาก Freepik.com                 นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ไม่ได้ส่งเงินสมทบให้กองทุนประกันสังคมอย่างฟรีแลนซ์, ผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำหรือพนักงานประจำที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การนำเงินออมมาลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF ที่ย่อมากจาก Retirement Mutual Fund นั้นเป็นตัวเลือกที่ควรนำไปพิจารณาอย่างมาก เพราะเป็นกองทุนรวมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจในการออมเงินในกองทุนหุ้นเพื่อรับผลประโยชน์เมื่อเกษียณอายุแล้ว                สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF นั้นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังนี้ภาพจาก Freepik.com  ลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่องหากไม่ลงทุนอย่างต่อเนื่องปีละครั้งจะถือว่าผิดเงื่อนไขของการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกองทุนรวม RMF ลงทุนอย่างน้อย 5,000 บาทหรือ 3% ของรายได้แล้วแต่ยอดไหนจะต่ำกว่าแต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ลงทุนอย่างต่อเนื่องและถือหุ้นจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และมีอายุการลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ลงทุนครั้งแรก อายุการลงทุนนั้นจะนับเฉพาะปีที่มีการลงทุนเพิ่ม ปีใดไม่มีการลงทุนจะไม่ถูกนำไปรวมกับอายุการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF นั้น ควรปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีซึ่งมีแต่ได้กับได้ เพียงแต่คุณต้องถือหุ้นนี้เป็นระยะยาว 5 ปีขึ้นไปเท่านั้นเองจึงต้องผ่านการวางแผนการเงินของคุณก่อน ทั้งนี้หากกระทำผิดเงื่อนไขเช่น ไม่ลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี จะทำให้เสียสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีดังนี้ภาพจาก Freepik.com  หากลงทุนไม่ถึง 5 ปีและมีการผิดเงื่อนไขต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดทุกปีที่ได้รับยกเว้นและเมื่อขายหน่วยลงทุนคืนกำไร ที่ได้จากการขายจะต้องนำไปคำนวณรวมกับรายได้ของปีนั้นด้วย หากลงทุน 5 ปีขึ้นไปและมีการทำผิดเงื่อนไขต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับคืน 5 ปีย้อนหลังนับตามปีปฏิทินทั้งนี้การชำระตามข้อ 1 และข้อ 2 ต้องชำระภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไขและ / หรือปีที่ขายคืนหน่วยลงทุนการลงทุนในกองทุนรวม RMF นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนระยะยาวเพื่อสำรองเงินไว้ในยามเกษียณเพราะเราต้องถือยาวไปจนอายุ 55 เลยทีเดียว แต่คุ้มค่าแน่นอน  

การลงทุนในหุ้นแบบ VI คืออะไร?

                วันนี้มาทำความรู้จักการลงทุนในหุ้นแบบ VI ที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนหลายคนในไทย ยกตัวอย่างนักลงทุนชื่อดัง ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนและนักเขียนชื่อดังซึ่งใช้แนวทางนี้ในการลงทุนเรื่อยมาจนประสบความสำเร็จเป็นนักลงทุนที่ทำกำไรได้หลักล้านแบบรายวัน ซึ่งแนวทางนี้มุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลของกิจการเพื่อประกอบการตัดสินใจเป็นหลักมากกว่าการเฝ้าดูกราฟของตลาดหลักทรัพย์ ภาพจาก Freepik.com                 VI ย่อมาจาก Value Investment หรือการลงทุนโดยมุ่งเน้นไปที่การพิจาณาถึงคุณค่าของสินทรัพย์นั้น ซึ่งดร. นิเวศน์ ได้สรุปจากหนังสือของเบน เกรแฮม 2 เล่มคือ “Security Analysis” และ Intelligent Investor” โดยได้วิเคราะห์ออกมาจนได้หลักการลงทุน 4 หัวข้อใหญ่ ดังนี้ 1. คิดแบบเจ้าของธุรกิจ มีนักลงทุนหลายคนที่ลงทุนโดยเก็บข้อมูลในการตัดสินใจจากราคาตลาดและรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ สำหรับนักลงทุนแบบ VI ไม่เหมือนกัน การลงทุนแนวนี้จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นโดยดูจากผลประกอบการ พิจารณาถึงความเป็นไปได้ ความนิยมของผลิตภัณฑ์ของกิจการนั้น ๆ ยอดขาย ผลกำไร ฐานะการเงินของกิจการ แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ และผู้บริหารมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ โดยมีความคิดพื้นฐานว่าการลงทุนนี้คือการนำเงินไปร่วมหุ้นทำธุรกิจโดยเล็งเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตและทำกำไรได้สูงนั่นเองภาพจาก Freepik.com 2. มองที่มูลค่าที่แท้จริง การลงทุนในหุ้นแบบ VI จะให้ความสำคัญจากมูลค่าหุ้นที่แท้จริงมากกว่าราคาหุ้นตามกลไกตลาด รวมถึงพิจารณาถึงมูลค่าที่จะได้รับในอนาคต ซึ่งการคิดคำนวณมูลค่าหุ้นที่แท้จริงนั้นมีทฤษฏีค่อนข้างยุ่งยากและนักลงทุนแต่ละคนก็มีวิธีคิดที่แตกต่างกันไปเพราะนักลงทุนมีวิธีตีมูลค่าของสินทรัพย์และให้น้ำหนักสินทรัพย์นั้น ๆ แตกต่างกันไปถ้าใครอยากลงทุนแนวนี้ก็ต้องหาทางของตัวเองให้เจอนะ 3. ช่องว่างของมูลค่าที่แท้จริงและราคาตลาด ส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนแบบ VI จะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงที่คำนวณได้ซึ่งช่องว่างนี้ยิ่งมากยิ่งดีเพราะแสดงว่าสินทรัพย์นี้ยังสามารถเติบโตทวีมูลค่าได้อีกมากจนกว่าจะเท่ากับมูลค่าหุ้นที่แท้จริงและสามารถสร้างกำไรมหาศาลให้แก่นักลงทุนโดยซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและถือหุ้นนี้ไว้จนถึงจุดที่คาดว่าทำกำไรสูงสุดแล้วขายภาพจาก Freepik.com 4. ใช้ตลาดหุ้นให้เป็น อย่าให้ตลาดชักนำเรา จริงอยู่ตลาดอาจกำหนดราคาธุรกิจหรือหุ้นต่าง ๆ ในตลาดได้ แต่ก็มีบางครั้งกำหนดราคาตลาดของหุ้นต่ำกว่าราคามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เมื่อคุณเห็นโอกาสอย่างนี้แล้วก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะฉวยโอกาสนั้นไว้เพื่อทำกำไร การลงทุนแบบ VI นั้นจะเน้นการถือหุ้นระยะยาวเพื่อรอเวลาดังนั้น เวลา คืออีกหนึ่งปัจจัยที่คุณต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยในการตัดสินใจลงทุนกับกิจการที่สนใจ นอกจากนี้การลงทุนแบบ VI นั้นเรียกว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมากกว่าการลงทุนในหุ้นที่รู้ว่าอย่างไรก็ได้กำไรแน่ ๆ อยู่แล้วดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะ  

MOS และ Upside คืออะไร?

               สำหรับนักลงทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นโดยให้ความสำคัญกับราคาและแนวโน้มในการทำกำไรของหุ้นโดยเข้าซื้อหุ้นที่มีราคาตลาดต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น พิจารณาและเลือกซื้อหุ้นที่มี MOS และ Upside ในอัตราที่พอใจ MOS นั้นย่อมาจาก Margin of Safety หรือส่วนลดจากมูลค่าที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยซึ่งยิ่งค่า MOS นี้ยิ่งมี % มากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะในการลงทุนแน่นอนว่านักลงทุนมีเป้าหมายในผลตอบแทนจากหุ้นขั้นต่ำ 10% ของเงินลงทุน หมายความว่าราคาของหุ้นเป้าหมายคือราคาที่บวกจากราคาปัจจุบันขึ้นไปมากกว่า 10% ไม่ใช่ 0% ดังนั้นจึงต้องมีการคำนวณ Margin of Safety ของหุ้นที่สนใจเพื่อนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนภาพจาก freepik.com                 MOS มักถูกนำมาวิเคราะห์กับหุ้นที่มีพื้นฐานดีอย่างหุ้นของกิจการที่มีความมั่นคงหรือมีความสามารถในการทำกำไรได้แน่นอนและนักลงทุนมีความตั้งใจที่จะถือหุ้นนี้ในระยะยาว สำหรับการคำนวณ MOS นั้นคือการนำส่วนต่างของราคาตลาดซึ่งต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นมาคำนวณกับราคาหุ้นที่แท้จริงว่าน้อยกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น หากราคาหุ้นที่แท้จริงเท่ากับ 10 บาท แต่ราคาในตลาดเท่ากับ 9 บาทต่ำกว่า 10% หรือก็คือหุ้นของกิจการนี้มี MOS เท่ากับ 10% ซึ่งตัวเลข % ตรงนี้ยิ่งมากยิ่งดีเพราะอาจตีความได้ว่าหุ้นนี้มีโอกาสเพิ่มมูลค่าขึ้นอีกในตลาด แต่หากมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นเท่ากับ 10 บาทแต่ราคาในตลาดเท่ากับ 11 หรือ -10% ควรพิจารณาให้ดีก่อนลงทุน ซึ่งปัจจุบันวิธีนี้ไม่ค่อยถูกนำมาใช้สักเท่าไหร่เพราะหุ้นของหลายกิจการมีราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากจึงต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วยในการลงทุนภาพจาก Freepik.com                 ส่วน Upside นั้นเรียกว่าเป็นโอกาสในการทำกำไรของหุ้นนั้นโดยสูตรที่นำมาคำนวณนั้นแตกต่างจาก MOS เล็กน้อยโดยใช้ มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นลบด้วยราคาตลาดแล้วนำมาคำนวณกับราคาตลาดออกมาเป็น % Upside ยกตัวอย่างเช่น มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นเท่ากับ 10 บาท ราคาตลาดเท่ากับ 9 บาท Upside จะเท่ากับ 11% เป็นต้น ซึ่งนักลงทุนแต่ละคนอาจคำนวณออกมาได้ไม่เท่ากับเพราะมีวิธีการคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นแตกต่างหรือมีราคาที่เหมาะสมในใจสำหรับหุ้นตัวนี้แตกต่างกันไปภาพจาก Freepik.com                 การคำนวณ MOS และ Upside นั้นถูกนำมาใช้เพื่อพิจาณาก่อนการลงทุนโดยนักลงทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตหรือกำลังเติบโตซึ่งมีโอกาสในการทำกำไรได้มากกว่ากิจการที่ทำมานานและมีความสามารถในการทำกำไรได้ไม่แตกต่างกันในแต่ละปี ซึ่งการลงทุนโดยใช้ช่องว่างในโอกาสการเติบโตของหุ้นเพื่อสร้างกำไรมหาศาลนั้นแน่นอนว่ามาพร้อมความเสี่ยงที่มากด้วยดังนั้นนักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นที่มีความสามารถในการทำกำไรแน่นอนด้วย    

การลงทุนในกองทุน ETF ต่างจากกองทุนแบบ Index Fund อย่างไร

                สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนรวมเพราะไม่อยากต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอหุ้นดูความเคลื่อนไหวและเข้าทำการซื้อขาย กองทุนรวมมีการจัดการการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลหน่วยลงทุนของคุณให้ทำกำไรได้สูงสุด ซึ่งกองทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไปนั้นมีอยู่ 3 แบบก็คือ กองทุนแบบ Active Fund, กองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund และกองทุน ETF                      ความแตกต่างระหว่างกองทุนแบบ Active Fund และแบบ Passive Fund คือกองทุนแบบ Active Fund มีการบริหารจัดการการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญแบบเชิงรุกโดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะตลาด ส่วนกองทุนแบบ Passive Fund นั้นเน้นการลงทุนตามดัชนีหุ้นบนกระดานและจัดการการลงทุนเชิงรับโดยใช้โปรแกรมคำนวณและลงทุนตามดัชนีหุ้น มีเป้าหมายรับผลตอนแทนเท่ากับหรือสูงกว่าตลาดนิดหน่อยซึ่งกองทุนชนิดนี้ให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อถือในระยะยาวในตลาดหุ้นต่างประเทศ                   ภาพจาก Freepik.com                ETF ย่อมาจาก Exchange Trade Fund สำหรับกองทุน ETF นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับ Index Fund คือจัดการการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงโดยอ้างอิงดัชนี SET50 และแบ่งการลงทุนแบบกลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนทั้งสองมีเงินปันผลให้กับผู้ซื้อหน่วยลงทุน ซึ่งข้อแตกต่างระหว่าง กองทุน ETF และ Index Fund นั้นส่วนใหญ่อยู่ที่การซื้อขายดังนี้ภาพจาก Freepik.com  ETF มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกองทุนเปิดทั่วไปไม่นิยมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพราะอาจเกิดการ Discount ของราคาและทำให้ราคาตามกลไกตลาดของหน่วยลงทุนต่ำกว่าราคา NAV ซึ่ง ETF มีการจัดการโดยทุกกองทุนจะมี Market Maker อย่างน้อยหนึ่งรายทำหน้าที่เสนอซื้อขายตลอดเวลาเพื่อรักษาสภาพคล่องของ ETF นั้น เมื่อผู้ลงทุนต้องการขายก็จะมี Market Maker พร้อมจะซื้อในราคาที่ใกล้เคียงกับ NAV ของ ETF ซึ่งส่งผลให้ราคาซื้อขายใกล้เคียงกับ NAV ต่อหน่วย ราคาซื้อขายของ ETF จะเป็นไปตามกลไกตลาด ณ. ขณะนั้น แต่ กองทุนแบบ Index Fund ราคาซื้อขายจะคำนวณจาก NAV บวกลบค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ณ. สิ้นวันหรือวันทำการถัดมา หน่วยที่ใช้ ของ ETF จะเป็น board lot ซึ่ง 1 Board lot เท่ากับ ETF 100 หน่วย ซึ่ง Index Fund ไม่ระบุหน่วยแต่มีวงเงินลงทุนขึ้นต่ำ 5,000 บาท ช่วงเวลาซื้อขาย ETF นั้นสามารถซื้อขายได้ตลอดช่วงเวลาการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้น สำหรับกองทุนแบบ Index Fund สามารถซื้อขายระหว่างวันได้ก็จริงแต่จะทราบราคาซื้อขายเมื่อสิ้นวันหรือในวันทำการถัดไป ซื้อขาย ETF สามารถซื้อขายผ่านทางบริษัทหลักทรัพย์ได้เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นแต่การซื้อขายของผู้ลงทุนในกองทุนต้องซื้อ-ขายคืนผ่านบริษัทที่จัดการกองทุนภาพจาก Freepik.com จะเห็นได้ว่ากองทุนแบบ ETF มีลักษณะคล้ายกับการลงทุนในหุ้นหลายอย่างในแง่ของการจัดการซื้อขายและคล้ายกับกองทุนรวมแบบ Index Fund ที่ลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุน EFT ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนจ้า                          

บทความที่แนะนำ

ธอส. เปิด ปชช.โหลดแบบบ้านฟรี มาขอกู้สร้าง รับดอกเบี้ยพิเศษ

ธอส. เปิด ปชช.โหลดแบบบ้านฟรี มาขอกู้สร้าง รับดอกเบี้ยพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประกาศผลการตัดสิน 6 สุดยอดแบบบ้าน ที่ผ่านการคัดเลือกคว้ารางวัลทุนการศึกษามูลค่ารวม 1,100,000 บาท ตามโครงการประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจดาวน์โหลดพิมพ์เขียวแบบบ้านไปปลูกสร้างเองได้ฟรี!! หรือนำมายื่นกู้ปลูกสร้างกับ ธอส.รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของภาครัฐ และดำเนินการตามพันธกิจ : ทำให้คนไทยมีบ้าน ซึ่งสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างถือเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่ประชาชนทั่วไปต้องการมาใช้บริการกับธนาคาร และแบบแปลนการปลูกสร้างถือป็นส่วนหนึ่งของเอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการยื่นกู้ จึงเป็นที่มาของการจัดทำกิจกรรม CSR โครงการประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” เพื่อค้นหาสุดยอดนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศที่มุ่งเน้นผลงานการออกแบบบ้านภายใต้แนวคิด “ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน ด้วยบ้านรักษ์โลก” โดยมีความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และพฤติกรรมการ อยู่อาศัย รวมทั้งเหมาะสมสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ด้วยการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานจากองค์กรพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ อาทิ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด และบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร อาคารลามิน่า เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 1,100,000 บาท โดยกำหนดให้การออกแบบบ้านเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 40 ตารางวา และแบ่งวงเงินก่อสร้างออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.แบบบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท 2.แบบบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งธนาคารได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านที่อยู่อาศัยจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน สภาสถาปนิก และผู้แทนของธนาคาร ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานการประกวดของนักศึกษา ภายหลังจากธนาคารเปิดให้ผู้ที่สนใจส่งผลงานได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 พบว่ามีนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศให้ความสนใจส่งแบบบ้านเข้าประกวดมากกว่า 60 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผลงานที่ได้รับรางวันทุนการศึกษา ทั้ง 2 ประเภท ประกอบด้วย 1. รางวัลประเภทแบบบ้านราคาไม่เกิน 1,000,000.-บาทอันดับ 1 นายชานนท์ จาดตานิม ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 300,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 2 นายวิชญะ วิภูษณวรรณ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 150,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 3 นายศักดิสรรพ์ ทองตัน ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 100,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 2. รางวัลประเภทแบบบ้านราคาไม่เกิน 2,000,000.-บาทอันดับ 1 นายพชร ดีเลิศทวีทรัพย์ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 300,000.-บาท (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)อันดับ 2 นางสาวกุลจิรา อธิเศรษฐ์ ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 150,000.-บาท (จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี)อันดับ 3 นายพีรพล สุทธิมรรคผล ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 100,000.-บาท (จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) การประกวดแบบ “บ้านรักษ์โลก” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการโครงการที่ดำเนินงานตามนโยบายแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร ซึ่ง ธอส. ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 64 ปีที่ได้สานฝันทำให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองมาแล้วกว่า3 ล้านครอบครัว ซึ่งหลังจากนี้ประชาชนสามารถยังดาวน์โหลดพิมพ์เขียวของสุดยอดแบบบ้านที่ได้รับรางวัลทั้ง 6 แบบ นำไปปลูกสร้างบ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานได้ฟรี!!และสามารถนำมายื่นขอกู้ปลูกสร้างบ้านกับ ธอส. โดยจะได้รับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษด้วยคลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดแบบบ้านฟรีที่นี้   ขอบคุณที่มาของข่าว money.sanook.com

ผู้ที่สามารถทำเรื่องขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

ผู้ที่สามารถทำเรื่องขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

          สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังมองหาบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง หรือนักลงทุนที่กำลังสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่าง บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์และที่ดิน สินทรัพย์ชิ้นใหญ่อย่างนี้แน่นอนว่าต้องมีราคาสูงจึงมีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ได้ด้วยเงินสด (ที่เราเรียกกันว่าเศรษฐีนั่นแหละ) ส่วนใหญ่แล้วเรามักทำเรื่องขอกู้จากสถาบันการเงินและทำการผ่อนชำระเป็นรายเดือน เพื่อให้สามารถหมุนเวียนเงินจากรายได้มาซื้อสินทรัพย์ได้ทันทีแทนที่จะใช้เวลาหลายปีเพื่อเก็บให้เป็นก้อนแล้วค่อยนำมาซื้อภายหลัง ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่สามารถทำเรื่องกู้ได้นั้นมีดังนี้ภาพจาก Freepik.com 1. อายุ 20 ปีขึ้นไป เป็นบุคคลที่อยู่ในวัยทำงานและยังมีความสามารถในการทำงานซึ่งเป็นที่มาของรายได้ได้เป็นระยะเวลานานพอที่จะชำระหนี้ที่กู้ไว้กับธนาคารจนหมด ยกตัวอย่าง เช่น ผู้กู้ที่มีอายุ 20 ปี เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อโดยให้ผ่อนชำระเป็นเวลา 30 ปีเมื่อผ่อนหมดก็จะมีอายุ 50 ปีซึ่งยังคงอยู่ในช่วงวัยที่สามารถทำงานได้และยังมีรายได้ แต่หากผู้กู้มีอายุ 40 ปี ธนาคารอาจพิจารณาให้สินเชื่อเป็นระยะเวลาสั้นลงเพื่อให้สามารถชำระหนี้ก้อนนี้ได้หมดก่อนที่ผู้กู้จะเกษียณอายุทำงาน เป็นต้นภาพจาก Freepik.com 2. มีรายได้ประจำ อย่างที่เราเข้าใจกันดีว่าการกู้หรือการขอสินเชื่อนั้นก็คือการขอยืมเงินจากสถาบันการเงินนั้นมาใช้เพื่อแลกกับสิ่งที่เราต้องการโดยมีสัญญาต่อกันว่าจะชดใช้เงินจำนวนนี้ให้ในระยะเวลาที่กำหนดพร้อมดอกเบี้ยที่ตกลงและยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นหลักฐานที่แสดงว่าผู้กู้มีความสามารถในการทำงานและสามารถหารายได้เพื่อมาชำระหนี้ได้นั้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยผู้ที่ทำงานประจำกับบริษัทที่มีความมั่นคงจะมีโอกาสได้รับการอนุมัติจากธนาคารมากกว่าผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรือค้าขาย เพราะว่าบุคคลเหล่านี้อาจมีรายได้ไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินจะดูรายการเดินบัญชีธนาคารประกอบว่ามีรายได้เข้าบัญชีธนาคารสม่ำเสมอในเวลาที่ผ่านมาและประเมินศักยภาพของสินค้าหรือบริการของบุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระว่ามั่นคงสามารถชำระหนี้ได้ในระยะเวลาที่ได้ตกลงกันหรือไม่ภาพจาก Freepik.com 3. เลือกสินทรัพย์ที่ราคาเหมาะสมกับรายได้ หากคุณเลือกสินทรัพย์ที่คุณมีความสามารถในการผ่อนชำระได้ก็ผ่านการอนุมัติชัวร์ หมายถึงเมื่อคำนวณยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนแล้วไม่เกิน 1 ส่วน 3 ของเงินเดือนโดยไม่มีภาระหรือหนี้สินส่วนอื่นที่หนักจนไม่สามารถนำเงินมาชำระส่วนหนี้ได้ ก็จะมีโอกาสผ่านการอนุมัติการขอสินเชื่อสูง หากคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาทแต่ต้องการขอสินเชื่อสำหรับซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาทนั้นต้องขอบอกว่ายากจริง ๆนอกจากนี้หากคุณมีประวัติเครดิตที่ดีรวมถึงมีการเดินบัญชีธนาคารมีรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอและเลือกสินทรัพย์ที่คุณสามารถผ่อนชำระได้ คุณก็น่าจะผ่านการอนุมัติจากธนาคารได้ไม่ยาก

ธอส. ประกาศช่วยคนกู้ไม่ผ่าน!  ปล่อย 3 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ธอส. ประกาศช่วยคนกู้ไม่ผ่าน! ปล่อย 3 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

แบงก์รัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากแบงก์พาณิชย์ ล่าสุดเปิดตัวสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2/60นี้ ธนาคาร ธอส. ได้เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 25,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อย 3 โครงการโครงการที่ 1 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยทั้งที่อยู่อาศัยใหม่ หรือ มือสอง รวมถึงรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านจากธนาคารอื่นมาที่ธอส. ซึ่งมีวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยธอส.จะให้ลูกค้ากู้ไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี ที่ 3.43% แบ่งเป็น2 ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.9% และปีที่ 3 คิดดอกเบี้ยคงที่ 4.5% โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโครงการที่ 2 โครงการขยายวงเงินสินเชื่อในโครงการบ้านสานรักวงเงิน 10,000 ล้านบาท หลังจากที่วงเงินเดิม28,000 ล้านบาท ได้ปล่อยกู้เต็มแล้ว ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท โดยลูกค้าในโครงการนี้ ธอส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 2 ปีแรก 2.99%โครงการที่ 3 ปล่อยกู้ลูกค้าเพื่อต่อเติมและซ่อมแซมบ้าน โดยได้เตรียมวงเงินสินเชื่อจำนวน 5,000 ล้านบาท ไว้รองรับลูกค้าเก่า ที่ต้องการกู้เพิ่มเติมเพื่อนำเงินไปต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยกำหนดให้ลูกค้าเก่ากู้ได้ไม่เกินวงเงินเดิมที่ได้รับ ส่วนอัตราดอกเบี้ยในโครงการนี้จะคิดดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 4%สำหรับโครงการที่ใหม่ ธอส.นี้ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชน และเข้ามามาขอสินเชื่อหมดภายในเดือนมิ.ย.นี้ ส่วนโครงการบ้านธอส.เพื่อสานรัก ปัจจุบันมีผู้สนใจจำนวนมาก โดยในช่วงแรกที่มีการเปิดตัวโครงการไป ธอส.ได้เตรียมวงเงินไว้ 8,000 ล้านบาท และเพิ่มอีก 20,000 ล้านบาท ปรากฎว่าวงเงินทั้งหมดเต็มแล้ว ดังนั้นในรอบนี้ ธอส.จึงได้ขยายวงเงินเพิ่ม ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้ามาขอกู้ในโครงการสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนโครงการสินเชื่อประชารัฐนั้น ในขณะนี้ ธนาคารได้ปล่อยกู้ไปแล้ว 10,000 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้มีวงเงินเหลือค้างอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาททั้งนี้ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดังกล่าวนี้ ธอส. มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ซึ่งทางธอส. มีนโยบายว่าต้องการจะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เคยยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์แล้วถูกปฏิเสธสินเชื่อ เพราะโครงการดังกล่าว ธอส.ไม่ได้มีการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ หรือใช้เกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อเดียวกับธนาคารพาณิชย์ โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเดือนก็สามารถกู้ได้ หรือในกรณีที่วงเงินไม่ถึง ลูกค้ายังสามารถหาผู้กู้ร่วมมาเพิ่มได้อีก 2 คน ซึ่งทางธอส. ได้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขพิจารณาสินเชื่อให้แก่ลูกค้า จากเดิมคิดความสามารถผ่อนชำระให้ 1 ใน 3 ของรายได้ เพิ่มเป็น 1 ใน 2 ของรายได้ ทำให้มีโอกาสกู้ผ่าน และได้รับวงเงินสูงจากเดิม ที่มา DDproperty.com

หัวข้อ

ประชาสัมพันธ์

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน
www.yimsu.com
เงินเดือน 15,000 บาท ทำเรื่องกู้บ้านได้จริงหรอ?

ถึงแม้ว่าเงืนเดือนของคุณจะยังไม่สูงมากแต่ก็สามารถช่วยให้คุณมีบ้านในฝันหลังน้อยได้อย่างแน่นอน